
ล้างพิษตับ สุดสัปดาห์ Episode 1
โดย...หนูดี – วนิษา เรซ
โดย...หนูดี – วนิษา เรซ
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาตั้งแต่วันศุกร์ หนูดีได้ลาหยุดงาน และทำในสิ่งที่ตั้งใจอยากทำมาหลายปีแล้วแต่ไม่กล้า นั่นก็คือการอดอาหารเพื่อล้างพิษตับและถุงน้ำดีค่ะ ซึ่งที่ผ่านมาทราบว่าการล้างพิษตับนั้น ทำยากกว่าการดีทอกซ์ล้างพิษแบบปกติที่หนูดีคุ้นชิน เพราะในคืนสุดท้ายต้องมีการดื่มน้ำมันดิบๆ แล้วเข้านอนเลยตอนสี่ทุ่มตรง ซึ่งเป็นช่วงที่ถุงน้ำดีและตับเปิดรับมากที่สุด
ข่าวแว่วมาจากเพื่อนๆ ที่ทำล่วงหน้าไปแล้วว่ามันผะอืดผะอมอยากอาเจียน แต่ผลที่ได้คุ้มค่ามาก เพราะบางคนมีก้อนนิ่วหลุดออกมาแบบเห็นได้ชัดเจน หนึ่งคนในคอร์สของหนูดีคราวนี้ เป็นชายร่างใหญ่ที่มาทำซ้ำเป็นครั้งที่สอง เพราะในครั้งแรกนั้น เขามีก้อนนิ่วหลุดออกมาขนาดเท่าลูกกอล์ฟ ซึ่งเจ้าตัวกลัวคนไม่เชื่อ ได้มีการถ่ายภาพไว้ยืนยันด้วย ซึ่งหนูดีก็ขอตามไปดูภาพพิสูจน์ด้วย เอาสิ กล้าถ่ายก็กล้าดู แล้วก็จริงค่ะ เห็นจะจะ คงติดตาไปนาน เจ้าตัวเล่าว่า ก่อนหน้านั้นมีอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย และอึดอัดตลอดเวลา แต่พอล้างพิษตับและก้อนนิ่วต่างๆ เริ่มทยอยหลุดออกมา อาการทรมานเหล่านั้นหายเป็นปลิดทิ้ง แต่ตามตำราแล้วการล้างพิษตับนี้ จะให้ได้ผลสุดควรทำ 15 ครั้งต่อเนื่องกัน ห่างกันครั้งละ 2 สัปดาห์ ฟังแล้วหนูดีคิดว่า เอาล่ะขอให้ผ่านครั้งที่ 1 ไปให้ได้ก่อน ถ้าไม่เข็ดก็คงมีถึง 15 ครั้งแน่ๆ ในชีวิตนี้
ธรรมเนียมการล้างพิษตับที่มีการบันทึกไว้ว่า ได้ผลดีควรต้องทำต่อเนื่องกัน 3 วันครึ่ง คือ
วันที่ 1–เริ่มอดอาหารเย็น คือ ไม่ควรรับประทานอะไรหนัก หรืองดอาหารเลย ดื่มแต่น้ำตั้งแต่เวลา 15.00 น เป็นต้นไป (แต่อันนี้หนูดีไม่ทราบล่วงหน้า เลยได้รับประทานอาหารเย็นในวันนี้ไป แหะ แหะ มือใหม่ค่ะ โชคดีรับประทานสลัดเบาๆ ไม่ผิดมาก ส่วนเพื่อนร่วมแก๊ง พอรู้ว่าจะไปอด ก็จัดบุฟเฟต์ไป เขาว่าต้องตุนไขมันไว้ล่วงหน้า)
วันที่ 2–เริ่มอดล่ะ เพื่อเตรียมกระเพาะ ลำไส้ และระบบตับน้ำดี ให้ว่างโล่ง เตรียมรับน้ำมันที่จะเข้าไปล้างระบบในคืนวันรุ่งขึ้น เราจะดื่มเฉพาะน้ำสมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการขับพิษ เช่น น้ำมะขาม น้ำมะละกอดิบใบเตย น้ำแอปเปิล ฯลฯ รวมถึงผงสมุนไพรที่มีกลิ่นขมิ้นชัดเจน วันนี้ต้องดีทอกซ์ในเวลาเย็น
วันที่ 3–อดต่อ แต่ดื่มน้ำสมุนไพรได้ตลอดวัน จนช่วงหลังเที่ยง ดื่มน้ำอ้อยสดผสมมะนาว 3 ลูก ไปจนบ่าย 3 แล้วหันมาดื่มน้ำสะอาดผสมน้ำถ่านเพื่อเพิ่มค่า pH ให้ถึง 8.8 วันนี้ดีทอกซ์เช้า เย็น พอเวลา 18.00 น. รับประทานดีเกลือผสมน้ำ 1 ช้อนโต๊ะ และพอเวลา 20.00 น. รับประทานดีเกลืออีก 1 ช้อนโต๊ะ เจ้าดีเกลือนี่คือ Epsom salt เป็น Magnesium Sulfate ไว้ล้างพิษ มันเค็มจนขมค่ะ หาซื้อยาก รับประทานเพื่อคลีนระบบไว้รอท่า และพอเวลา 22.00 ห้ามเลต คราวนี้ล่ะของดี ก็คือ น้ำมันมะกอกดิบ 150 ซีซี และน้ำมะนาวคั้นสดๆ 150 ซีซี เขย่ารวมกันแล้วดื่มเลย โอ้โห บาดคอชะมัด ที่สำคัญต้องตั้งไว้ข้างเตียง ดื่มปั๊บ ล้มตัวลงนอนปุ๊บ ห้ามขยับ แล้วหลับไปเลย หนูดีเองต้องสวดมนต์ไว้รอท่า พอได้เวลาติ๊งก็ดื่มอึ้กๆ กลิ่นหอมแต่รสชาตินรกมากค่ะ เขาว่ากันว่าคนจะอยากอาเจียนกันเยอะ ให้เตรียมบ๊วยเค็มไว้ หนูดีพบว่าตัวเองไม่มีอาการเลย ล้มตัวลงนอนก็หลับสนิท แฮปปี้สุดๆ หากใครอยากอาเจียน เขาให้กลั้นให้เกินเวลา 02.00 น เพื่อให้น้ำมันเข้าไปชะล้างจนถึงถุงน้ำดีก่อน หนูดีหลับไปจนถึงเวลา 01.30 น ก็ตื่นและอยากไปปัสสาวะนิดๆ เช็กอาการแล้ว ไม่คลื่นไส้เลย ก็เลยลุกขึ้น เพียงแค่นั่งตัวตรงเท่านั้นเอง อาการคลื่นไส้ก็มาเลย และในที่สุดก็กลายเป็น 1 ผู้โชคร้ายที่ไม่รอดค่ะ แต่ถามเพื่อนๆ ที่มาด้วยกัน มี 2 คนที่อาเจียน และ 2 คนที่ไม่อาเจียน สรุปว่า คนที่รอด คือ คนที่นอนราบไม่ลุกไปไหนเลยทั้งคืน ได้ผลเต็มร้อย ส่วนพวกหนูดีก็ยังคงได้ผลอยู่ดี อย่างน่าทึ่ง คือ มีลักษณะก้อนนิ่วออกมาจริงๆ แม้ไม่มากเท่าที่คิดไว้ แต่ก็มั่นใจว่า เราต้องทำซ้ำอีกในเร็วๆ นี้แน่นอน ตอนแรกเหมือนเข็ดๆ แต่คิดว่า สิ่งนี้ทำแล้วดี เราคงต้องทำอีกจนชินมากกว่าจะกลัว เข็ด และเลิกไป
ทำไมต้องล้างพิษกันด้วย โดยเฉพาะล้างพิษตับ
เหตุผลง่ายๆ ตับเป็นตัวกรองพิษให้กับร่างกาย ทุกวันนี้เรารับอะไรเข้าไปมากมาย ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี ผ่านอาหาร อากาศ อารมณ์ และผิวหนังของเรา โดยเฉพาะสาวๆ ทั้งทาเล็บ ย้อมผม ดังนั้น ตับรับบทหนักแน่ๆ ตับมีหน้าที่หลัก 40 หน้าที่ และหน้าที่รองอีก 500 หน้าที่ เป็นอวัยวะที่แข็งแรง อดทน แต่ก็บอบบาง คือเขาจะไม่ค่อยบอกอาการเราหากเป็นอะไร ต้องรอเพียบหนักแทบรักษาไม่ได้ อาการถึงจะโชว์ตัว ดังนั้น ล้างพิษไว้ก่อนจะดีกว่ามากๆ หากเราอยากอยู่อย่างสุขภาพดีตลอดชั่วอายุขัย
หนูดีเองเป็นคนสุขภาพดั้งเดิมไม่ได้ดี 100% ก็รู้ตัว พอเข้าคอร์สนี้ มีการ “ตบแขนหาพิษ” ฮั่นแน่ ฟังชื่อนึกว่าตบเบาๆ แป๊ะๆ เขาว่า เป็นการเรียกให้ดูว่า พิษเราสะสมที่อวัยวะไหนมากเป็นพิเศษบ้าง ด้วยการตบที่ข้อพับแขนด้านใน
พอไปถึงโอ้โห คนตบให้เรากางแขนออก แล้วฟาด ป้าบ ป้าบ ป้าบ 2 นาทีต่อข้าง ไม่หยุดเลย เนื้อตรงนั้นมันบอบบางมากนะคะ เจ็บแทบปางตาย หนูดีทั้งดิ้น ทั้งร้อง คนตบก็ไม่หยุดค่ะ แถมคุณแม่ของหนูดีซาดิสม์มาก ให้เพื่อนหนูดีถ่ายวิดีโอลูกสาวเก็บไว้ดูอีก หึอย่าเอาไปขึ้นยูทูบนะ โกรธกันจริงๆ คุณเพื่อนก็สนุกใหญ่ มีสัมภาษน์ด้วย เป็นไงครับ มาทำอะไรอยู่ คนเจ็บจะตายยังมาแกล้ง พอถึงตาตัวเองโดนบ้าง โดนเข้าป้าบแรก ร้องจ๊ากเลยค่ะ บอก “โหยยยยย เจ็บอ่ะ” คราวนี้ได้เห็นน้ำตาลูกผู้ชาย ทั้งกอดเสา ทั้งน้ำตาไหล รู้แล้วล่ะสิว่าเล่นจริงเจ็บจริง แต่ผลหรือคะ เห็นกันจะจะเลยก็คือ ถ้าพิษเยอะจะขึ้นดำไปหมด แถมใช้ทำนายนิสัยได้แม่นราวกับหมอดู คือ นอนดึกใช่ไหม อาบน้ำดึกใช่ไหม รับประทานอาหารเย็นดึกใช่ไหม ไม่มีพลาดค่ะ แล้วสัปดาห์หน้า มาเล่าให้ฟังต่อนะคะว่า ผลการตรวจและการอดเป็นอย่างไร







