
ไม้ยืนต้นต้านพายุด้านอ่าวไทย
ชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทยแม้จะเป็นอ่าวตื้นๆ แต่มีโอกาสได้รับกระแสคลื่นลมรุนแรงในบางช่วงของปี
โดย...ม.ล.จารุพันธ์ ทองแถม
ชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทยแม้จะเป็นอ่าวตื้นๆ แต่มีโอกาสได้รับกระแสคลื่นลมรุนแรงในบางช่วงของปี และก่อให้เกิดภัยพิบัติแก่ชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้านรวมทั้งชาวประมงที่มีทรัพย์สินอยู่ในบริเวณชายฝั่งทะเล ใช่แต่เท่านั้น กระแสลมพายุยังมีอิทธิพลต่อความรุนแรงของคลื่นที่โหมกระหน่ำเข้าสู่ชายฝั่งก่อให้เกิดการกัดเซาะพื้นที่ชายหาด ทำให้เกิดการสูญเสียพื้นที่ให้กับทะเลจนทำให้เจ้าของที่ดินชายทะเลหลายคนเกิดความกังวล เนื่องจากภาวะอากาศแปรปรวนดูจะรุนแรงขึ้นทุกปี
พื้นที่ชายฝั่งทะเลตั้งแต่ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระเรื่อยไปสู่ภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สงขลา มีพื้นที่ชายฝั่งทะเลถูกกัดเซาะจำนวนมหาศาล ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากสาเหตุหลักสองประการใหญ่ๆ คือความรุนแรงของสภาวะอากาศโลกที่เพิ่มขึ้น ทำให้โอกาสที่จะเกิดพายุโซนร้อนหรือดีเปรสชันรุนแรงในอ่าวไทยมีความเป็นไปได้สูง และก่อให้เกิดภัยพิบัติรุนแรง เช่น พายุเกย์ซึ่งทุกคนคงจำได้ดี และการคุกคามสภาพธรรมชาติดั้งเดิมของชายฝั่งทะเล การลดขนาดพื้นที่ป่าไม้ชายเลน การทำลายชนิดพันธุ์ไม้ที่ขึ้นตามป่าชายหาดนับเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อสภาพอันเปราะบางของพื้นที่ชายฝั่งทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขต จ.สงขลา ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี และ จ.สมุทรสงคราม
กระแสคลื่นลมที่ดูเหมือนจะรุนแรงขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา ส่งผลให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต้องทำงานอย่างหนักในการรักษาสภาพถนนเลียบชายหาดอันยาวเหยียด จากเขาตาม่องล่ายไปจนถึงตลาดในของอำเภอเมือง สิ่งที่มองเห็นได้ว่าเป็นจุดด้อยของจังหวัดชายทะเลแห่งนี้ก็คือ การขาดแคลนไม้ยืนต้นที่เหมาะสมและสวยงามเข้ากันได้กับสภาพภูมิทัศน์ธรรมชาติอันสวยงามของอ่าวประจวบฯ นี่เป็นเรื่องสำคัญที่ควรได้รับการพิจารณาจากผู้บริหารงานท้องถิ่นในหลายจังหวัดของภาคกลางตอนใต้และภาคใต้ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากระแสคลื่นลมชายฝั่งทะเล
ที่ จ.ประจวบฯ เราได้เห็นพันธุ์ไม้ยืนต้นหลายชนิดที่เหมาะสมและขึ้นได้ดีในบริเวณชายฝั่งทะเลที่เป็นหาดทรายและเนินทราย (sand dune) ต้นไม้ท้องถิ่น เช่น ตาลโตนด ควรมีหน่วยงานป่าไม้ทำหน้าที่ขยายพันธุ์ ส่งเสริมปลูก เช่นเดียวกับมะพร้าวพันธุ์ดีจากทับสะแก นี่จะช่วยให้บรรยากาศชวนท่องเที่ยวของชายหาดภาคใต้ดูมีมนต์ขลังและช่วยยึดพื้นทรายให้ไม่ถูกกัดเซาะได้ง่ายๆ ทิวดงตาลขนาดใหญ่คงเหลือให้ดูได้ไม่มากนักในเขตชายทะเลที่ จ.เพชรบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อำเภอชะอำ เมื่อพูดถึงต้นตาลแล้วให้ทึ่งในความสามารถของผู้บริหารเกาะภูเก็ตเมื่อ 5–6 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสามารถเนรมิตต้นตาลขนาดใหญ่สูงท่วมหัวอายุเกือบสิบปีมาปลูกบนเกาะกลางถนนในระยะทางนับสิบกิโลเมตรตามเส้นทางสู่ตัวเมืองภูเก็ต ซึ่งดูเหมือนจะขานรับให้เกาะภูเก็ตมีสัญลักษณ์เป็นไม้ในวงศ์ปาล์ม เพราะที่แหลมพรหมเทพก็มีต้นตาลโตนดขึ้นอยู่จนกลายเป็นสิ่งที่ไม่อาจขาดหายไปจากภาพแหลมที่ยื่นยาวลงสู่ทะเลอันดามันไปเสียแล้ว ตาลโตนดยืนหยัดสู้พายุคลื่นลมทะเลได้ดีแค่ไหนก็คงไปถามหมู่ตาลแหลมพรหมเทพดูละครับ
ย้อนกลับไปที่ จ.ประจวบฯ อีกครั้ง ชายทะเลที่ตำบลคลองวาฬมีต้นไม้ชนิดหนึ่งซึ่งขึ้นอยู่มากมาย ไม่แน่ใจว่าผู้ใดนำเข้ามาปลูก แต่มันแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติได้อย่างกว้างขวาง น่าจะเป็นสัตว์จำพวกฟัดกัดแทะบางชนิดหรืออาจเป็นนกขนาดใหญ่ที่ขยอกกินผลสุกของมันและขับถ่ายเมล็ดออกมาแพร่พันธุ์ไปในภายหลัง ต้นสะเดาอินเดีย (Azadirachta indica) เป็นไม้ยืนต้นขนาดปานกลางที่มีทรงพุ่มแผ่กว้างให้ร่มเงากำบังแสงแดด กำบังลมพายุได้ดี เพราะระบบรากแก้วหยั่งลึกแผ่กว้างไม่โค่นล้มง่ายๆ มันทนแล้งได้ดีวิเศษไม่แพ้สะเดาไทย (A.indica var. siamensis) ซึ่งมีทรงต้นสะโอดสะองดี แต่ไม่แผ่พุ่มกว้าง เช่น สะเดาอินเดีย สะเดาอินเดียมีรสชาติขมขื่น และให้ neem oil รุนแรงเข้มข้นนัก เหมาะจะนำไปหมักทำน้ำยาฉีดกำจัดแมลงศัตรูพืช แต่ประโยชน์ทางป้องกันภัยจากแสงแดดโดยจะเห็นเด่นชัด เช่น การปลูกเป็นไม้กำบังแสงแดดให้ร่มเงาเพิ่มความร่มรื่นแก่พื้นที่ลานจอดรถและริมถนนเลียบชายทะเลในเขตอำเภอเมือง จ.ประจวบฯ ต้นสะเดาอินเดียอาจปลูกคู่กับสะเดาไทย ซึ่งใช้เป็นอาหารที่โปรดปรานของคนไทย ข้อดีอีกประการคือหาพันธุ์ปลูกได้ง่าย ราคาไม่สูงเกินไปดังเช่นต้นตาลโตนดของคนภูเก็ตในอดีต ต้นไม้สกุลสะเดาทั้ง 2 ชนิดนี้จะเป็นพืชที่ช่วยปรับปรุงสภาพแวดล้อมของหาดประจวบฯ ได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากมะพร้าวซึ่งเป็นพืชคู่ชายหาดอยู่แล้ว ส่วนสนทะเลนั้นเราพบต้นขนาดยักษ์อายุนานนับร้อยปีตามริมอ่าวมะนาวภายในกองบินน้อย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีและน่าอนุโมทนาในความพยายามอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ภายในกองบินแห่งนี้
ต้นไม้ที่เหลืออยู่น้อยและน่าหาพันธุ์มาปลูกเพิ่มเติมในบริเวณหาดและอ่าวต่างๆ ใน จ.ประจวบฯ ได้แก่ หูกวาง และหูกระจง ซึ่งมีใบเล็กกว่าหูกวาง ดังนั้นจึงไม่ก่อให้เกิดความสกปรกรกรุงรังแก่พื้นหาดทรายริมถนนมากนัก หูกระจงนี้เมืองไทยได้พันธุ์มาจากไอวอรีโคสท์ แอฟริกาตะวันตก โดย ดร.อุทัย จารณศรี เป็นผู้นำเข้ามาเป็นคนแรก ต่อมาพันธุ์จึงเผยแพร่ออกไปเช่นในปัจจุบัน ต้นไม้ชนิดนี้มีทรงคล้ายร่มและทนทานต่อลมพายุได้ดี จึงควรปลูกตามแนวชายหาด ซึ่งเวลากลางวันในฤดูร้อนมีอุณหภูมิสูงมาก การหาไม้ยืนต้นที่มีใบเล็กทนทานให้ร่มเงาช่วยลดอุณหภูมิลงจึงเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตแก่ผู้คนในจังหวัด และนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจังหวัดที่มีธรรมชาติสวยงามเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว







