posttoday
10 วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศของงาน HR

10 วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศของงาน HR

29 ตุลาคม 2555

โดย...วรธาร ทัดแก้ว

โดย...วรธาร ทัดแก้ว

เกี่ยวกับงานด้านเอชอาร์ องค์กรต่างๆ ก็มีวิธีในการปฏิบัติงานด้านเอชอาร์ของตนที่แตกต่างกันไป ทว่าหลายๆ องค์กรก็ได้พยายามที่จะค้นหาวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ หรือ เบสต์แพรกทิซ (Best Practice) มาใช้ในงานเอชอาร์ภายในองค์กร วันนี้ขอเสนอวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ 10 ประการ ของ ดร.เทอดทูน ไทศรีวิชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เชิงกลยุทธ์ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในการนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับงานด้านเอชอาร์ในองค์กร ดังนี้

1.การให้ความสำคัญกับผู้ที่มีผลงานเป็นเลิศ การให้รางวัลยอมรับชื่นชมต่อดาวเด่นทั้งหลายอย่างเปิดเผยกับทุกๆ คนในองค์กรตามวาระและช่องทางต่างๆ ที่เหมาะสม นอกจากจะเป็นสิ่งจูงใจให้คนเก่งเหล่านั้น ยังเป็นการสร้างบรรยากาศการแข่งขันให้กับคนอื่นๆ ที่อยากขึ้นมาเป็นดาวกับเขาบ้าง

2.การประเมินผลโดยใช้ข้อมูลป้อนกลับแบบ 360 องศา ความสัมพันธ์อันละเอียดอ่อนระหว่าง “พนักงานเจ้านายลูกน้องเพื่อนร่วมงาน” ในสังคมไทยนับเป็นสิ่งที่ซับซ้อนไม่ใช่น้อย แต่ถ้าองค์กรใดมีความพร้อมที่จะลองทำ แม้ไม่เต็มรูปแบบเช่น 180 องศา หรือ 270 องศา ตามความเหมาะสม ก็นับเป็นสิ่งที่น่าค้นหา

3.การให้โบนัสตามผลการปฏิบัติงาน บางคนมองว่าการให้โบนัสแบบคงที่เป็นเรื่องจูงใจแบบไม่ตรงจุดประสงค์ของการบริหาร ผลการปฏิบัติงานที่กล่าวว่า “ใครทำมากก็ควรได้มาก และทำน้อยก็ควรได้น้อย” และขอเติมให้อีกว่า “ใครทำไม่ได้ก็ไม่ควรได้อะไรเลย” พนักงานเจเนอเรชันหลังๆ กล้าได้กล้าเสียมีมากขึ้น HR ก็ต้องเข้าใจระบบการให้โบนัสแบบแปรผันมากขึ้น

10 วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศของงาน HR

 

4.ระบบการประเมินผลงานที่เป็นธรรมแก่พนักงาน เรื่องนี้พูดก็ยากทำก็ยาก เพราะคำว่า “เป็นธรรม” มักจะกลายเป็น “นามธรรม” อยู่ตลอดเวลา เนื่องจากว่าธรรมชาติของการประเมินผลงานต้องมีทั้งหลักของความเป็นรูปธรรม (Objectivity) และความเป็นนามธรรม (Subjectivity) ควบคู่กันไปเลยกลายเป็นช่องว่างให้การประเมินผลงานที่เป็นธรรมจริงๆ แก่พนักงานนั้นทำได้ยากจริงๆ นับเป็นสิ่งที่พิสูจน์กึ๋นของ HR ก็ว่าได้

5.การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในองค์กร การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในที่นี้ได้แก่ การจัดการความรู้ (Knowledge Management) ในองค์กรที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสนับสนุนกลยุทธ์ต่างๆ ขององค์กร เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ยังทำกันให้ดีแบบยั่งยืนได้ยากเพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน

6.การให้พนักงานมีส่วนร่วมในการออกความเห็น ความเห็นของพนักงานจากทุกระดับเป็นสิ่งมีค่าที่ผู้บริหารต้องให้ความสำคัญ เพราะจะนำมาซึ่งการจัดการแบบมีพนักงานเป็นศูนย์กลาง (Employee Centric Management) ที่สามารถนำเอาศักยภาพอันไม่มีที่สิ้นสุดของพวกเขาออกมาเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ให้แก่องค์กรได้

7.พิธีรีตองการให้รางวัลและการชมเชยพนักงาน การให้รางวัลในรูปแบบของเงินและผลประโยชน์อื่นๆ นับเป็นสิ่งจูงใจภายนอก (Extrinsic Motivation) ที่สำคัญแบบไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ แต่การยอมรับ การชื่นชมด้วยเสียงปรบมือจากพนักงานทั้งแผนกหรือทั้งองค์กรสามารถเป็นมนต์เสน่ห์แห่งสิ่งจูงใจภายใน (Intrinsic Motivation) ที่เข้าไปถึงจิตใจของพนักงานได้อย่างไม่รู้ลืม

8.การให้พนักงานมีส่วนรับรู้ในธุรกิจขององค์กร เป็นวิธีการที่บริษัทให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์ ทิศทาง และธุรกิจขององค์กร แบบ Open Book Management Style แก่พนักงาน ไม่ว่าจะเป็นข่าวดี หรือบางครั้งอาจเป็นข่าวไม่ดีที่ต้องระวังตัวให้มากขึ้น ก็ตาม

9.โครงการความปลอดภัยและชีวอนามัยในสถานประกอบการ และโครงการองค์กรแห่งความสุข ทั้งสองโครงการนี้ถือเป็นพื้นฐานหลักขององค์กรทุกแห่งก็ว่าได้ เพราะทุกคนในองค์กรต้องสุขกายและสบายใจอันนำไปซึ่งผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ

10.การสร้างความประทับใจอย่างสร้างสรรค์ให้กับพนักงานแบบที่เขาไม่คาดหมาย การให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ และการชมเชยด้วยวิธีสร้างสรรค์โดยที่เขาไม่รู้ตัวสามารถเป็นความประทับใจที่ยิ่งใหญ่ล้ำค่าได้อย่างไม่น่าเชื่อ

อย่างไรก็ตาม ดร.เทอดทูน ย้ำว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่จะสามารถนำไปใช้ในทุกองค์กร หากแต่ต้องอาศัยการวิเคราะห์สภาพจุดแข็งจุดอ่อนขององค์กรนั้นๆ เพื่อกำหนดรูปแบบและกลวิธีที่เหมาะสมที่สุด และจำเป็นภายใต้เงื่อนไขของแต่ละองค์กร

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม