posttoday

ปีศาจในดวงตา ซาตานในดวงใจ

23 ธันวาคม 2555

เข้าชิงและได้หลายรางวัลในเทศกาลหนังชื่อดัง นั่นเท่ากับเป็นการการันตีความเจ๋งของหนังเรื่องนี้ได้ไม่มากก็น้อย

เข้าชิงและได้หลายรางวัลในเทศกาลหนังชื่อดัง นั่นเท่ากับเป็นการการันตีความเจ๋งของหนังเรื่องนี้ได้ไม่มากก็น้อย

โดย...โจ เกียรติอาจิณ

เข้าชิงและได้หลายรางวัลในเทศกาลหนังชื่อดัง นั่นเท่ากับเป็นการการันตีความเจ๋งของหนังเรื่องนี้ได้ไม่มากก็น้อย อ๊ะ...แต่อย่าเพิ่งเชื่อรางวัลหรือมั่นใจต่อกรรมการเหล่านั้นทั้งหมด เพราะตราบใดที่คุณยังไม่ได้ดูด้วยตาตัวเอง ก็แสดงว่าคุณอาจยังไม่เคยรู้จักปีศาจร้ายดีพอ

อีกหนึ่งผลงานที่ถูกแบ่งข้างเป็นสองฟากอย่างชัดเจน คนที่ชอบก็จะรู้สึกแฮปปี้สุดๆ กับการไล่ล่าหาตัวฆาตกรด้วยหัวใจระทึก และอยากรู้ชะตากรรมของฆาตกร ตลอดจนเรื่องราวมันจะจบยังไง

ฟากที่ไม่ชอบก็จะเกลียดเข้าไส้ไปเลย เพราะทนไม่ไหวกับสิ่งที่ปรากฏต่อหน้า เมื่อหนังประดังใส่ฉากไล่ล่าฆ่าโหดกันแบบไม่ยั้งและไม่ยอมลดราวาศอกระหว่างฝ่ายคนล่ากับฝ่ายถูกล่า

ไม่ว่าใครจะชอบ หรือใครจะเกลียด หนังลำดับที่ 7 ของ “คิมจีวุน” (งานเก่าที่ได้รับการยกนิ้ว ได้แก่ A Tale of Two Sisters, A Bittersweet Life และ The Good, the Bad and the Weird ย้อนไปกว่าคือ Three อารมณ์ อาถรรพ์ อาฆาต) ก็มีแง่มุมน่าสนใจและเป็นมากกว่าหนังโหดทั่วๆ ไป ที่สำคัญยังยั่วล้อเรื่องด้านมืดของมนุษย์ได้อย่างยอกย้อนและบีบคั้นสุดขั้ว

หนังเริ่มเรื่องที่หญิงสาวกำลังนั่งโทรศัพท์ในรถยามวิกาล แล้วจู่ๆ ก็มีชายแปลกหน้าขับรถผ่านมา เขาหยุดรถและเข้ามาถามเธอว่ารถเสียเหรอ เธอตอบไปตามจริง รถเสียและได้เรียกรถลาก ไม่กี่นาทีผ่านไป ชายแปลกหน้าก็สวมบทโหดทุบกระจกรถเธอแตกละเอียด จากนั้นเขาก็ประชิดตัวเธอ และใช้ท่อนเหล็กตีเธอจนสลบ

นับเป็นฝันร้ายของหญิงสาว และเป็นจุดสตาร์ตที่นำไปสู่เหตุฆาตกรรมอื่นๆ อันมีชายแปลกหน้าลึกลับรายนี้เป็นผู้กระทำการ ก่อนหนังจะจับตัวละครเอกนักสืบไฟแรงมาปะทะกับฆาตกรจนกลายเป็นการไล่ล่าลุ้นระทึก

ทั้งคู่ถูกเชื่อมโยงด้วยความจงใจ ผู้กำกับไม่ได้หลบเลี่ยงการเผชิญหน้ากันระหว่างฆาตกรกับนักสืบ นักสืบพาความแค้นเต็มพิกัด ออกตามหาและไล่ล่าฆาตกรด้วยแผนอันแยบยล (ซึ่งก็เก่งเหลือเกิ้นนนนน) ขณะที่เจ้าฆาตกรกลับลอยนวลเหนือกฎหมาย แถมยังลงมือฆ่าเหยื่อแบบรายวันด้วยวิธีเชือดโหดๆ (ซึ่งก็โหดเหลือเกิ้นนนนน)

เมื่อสัญญาณแห่งความแค้นปะทุขึ้น พร้อมๆ กับการไล่ล่าก็เริ่มต้น หนังจึงดำเนินไปอย่างไม่ประนีประนอมความรู้สึกคนดู ไม่ยั้งมือที่จะสาดความโหดเข้าไปเกือบจะทุกฉาก ยิ่งเฉพาะช่วงกลางๆ เรื่อง ดีกรีความโหดถือว่าหนักหน่วงเกินพิกัด

ช่วงท้ายๆ หนังค่อนข้างจะยอกย้อนมากๆ เสียงหัวเราะของฆาตกรเย้ยหยันนักสืบ พลันที่เขารู้ว่านักสืบติดหล่มของการฆ่า และเริ่มจะติดใจกับการสวมบทบาทเป็นฆาตกรโหด ที่ใส่ความโหดและความเหี้ยมอย่างสะใจซะเอง

ถึงอย่างนั้นความโหดที่หนังพยายามนำเสนอก็ดูเหมือนจะซ่อนนัยบางเรื่องไว้ มนุษย์ทุกคนมีสองด้าน สว่างกับมืดหม่น ความดีงามกับความเลวทราม การเป็นเทวากับการเป็นปีศาจ ทุกสิ่งอย่างล้วนอยู่ในตัวตนมนุษย์

นักสืบหนุ่มผู้ออกตามหาและไล่ล่าฆาตกร เพื่อหวังให้เขาได้รับกรรมที่กระทำ อาจเป็นตัวแทนของคนดีที่พร้อมจะกลายร่างเป็นฆาตกร เมื่อเขาใส่ความโหดแบบไม่แคร์กฎหมาย แล้วก็ไม่เคยคิดจะปรานีฆาตกรแม้แต่น้อย ขณะเดียวกัน ฆาตกรที่มีร่างและหัวใจเป็นปีศาจ ก็ไม่เคยมองเห็นมุมสว่างและดีงามของตัวเอง (ทั้งๆ ที่มีอยู่) ยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นปีศาจทั้งกายและหัวใจต่อไป

นี่จึงเป็นการบอกกลายๆ จากชื่อหนัง I Saw the Devil ฉันเห็นแล้ว (นะ) ความโหดเหี้ยมในตัวของฆาตกร ในใจของนักสืบ ทั้งคู่โหดเหี้ยมพอกัน แล้วทั้งคู่ก็มองเห็นปีศาจที่ซ่อนอยู่ในตัวและหัวใจของพวกเขาเอง

ว่าแต่คุณล่ะ เห็นไหม? ปีศาจในตัวคุณ

 

&<2288;

&<2288;

 

ข่าวล่าสุด

อธิบดี ปภ. สั่งเข้ม “เข้าเร็ว เข้าไว” เร่งลด Hotspot ไฟป่าภาคเหนือ