
ช็อปปิ้งจนได้เรื่อง คุ้มคลั่ง in PARIS
โดย... นกขุนทอง ภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงศ์
โดย... นกขุนทอง ภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงศ์
หนังสือชื่อ คุ้มคลั่ง in PARIS ผลงานเขียนเรื่องแรกของ “ป้าจิ๊บ” นามปากกาของซีอีโอไทยเบฟเวอเรจ “จุ๋ม-อรสา โตสว่าง” หญิงที่มีบุคลิกมาดมั่นเป็นเวิร์กกิงวูแมน แต่ออกตัวว่าไม่ถนัดงานเขียน แต่เป็นคนช่างเล่า และหลายคนก็การันตีว่า เธอมีลีลาชั้นเชิงการเล่าน่าติดตาม และเพลิดเพลินฟังไปจนจบก็ไม่รู้เบื่อ
เช่นกันผลงานเขียนเรื่องแรกของเธอจึงใช้ทักษะที่มีมาถ่ายทอด ดังนั้นผู้อ่านจึงวางใจได้ว่า จะรู้สึกเสมือนมีเพื่อนมาคอยกระซิบแนะนำให้รู้จักปารีส ประเทศฝรั่งเศสมากขึ้น โดยเฉพาะแหล่งช็อปปิ้งยอดนิยมและตามตรอกซอกหลืบที่ยังรอดสายตาเจ้าถิ่น และกลวิธีการเลือกซื้อและต่อรองราคา ลงรายละเอียดลึกจนถึงขั้นควรไปเวลาไหน เข้าร้านนี้ต้องวางตัวยังไงกันเลยเชียว
“ไม่เคยคิดจะเขียนหนังสือเลย ไม่เคยคิดจะเป็นนักเขียน เพราะเขียนหนังสือไม่เป็น แล้วตอนนี้ทำงานบริษัทไปด้วยงานยุ่งมาก แต่มีความคิดว่าต้องหาเงินไปช่วยเด็กพิการกำพร้าที่ภูเก็ต เพราะฉนั้นการหาเงินคิดว่าไม่ใช่เป็นการเดินไปบอกว่า ช่วยบริจาคหน่อย จะไปทำบุญ คิดว่าเป็นเรื่องที่ยาก ของที่เคยซื้อมาก็เอาไปประมูลก็ได้เงินมาไม่ถึงหมื่น เพราะเป็นของมือสอง ก็มานั่งคิดว่าทำอะไรดี คิดว่าช่วงชีวิตนี้ควรมีพ็อกเกตบุ๊กสักเล่มหนึ่งสนองอีโก้ตัวเอง ทำอะไรที่แตกต่างจากงานประจำที่ตัวเองทำ ในหนังสือเมื่อได้อ่านคือเราจะเขียนเหมือนมีคนมาเล่าให้ฟัง เพราะเขียนตามแบบที่เราเป็น เขียนตามใจตัวเองเป็นหนังสือที่รูปเยอะ สี่สีทั้งหมด ซึ่งหนังสือไทยไม่ค่อยทำแบบนี้ เราทำเหมือนนิตยสาร”
เรื่องเริ่มที่อรสาคลั่งไคล้การช็อปปิ้งและหลงใหลในมนต์เสน่ห์ปารีส ซึ่งเธอไปเยือนมาแล้วกว่า 20 ครั้ง เรียกได้ว่ารู้จักทุกซอกทุกมุมเป็นอย่างดี และเป็นที่แน่นอนว่าเหตุผลหลักของการไปปารีสก็คือ “การช็อปปิ้ง”
“ปารีสเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เจ๋งมากๆ ทุกครั้งที่กลับมาจะรู้สึกอยากไปอีกครั้ง เป็น 1 ใน 5 เมืองที่ชอบมาก และอีกที่หนึ่งที่ไปบ่อยมากคือโตเกียว รองมาก็มิลาน ฮ่องกง ลอนดอน 5 ที่นี้ถ้าคนชอบช็อปปิ้งแล้วไม่ไปถือว่าเสียชาติเกิด ปารีสถือว่าเป็นอันดับ 1 เพราะไม่ได้ไปช็อปปิ้งอย่างเดียว แต่ไปเที่ยวด้วยแล้วไปแต่ละซีซันก็จะแตกต่างกัน หน้าหนาวก็แต่งตัวแบบหนึ่ง หน้าร้อนก็แต่งตัวอีกแบบหนึ่ง ช่วงเวลาหนึ่งปีเราไปปารีสหลายครั้งมาก เพราะว่าเวลาไปเที่ยวยุโรป ทุกครั้งเครื่องบินจะต้องจอดที่ปารีสก่อนแล้วถึงจะไปต่อได้ เช่น ไปเยอรมนีก็จะจอดปารีสก่อน เราก็ใช้เวลาตรงนั้นไปซื้อของ ไปเดินดู เดินเล่น มันเป็นเวลาที่มีความสุขมาก”
เมื่อต้องเขียนหนังสือเธอจึงต้องการถ่ายทอดสิ่งที่เป็นตัวเธอมากที่สุดและเธอถนัดที่สุด นั้นจึงหนีไม่พ้นการช็อปปิ้งในปารีส “ที่เลือกเขียนเรื่องการช็อปปิ้งที่ปารีส เพราะเราคิดว่าเป็นการถ่ายทอดความเป็นตัวเองที่สุด เราไปปารีสหลายครั้งจนจำได้แล้วว่าอะไรอยู่ตรงไหน หลับตาก็นึกภาพออก ทุกครั้งที่เพื่อนๆ ไปปารีสก็จะให้เราเขียนแผนที่ให้ ในความคิดเราคือแผนที่พวกนี้มันอยู่ในหัวเราหมดแล้ว เพราะเราวาดบ่อยเหมือนมันมาจากใจแล้ว มันทำให้เกิดความคิดว่าเขียนขายเลยดีกว่าจะได้เอาไปทำบุญด้วย จะได้นำรายได้ไปช่วยเหลือเด็กๆ พิการซ้ำซ้อนและเด็กกำพร้าด้วย”
อรสา เล่าว่า “หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือท่องเที่ยว แต่เป็นหนังสือที่แนะนำแหล่งช็อปปิ้งอย่างเดียว แต่บังเอิญก็คือที่ปารีสสถานที่หลักๆ ของการช็อปปิ้งนี้ส่วนใหญ่ก็คือสถานที่ท่องเที่ยวด้วย ภายในหนังสือมีแทรกใส่ประวัติของสถานที่ท่องเที่ยวด้วย เพราะจะเสียใจมากหากช็อปปิ้งอย่างเดียวแล้วไม่ท่องเที่ยวด้วย เสน่ห์อีกอย่างของปารีสคือ ปารีสมีทุกอย่างปารีสคือเมืองเดียวมีตั้งแต่พระนางมารี อองตัวเน็ต มีร้านหลุยส์ แล้วบอกอนาคตของแฟชั่นว่าจะเป็นอย่างไร”
อรสาตั้งใจเขียนออกมาจำหน่ายเพื่อจะนำรายได้ทั้งหมดหลังหักจากค่าหนังสือไปช่วยเหลือเด็กพิการซ้ำซ้อนและเด็กกำพร้าพ่อแม่จากเหตุการณ์สึนามิ ที่โรงเรียนภูเก็ตปัญญานุกูล เหล่านักช็อปทั้งหลาย ถ้าอยากได้ของดีและคุ้มราคาสไตล์ปารีเซียงหรือร้านค้าร้านอาหารดีๆ สักแห่งคงพลาดไม่ได้แล้วสำหรับหนังสือเล่มนี้ เรียกได้ว่าสุขใจผู้อ่านแถมยังได้บุญอีกด้วย







