
ดีเหมือนกัน
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ที่มว.3 (แม่เรวา) เพื่อไปดูนกยูง
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ที่มว.3 (แม่เรวา) เพื่อไปดูนกยูง
นกยูงที่ไปดูเป็นนกยูงที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เอาไปปล่อยเอาไว้ที่นั่นเมื่อหลายปีก่อน วันนี้มันออกลูกออกหลานกันมาเป็นสิบๆ ตัวยั้วเยี้ยไปหมด ที่สำคัญคือมันยังมีนิสัยป่าอยู่ ต้องนอนบนต้นไม้สูงๆ นอนเพื่อหลีกหนีจากภัยอันตรายจากสัตว์ป่าด้วยกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งงู
ไปแล้วก็ได้ดูขั้นตอนในการขึ้นนอนของนกยูงที่ตัวออกจะหนักกว่าไก่และนก
เริ่มแรกคือการเดินขึ้นไปหาต้นไม้เตี้ยๆ ก่อนบินขึ้นไปเกาะ จากกิ่งไม้เตี้ยก็ไต่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ตามลำดับชั้นจนไปอยู่บนต้นไม้สูง สูงกว่าตึก 5 ชั้น
บางกลุ่มที่เราไปเห็นในอุทยานก็คือ มันบินขึ้นไปเกาะบนหลังคาที่ทำการอุทยานก่อนบินยาวขึ้นไปนอนบนต้นไม้สูง สูงที่สุดในจำนวนต้นไม้ในแถบนั้น อยู่ตรงหน้าสำนักงานหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ฯ ไปช่วงเย็นๆ ประมาณ 4-6 โมง เจอพวกมันแน่ เตรียมกล้องถ่ายรูปไว้เลย
เห็นเจ้านกยูงแล้วก็สบายใจว่ากรมอุทยานแห่งชาติฯ ทำงานดีที่เอาเจ้านกยูงไปปล่อยป่า เพราะได้ทั้งการเพิ่มปริมาณสัตว์ป่าให้มาก ได้ทั้งการเพิ่มสินค้าการท่องเที่ยวให้กับประชาชน
ใครไปเที่ยวล่องแก่งแม่เรวาแล้วอย่าลืมไปดูนกยูงบินขึ้นนอนบนยอดไม้นะครับ ลุ้นและตื่นเต้นดี ตอนเช้าที่มันบินลงมามันจะส่งเสียงร้องก้องป่าไปเลย อากาศดีๆ ได้ยินเสียงร้องจากธรรมชาติ (แบบเดียวกับได้ยินเสียงชะนีร้องที่แก่งกระจาน) ทำให้ลืมความกังวลต่อชาติบ้านเมืองได้ชั่วคราว
ปล.บ้านพักของเอกชนที่อยู่ภายนอกเขตอุทยานมักจะจัดงานปาร์ตี้ให้คนแหกปากตะโกนร้องเพลงไปพร้อมๆ กับการกินเหล้าเมายาเพราะถือว่าอยู่นอกเขตอุทยาน ผมว่า อบต.ที่นั่นน่าจะเข้าใจเรื่องการท่องเที่ยวธรรมชาติที่ต้องมีความเงียบจากธรรมชาติเป็นองค์ประกอบ ขืนให้นักท่องเที่ยวแหกปากไล่แขกมากๆ เข้าเดี๋ยวก็กลายเป็นสลัมรีสอร์ต ไม่มีใครไปเที่ยวหรอกครับ!







