posttoday
คนดังเช็กดวง เฮงๆๆๆ รับปีใหม่

คนดังเช็กดวง เฮงๆๆๆ รับปีใหม่

19 พฤศจิกายน 2555

มันก็แค่หลักสถิติการคาดเดาว่าควรจะเป็น?!!.... แต่มีข้อมูลตัวเลขบอกความสัมพันธ์ระหว่างความเต็มใจจะจ่ายกับปัจจัยทางด้านอุปสงค์

โดย...ปอย

มันก็แค่หลักสถิติการคาดเดาว่าควรจะเป็น?!!.... แต่มีข้อมูลตัวเลขบอกความสัมพันธ์ระหว่างความเต็มใจจะจ่ายกับปัจจัยทางด้านอุปสงค์ และปัจจัยด้านอุปทาน 58.33% ของกลุ่มตัวอย่างคนไทยเคยใช้ “บริการหมอดู” แล้วถ้าชวนกันไป “ดูหมอ” โดยเฉพาะใกล้ๆ ปีใหม่ช่วงนี้ ก็ยิ่งไม่มีใครคิดปฏิเสธ! เพราะอย่างน้อยก็ยังได้รู้หลักคร่าวๆ หรือแผนที่ของชีวิตที่จะทำให้พอมองเห็นว่า ควรดำเนินชีวิตไปอย่างไรในปีหน้า???

เซเลบริตีคนดังเช็กดวง ใครเชื่อมากน้อยอย่างไร? มาฟังกันไว้รู้เขารู้เรา

เรื่องเครียดของคุณหนูเซเลบ

มีคนทักตลอดปีนะคะ “ก้อย” รัชวิน วงศ์วิริยะ บอกด้วยการเป็นดาราบุคคลสาธารณะ เเต่ไม่ได้ดูจริงจัง ไม่ได้ซีเรียสมากถ้าไม่ดี ถ้าดีๆ ก็ฟังเป็นกำลังใจ อะไรที่ใครเตือนมาก็เป็นเครื่องเตือนใจให้เรามีสติ เเต่ก็ไม่ใช่คนวิตกกังวลอะไรจนเกินเหตุ นางเอกคนสวยบอกเรื่องฉุนไม่เลยไม่มีนะคะ เพราะ (ยัง) ไม่มีใครทักเรารุนเเรง คนในวงการส่วนใหญ่ก็ต้องเจออยู่แล้ว เเต่เราก็รับฟังไว้

คนดังเช็กดวง เฮงๆๆๆ รับปีใหม่

 

“ส่วนใหญ่จะทักมาในเรื่องความรัก ที่บอกว่าต้องเลิกกัน (หัวเราะ) ก้อยก็มองว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด 70% อยู่ที่ตัวเรา 30% คือ ชะตาลิขิต แล้วก้อยยังไม่เคยเจอหมอดูที่เเม่นมากๆ ส่วนใหญ่ที่ทักมาก็ไม่เห็นเป็นจริง (หมอดูทั้งหลายโปรดทราบค่ะ) ก้อยค่อนข้างเชื่อตัวเอง แต่โอเคยกให้ 2 เรื่อง คือ สุขภาพกับอุบัติเหตุ เรารับฟัง เเต่ถ้าเป็นความรัก ขอเชื่อตัวเองดีกว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนเราไว้อย่างนี้ค่ะ” รัชวิน คอนเฟิร์มอย่างเป็นทางการ

อีกคนที่ถูกทักในเรื่องความรักในปีหน้า “เจ็ม” พิมพ์ชนะ สงวนสัตย์ บอกเพิ่งดูกับหมอดูรังสีออรา จำชื่อหมดไม่ได้เพราะ ดูขำๆ ในงานอีเวนต์ที่กำลังฮิตจัดหมอดูมาตั้งโต๊ะให้เซเลบฯ ได้ดูกันสนุกๆ ไม่ซีเรียสจริงจังมาก

“เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้างค่ะ เจ็มได้รังสีสีส้มๆ หมอบอกว่า เจ็มจะมีเนื้อคู่ช่วง 26 ปี (บอกพร้อมเสียงหัวเราะว่าตอนนี้ 23 ก็รอชิลชิลไปอีก 3 ปี) แต่เรื่องที่หมอทักแล้วชอบมากที่สุดคือ บอกว่าเราเป็นคนเก็บเงินเก่ง ทำงานเก่ง เจ็มเพิ่งมาช่วยคุณแม่ทำงานพีอาร์ที่พิมพลัส ตำแหน่ง Public Relation Executive ตอนนี้ก็เลยตั้งอกตั้งใจทำงานค่ะ”

