posttoday
สตรีต ไลฟ์ ใน โฮจิมินห์ 2010

สตรีต ไลฟ์ ใน โฮจิมินห์ 2010

27 มีนาคม 2553

 

เรื่องและภาพ : ณัฏฐ์ฐิติ อำไพวรรณ

หลายปีก่อนเคยได้รับโปสต์การ์ดจากเพื่อนที่ไปเที่ยวนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม เนื้อความที่เขียนมาไม่ได้มีความหมายอะไรพิเศษจนถึงกับทำให้จดจำฝังใจอยู่ในหัวสมอง แต่สิ่งที่ทำให้จำได้แม่นเป็นภาพถ่ายที่อยู่ด้านหลังโปสต์การ์ด มันเป็นภาพสาวเวียดนามกลุ่มใหญ่ในชุดแต่งกายประจำชาติกำลังปั่นจักรยาน ท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าที่ดูเนิบช้าไม่เร่งรีบ ตัวหนังสือใต้ภาพเขียนไว้ว่า “บนถนนเส้นหนึ่ง...ในนครโฮจิมินห์”

พอรู้ตัวว่ากำลังจะได้เดินทางไปโฮจิมินห์ ภาพที่อยู่ด้านหลังโปสต์การ์ดใบนั้นถูกนำกลับมาฉายซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัวสมอง ทั้งที่ข้อมูลจากข่าวสารบ้านเมืองที่เคยได้รับมาก็บ่งบอกอยู่ว่า เวียดนามเป็นประเทศที่มีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เป็นคู่แข่งทางด้านการค้าการขายที่กำลังไล่บี้จี้หลังไทยแลนด์มาติดๆ แล้วยังมีแนวโน้มว่ากำลังจะวิ่งแซงหน้าไปในอีกไม่กี่ปี

...เมืองที่เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วคงสวนทางกับบรรยากาศยามเช้าอันเนิบช้า ... แต่ภาพหญิงสาวกลุ่มใหญ่ปั่นจักรยานอย่างสบายอารมณ์บนท้องถนนกลับยังคงฝังแน่นอยู่ในหัวสมอง

...

กลับมาที่ภาพของความเป็นจริง ... หลังจากล้อเครื่องบินลอยพ้นรันเวย์สนามบินนานาชาติภูเก็ต ไม่เกิน 2 ชั่วโมง เครื่องบินไทยแอร์เอเชียก็พาพวกเรามาถึงสนามบิน Tan Son Nhat กลางเมืองโฮจิมินห์ซิตี แม้ล่วงเข้าเวลาดึกแต่สนามบินแห่งนี้กลับยังคงคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ สาเหตุที่รู้ว่าชาวต่างชาติส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวก็เพราะพอออกเดินมาจากประตูสนามบิน ภาพแรกที่เห็นแล้วทำให้ถึงกับต้องหยุดชะงักควักกล้องออกจากกระเป๋า คือภาพบรรดาไกด์จากบริษัททัวร์หรือจากโรงแรมต่างๆ ทั้งนั่งทั้งยืนเรียงกันเป็นแผงใหญ่ ชูป้ายชื่อเรียกหาลูกค้าลูกทัวร์ของตัวเอง

เพียงแค่ย่างก้าวแรกหลังจากพ้นประตูสนามบิน ก็สำเหนียกได้โดยทันทีว่าเวียดนามนอกจากจะเป็นคู่แข่งทางด้านเศรษฐกิจที่น่าจับตามองแล้ว ยังเป็นคู่แข่งทางด้านการท่องเที่ยวที่กำลังมาแรง ... ในช่วง 45 ปีที่ผ่านมา สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามมีการประชาสัมพันธ์และสนับสนุนทางด้านการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก จนปัจจุบันรายได้จากการท่องเที่ยวกลายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ประเทศเวียดนามมีความเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว

สองฝั่งถนนยามค่ำคืนที่ผ่านตาระหว่างเดินทางไปที่พัก แม้ไม่ได้เต็มไปด้วยสีสันของไฟนีออนไลต์วิบวับอย่างเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ แต่ก็ไม่ใช่เงียบเหงา ตรงกันข้าม...มันดูคึกคักเลยทีเดียว บนถนนเต็มไปด้วยหนุ่มสาว ซ้อนท้ายกันบนหลังเบาะรถมอเตอร์ไชค์ ริมถนนตรงสวนสาธารณะกลางเมืองที่ผ่านก็ไม่ต่างกัน สองฝั่งถนนบางช่วงเรียงรายไปด้วยร้านขายอาหารและเครื่องดื่มริมทาง มีตั้งแต่ นมสด น้ำผลไม้ ไปจนถึงเบียร์ เหล้า ตั้งแผงขายตามริมทางเท้า ปนๆ กันไปได้อย่างไม่แปลกแยกนัก

...

ยามเช้าของอีกวัน ภาพนครโฮจิมินห์ที่เป็นเงาลางๆ ในยามค่ำคืนก็เริ่มชัดเจนขึ้น ... ไม่มีสาวเวียดนามในชุดอ่าวหญ่าย (ชื่อเรียกชุดประจำชาติหญิง) ปั่นจักรยานท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าอันเนิบช้าอย่างที่เคยเห็นในภาพด้านหลังแผ่นโปสต์การ์ด ในยุคสมัยปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่ในโฮจิมินห์ใช้รถมอเตอร์ไซค์เป็นยานพาหนะ บรรยากาศยามเช้าในเมืองใหญ่ของประเทศกำลังพัฒนาเต็มไปด้วยความเร่งรีบ รถมอเตอร์ไซค์เต็มท้องถนน ซึ่งมันเต็มท้องถนนจริงๆ ชนิดที่ไม่สามารถจินตนาการได้ถ้าไม่ได้มาเห็นชัดๆ เต็มสองลูกตา

แม้จะเป็นยามเช้าที่ดูค่อนข้างวุ่นวายเร่งรีบ แต่ทว่าบรรยากาศริมถนนตามสองข้างทางก็ยังคงมีเสน่ห์ ด้วยเพราะเป็นเมืองที่มีอายุเก่าแก่กว่า 300 ปี เคยถูกฝรั่งเศสเข้ามายึดเป็นอาณานิคมและเข้ามาพัฒนาปรับปรุง โดยการวางผังเมืองให้ใหม่ สร้างถนน ปลูกต้นไม้ใหญ่ สร้างสวนสาธารณะ บ้านเรือน ตลอดจนสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในสไตล์ฝรั่งเศส ซึ่งยังคงหลงเหลือให้เห็น และได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของโฮจิมินห์

จุดหมายแรกที่เดินทางไปในเช้าวันนั้น คือ โบสถ์นอร์ทเธอดาม (Notre Dame Cathedral) เป็นโบสถ์ที่สร้างขึ้นโดยจำลองมาจากโบสถ์นอร์ทเธอดามในประเทศฝรั่งเศส สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1883 ได้รับการยกย่องว่าเป็นโบสถ์ที่สวยงามที่สุดในประเทศเวียดนาม มีเอกลักษณ์ตรงหอคอยคู่สี่เหลี่ยมหลังคาทรงสูงประกบด้านข้างตัวโบสถ์ทั้งสองข้าง ด้านหน้ามีลานกว้าง ตรงกลางลานมีรูปปั้นพระแม่มารีสีขาว อาคารสไตล์ฝรั่งเศสอีกหลังที่อยู่ติดกันกับลานกว้างหน้าโบสถ์ คือ ไปรษณีย์กลางโฮจิมินห์ (Main Post Office) สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1901 เป็นไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ออกแบบโดยผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบกอธิกกับสถาปัตยกรรมตะวันออก ผนังด้านในตกแต่งด้วยกระจกสี พื้นปูด้วยกระเบื้องลายโบราณ ปัจจุบันยังคงเปิดให้บริการด้านไปรษณีย์ตามปกติ

ไม่ไกลกันนักพวกเราแวะเที่ยวชม วัดเทียนหัว วัดจีนโบราณที่มีความผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมจีนกับเวียดนาม ตั้งอยู่ใจกลางไชนาทาวน์ ก่อนที่จะเดินทางไปยัง จัตุรัสโฮจิมินห์ (Tran Nguyen Hai Statue) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองโฮจิมินห์ จากจุดนี้สามารถเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ได้โดยง่าย ตรงกลางจัตุรัสมี อนุสาวรีย์โฮจิมินห์ ผู้ที่ชาวเวียดนามส่วนมากรักและเทิดทูน เพราะเป็นบุคคลสำคัญผู้ปลดแอกให้กับประเทศ ประกาศอิสรภาพจากฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา และทำการรวมประเทศเวียดนามเหนือเวียดนามใต้ให้กลายเป็นหนึ่งเดียว ด้านหลังอนุสาวรีย์เป็น ศาลาว่าการนครโฮจิมินห์ ศาลาว่าการเมืองที่สวยที่สุดในเวียดนาม สร้างขึ้นตามสถาปัตยกรรมฝรั่งเศส

ในวันแรกพวกเราแวะที่จัตุรัสโฮจิมินห์ เพียงไม่นานนัก เพราะต้องรีบเดินทางไป อุโมงค์กู๋จี (ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 60 กม.) อุโมงค์ที่เต็มไปด้วยความน่าทึ่ง และมีความสำคัญสำหรับชาวเวียดนาม ด้วยการขุดอุโมงค์รูปแบบนี้ทำให้ทหารเวียดนามที่มีอาวุธยุทโธปกรณ์ในการรบด้อยกว่ามาก สามารถต้านทานกองกำลังทหารจากสหรัฐอเมริกาได้

...

ในค่ำวันนั้นหรือในช่วงบ่ายของวันถัดมา หลังจากเดินทางไปเที่ยวชมอีกหลายสถานที่ จนแล้วจนรอดพวกเราก็ต้องแวะกลับมายังจัตุรัสโฮจิมินห์อีกหลายครั้ง อาจเพราะที่นี่รายล้อมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ และยังเป็นศูนย์กลางด้านการค้า ไม่ไกลกันนักเป็นที่ตั้งของ ตลาดเบนถั่น (Ben Thanh Market) ตลาดแห่งนี้ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งจากคนพื้นเมืองและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เปิดขายทั้งกลางวันและกลางคืน สินค้ามีให้เลือกมากมาย ตั้งแต่พวกผลิตภัณฑ์แฮนด์เมด สินค้าพื้นเมือง ชา กาแฟ ไปจนถึงกระเป๋าเดินทาง เป้ หรือเสื้อผ้าเลียนแบบแบรนด์ดังทั้งหลาย ส่วนคนที่ไม่อยากซื้อของเลียนแบบ เดินไปไม่ไกลจากตลาดเบนถันก็มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ข้างในติดแอร์เย็นฉ่ำ

นอกจากนี้ ด้านข้างของจัตุรัสโฮจิมินห์ยังเป็นที่จอดของรถสามล้อถีบ “ซิกโคล่” รถสามล้อที่มีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์ของเวียดนาม รอบๆ จัตุรัสโฮจิมินห์เหมาะอย่างยิ่งที่จะนั่ง “ซิกโคล่” ชมเมือง เพราะถนนย่านนี้ถูกสร้างโดยฝรั่งเศส ริมถนนมีต้นไม้ใหญ่ตลอดทาง เส้นทางผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ อย่าง โรงละคร (Opera House) และ ทำเนียบอดีตประธานาธิบดี (Reunification Palace)

การนั่ง “ซิกโคล่” วนไปรอบเมืองด้วยความเร็วไม่มากนัก หรือการเดินเล่นทอดหุ่ยอย่างเรื่อยเฉื่อย สามารถเห็นวิถีชีวิตของคนเวียดนามได้จากริมสองฝั่งถนน บางคนผูกเนกไท ใส่สูท ตามสไตล์หนุ่มออฟฟิศที่ทำงานกลางเมืองใหญ่ บ้างใส่ชุดอ่าวหญ่าย หาบขายสินค้า ตามวัฒนธรรมดั้งเดิม วัยรุ่นบางคนแต่งตัวนำสมัย สายเดี่ยวกระโปรงสั้น แต่บางคนกลับใส่ชุดอ่าวหญ่าย สีขาว สะอาด (ซึ่งเป็นชุดเครื่องแบบนักเรียนของที่นี่)

วัฒนธรรมเก่าๆ ที่คงอยู่มาเนิ่นนาน กับความศิวิไลซ์ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ถูกเขย่ารวมกันจนกลายเป็นเสน่ห์ที่มีแบบอย่างเฉพาะตัว อย่างที่ไม่มีเมืองไหนเหมือน ... “ชีวิตริมสองข้างทางในโฮจิมินห์ ค.ศ. 2010 สวรรค์ของคนที่ชอบถ่ายภาพแนวสตรีต ไลฟ์”

ปล. โปสต์การ์ดภาพหญิงสาวเวียดนามในชุดอ่าวหญ่าย ปั่นจักรยานท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าอันเนิบช้า ยังคงมีวางขายอยู่ ... ใต้ภาพถ่ายเขียนคำว่า “Ho Chi Minh City” พลิกดูทั้งด้านหน้าด้านหลัง ไม่มีตัวหนังสือบ่งบอก ไม่รู้ว่าภาพพวกนี้เขาถ่ายเก็บไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ...

การเดินทาง

สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ได้โดยใช้เส้นทางกรุงเทพฯ–อรัญประเทศ–พนมเปญ–โฮจิมินห์ซิตี แต่ไม่เป็นที่นิยม เพราะยุ่งยากในการทำเรื่องเข้าออกพรมแดน

เดินทางโดยเครื่องบิน กรุงเทพฯโฮจิมินห์ มีหลายสายการบินให้เลือก, บินตรงจากภูเก็ตโฮจิมินห์ สายการบินแอร์เอเชียเพิ่งเปิดให้บริการ และมีโปรโมชันราคาประหยัด ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 025159999 หรือ www.airasia.com

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69