ชีวิตคนทุกคนก็ต้องมีขึ้น มีลง คือความเชื่อของ “มูลี่” อัญชิสา วัชรพล ทายาทรุ่นที่ 3 ของหนังสือพิมพ์หัวสียักษ์ใหญ่ของประเทศไทย ซึ่งก็เคยขอ “หมอนพ” หมอดูดวงประจำวันของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐให้ช่วยดูให้เหมือนกัน

คนดังเช็กดวง เฮงๆๆๆ รับปีใหม่

 

“มู่เรียกท่านว่า ‘คุณตานพ’ ช่วยดูให้ด้วย ท่านก็บอกเอากำปั้นตีหัวเราเบาๆ บอก ‘ไม่ต้องดูหรอก ไม่มีอะไรน่าห่วงหรอก’ เพราะท่านมีเหตุผลค่ะ ว่า ถ้าเป็นเรื่องไม่ดีในชีวิตคนเรา ทุกๆ คนก็ต้องเจอ ท่านจะไม่ทักนะคะ แต่ถ้าแย่ถึงชีวิตท่านจึงจะเตือนให้รู้ตัว” อัญชิสา บอกแต่ให้ย้อนกลับไปดูว่าชีวิตช่วงไหนประสบวิกฤตน่าห่วงที่สุด ก็คงเป็นในช่วงใกล้ๆ ปีใหม่ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา

“เพื่อนๆ กำลังเตรียมเคาต์ดาวน์กันสนุกสนาน แต่เราเข้าโรงพยาบาลแอดมิดฉีดมอร์ฟีนเลยค่ะ เพราะมีเนื้องอกที่รังไข่ ซึ่งอาจจะเป็นมะเร็งเมื่ออายุเรามากขึ้น ไม่เจ็บปวดค่ะ ไม่รู้สึกอะไรเลยนะคะในระหว่างมีประจำเดือน คือร่างกายไม่ได้ส่งสัญญาณผิดปกติเลย แต่ผิดปกติอย่างเดียวคือ เราอ้วนขึ้นๆ ทั้งที่ตั้งใจกินแต่ผัก ออกกำลังกายหนักลดความอ้วน แล้วในที่สุดก็ปวดท้องมากๆ เราก็คิดว่าเป็นโรคกระเพาะ หมอตรวจก็กลับเจอเนื้องอกที่โตขึ้นๆ ดันให้เกิดแก๊ส ทำให้เราปวดท้องจนทนไม่ได้ รู้สึกเลยค่ะการไม่ป่วยเป็นลาภที่ประเสริฐที่สุด และชีวิตคนเราไม่มีอะไรแน่นอน วันนี้ขอทำในสิ่งที่เราอยากทำ อยากเป็นดีกว่า” อัญชิสา บอก ซึ่งฟังแล้วดูไม่มีปัญหา อีกเรื่องที่หลายๆ คนอยากรู้เรื่องความรักละค่ะ?!!!

“ไม่สนใจ ไม่เคยดูหมอเรื่องความรักเลยค่ะ มีก็มี ไม่มีก็ช่างมันค่ะ” คุณหนูมู่ลี่ อัญชิสา บอกเสียงเรียบๆ ชิลชิล

เรื่องเครียดที่สุดคือ สิวขึ้นหน้า คุณหนูบุ๊ค-พิมพ์เลิศ ใบหยก บอกพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ ชิลชิลเช่นกัน เพราะมีมอตโตเชื่อว่า “ชีวิตเป็นอย่างไร ก็ต้องเป็นอย่างนั้น” ดูไปแล้วถ้าไม่ดีก็ไม่รู้จะทำอย่างไร

“แต่อย่างที่บอกค่ะบุ๊คไม่เคยเครียดอะไรมากมาย ตอนนี้บุ๊คซีเรียสเรื่องเดียว คือรับช่วงงานโรงแรมหัวช้างต่อจากคุณพ่อ แต่ก็คิดว่าทุกอย่างขึ้นอยู่ความตั้งใจ ถ้าเราไม่ตั้งใจงานจะก้าวหน้ามั้ย? คิดแค่นี้เองค่ะ จึงไม่เคยลองไปขอปรึกษาหมอดูว่างานจะเวิร์กไม่เวิร์กอะไรนะคะ อนาคตก็แค่เรื่องที่เรามักชอบคิดไปเอง” พิมพ์เลิศ บอกคำคมทิ้งท้าย

คนดังเช็กดวง เฮงๆๆๆ รับปีใหม่

 

‘หมอพระ’ ที่พึ่งทางใจ

เช็กดวงทุกๆ ปี ตั้งแต่เบญจเพสเพราะไม่สบายเล็กน้อย จนอายุ 32 ปี ไม่เคยเจออะไรไม่ดีเลย วันนี้ก็แค่จะเช็กว่าปีไหน ชงไม่-ชงเท่านั้นเอง “กบ” ฐิติพงษ์ ล้อประเสริฐ เล่าว่า แต่จากประสบการณ์ในการดูหมอครั้งแรกกับพระเกจิอริยสงฆ์ห้าแผ่นดิน “หลวงปู่สุภา กันตสีโล” ผู้ยิ่งด้วยเมตตาบารมี พระดังมีลูกศิษย์ลูกหามากมายของ ต.ฉลอง จ.ภูเก็ต ซึ่งในเวลานั้นกำลังเครียดกับการเฟ้นหามหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เพื่อเรียนต่อปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ

“ผมจบบัญชี-จุฬาฯ ด้วยคะแนนที่ไม่ค่อยดีนักครับ ตอนนั้นก็อยากเข้าเรียนมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยในกลุ่มบิ๊กเทนของอเมริกาที่ผมอยากเรียนมาก ช่วงนั้นคุณแม่ก็จะไปกราบพระเกจิท่านนี้พอดี ก็ชวนผมไปด้วย พระท่านก็มองหน้าแล้วจับแขนเรา ก็บอกว่าเรื่องเรียนไม่ต้องห่วงนะ ให้ไปสอบที่นั่นเลย ซึ่งผมไม่เชื่อนะครับในตอนแรก เพราะเราไม่มีความมั่นใจเลย

แต่ก็ลองไปเรียนภาษาที่นั่นก่อน แล้วจู่ๆ ก็มีไดเรกเตอร์เดินเข้ามาหาเราตอนเรากินข้าวในแคนทีน คืองงมากครับ อาจารย์บอกว่าลองมาเรียน 1 คอร์สดูซิแล้วถ้าคุณสอบผ่านก็ไม่มีปัญหา ผมก็ลองเรียนทั้งที่ไม่มั่นใจ แต่ในที่สุดก็สอบผ่านและได้เรียนที่นี่อย่างไม่น่าเชื่อเลยนะครับ ทั้งที่เขาเข้มงวดเรื่องเกรดเฉลี่ยตอนปริญญาตรีมาก ซึ่งก่อนนั้นผมไม่ดูหมอเลยนะครับ กลัวว่าถ้ามาทักเราไม่ดีแล้ว ก็ยิ่งดาวน์จิตตกไปกันยกใหญ่”

คนดังเช็กดวง เฮงๆๆๆ รับปีใหม่

 

“กบ” ฐิติพงษ์ เซเลบยังบลัดอีกคนที่บอกว่า “มีเซนส์” ยกตัวอย่างในเรื่องถ้ามีคนไม่ประสงค์ดี ก็จะมีเสียงมากระซิบบอกให้รู้ล่วงหน้าว่าต้องระวังคนคนนี้ให้จงดีเลยทีเดียว

“มีเพื่อนคนหนึ่งที่ผมคบหาอยู่ช่วงหนึ่ง รักกันมากๆ แล้วจู่ๆ วันหนึ่งผมนอนๆ อยู่ก็มีเสียงกระซิบบอกว่าให้ระวังตัวนะ แล้วในที่สุดผมถูกเพื่อนคนนี้ใส่ร้ายหักหลังตลอด ผมเชื่อเรื่องการทำบุญอุทิศส่วนกุศล แต่ไม่เคยทำบุญเพื่อขอโน่นนี่นะครับ ผมทำบุญเพียงแค่อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร ให้เทวดาประจำตัว เชื่อมากๆ ครับในเรื่องนี้” ฐิติพงษ์ บอกสำหรับปีหน้ามีธุรกิจที่ต้องเริ่มสตาร์ตร่วมกับพี่ชาย เรื่องธุรกิจสกินแคร์ของผู้ชาย ก็เช็กดวงบ้างในเรื่องงาน

“ปีหน้าโอเคนะครับสำหรับผม แต่ก็จะระวังๆ ไว้เพราะเป็นปีชง มะเส็งชงมะเส็งด้วยกันเอง ซึ่งผมก็เชื่อเพราะคนปีนี้จะรักกับคนปีกระต่ายมาก ผมมะเส็ง คุณแม่เถาะ คุยกันทำธุรกิจด้วยกันราบรื่นมาก แต่กับคุณพ่อปีกุนซึ่งลงกับมะเส็ง ก็จะขัดๆ กันบ้างอะไรบ้าง แต่เรื่องนี้ผมไม่กังวลเลยครับ คิดว่าเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำที่ได้รู้สาเหตุว่าเป็นเพราะอย่างนี้เอง” ฐิติพงษ์ บอกทิ้งท้ายเรียบร้อยตามสไตล์

คุณหนูตระกูลดังอีก 1 คน “แจน” พัทธมน เตชะณรงค์ น้องสาวคนที่สามของบ้านโบนันซ่า ยอมรับเลยว่าดูดวง เช็กดวงมาโดยตลอด ดูหลายๆ หมอ ดังๆ ก็เช็กมาหมดแล้ว แต่ที่สุดแล้วก็เชื่อตามคำสอนของพระพุทธเจ้าที่สอนไม่ให้งมงายในเรื่องชะตาลิขิต

คนดังเช็กดวง เฮงๆๆๆ รับปีใหม่

 

“ในต้นปีหน้าแจนมีแผนว่าจะเปิดแบรนด์เสื้อผ้ากับพี่สาว พี่เมย์ ไพพรรณี ก็ไปขอคำปรึกษากับดวงด้านธุรกิจเสื้อผ้ากับ ‘หลวงปู่ฤๅษีตาไฟ วัดหนองทาระภู จ.ชัยนาท’ เพราะท่านเตือนเรามาโดยตลอดว่าทำอะไรดี-ไม่ดีนะ แล้วท่านก็จะดุมาก ดุว่าถ้าไม่ทำงานก็ไม่ต้องมาหา ไม่ต้องมาถามหาอนาคต ซึ่งท่านก็บอกเรานะคะว่า ทำเสื้อผ้าจะดีมากๆ ไม่ได้ผูกจากดวงนะคะ แค่ท่านมองบุคลิกเราแล้วก็บอกว่าดี ทำเลย แล้วธุรกิจใหม่แจนครั้งนี้ก็ไม่ซีเรียสอะไรเลยสักนิดเดียว เพราะเรากำลังจะได้ทำในสิ่งที่เรารัก เสื้อผ้าของแจนจะเป็นสไตล์ผู้หญิงใส่สูท เชิ้ต กิมมิกสีจัดๆ สดใส แจนกำลังทำงาน ซึ่งเป็นตัวของตัวเองที่สุดค่ะ ซึ่งหวังว่ากลางปีหน้าคงจะได้เริ่มสตาร์ตนะคะ

แจนเชื่อว่าทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา มากกว่าชะตาลิขิต ซึ่งในอดีตถ้าแจนตั้งใจทำอะไรทุกอย่างก็สำเร็จหมดเลยนะคะ (บอกพร้อมรอยยิ้ม) ชีวิตแจนถ้าจะถามถึงเรื่องผิดหวังมากที่สุดคือ เรื่องเรียนค่ะ ตอนเรียนปริญญาตรีก็เลือกเรียนวิศวะฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อินเตอร์ฯ ตามคำแนะนำของคุณพ่อคุณแม่ ท่านก็ไม่ได้แนะนำผิดพลาดอะไรนะคะ เพราะท่านก็ย่อมอยากให้ลูกเรียนอะไรที่ดูมั่นคง แล้วเราก็ลุยๆ ด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เราชอบมาตั้งแต่เด็กคือ ชอบเย็บผ้ามากๆ วันๆ นั่งเย็บเสื้อผ้าให้ตุ๊กตามีความสุขมาก ในที่สุดสมองก็เข้ากับตัวเลขวิชาทางวิศวะฯ ไม่ได้ แต่ครอบครัวเราสอนให้ลูกตัดสินใจเอง จึงขอมาเรียนด้านแฟชั่น

คนดังเช็กดวง เฮงๆๆๆ รับปีใหม่

 

วิกฤตในชีวิตที่สุดก็น่าจะเป็นเรื่องนี้ เรื่องเดียว ชิลชิลค่ะ เพราะเป้าหมายของแจนไม่ใช่เรื่องร่ำรวยสิบล้านร้อยล้าน เพราะเงินมักจะมากับปัญหาต่างๆ นานาด้วย” พัทธมน ทิ้งท้าย

ทุกๆ หมอทำให้คนที่มาหาดีขึ้นหมอรักษาคนไข้ หมอความช่วยคดีความ หมอดูก็ต้องรวบรวมทั้งวิชา ทั้งประมวลตามสถิติเพื่อคาดการณ์ความน่าจะเป็น ดูหมอก็แค่นำทางคร่าวๆ ซึ่งปีหน้าขอให้โชคดีทุกๆ ท่าน


 

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน