
ไฟ
เรื่องของฟืนไฟเนี่ยมันไว้ใจกันไม่ได้เชียวล่ะน่ากลัวสุดๆ ไฟที่เกิดจากความประมาทยังพอป้องกันได้บ้าง แต่ไอ้ไฟจากสายไฟฟ้าชอร์ตเนี่ย เราจะไปรู้และป้องกันได้ยังไงล่ะชิมิ
โดย...ปู โลกเบี้ยว
เรื่องของฟืนไฟเนี่ยมันไว้ใจกันไม่ได้เชียวล่ะน่ากลัวสุดๆ ไฟที่เกิดจากความประมาทยังพอป้องกันได้บ้าง แต่ไอ้ไฟจากสายไฟฟ้าชอร์ตเนี่ย เราจะไปรู้และป้องกันได้ยังไงล่ะชิมิ
เก็บประสบการณ์ตรงของปูและของเพื่อนพ้องมาให้อ่านดีกว่า เพราะอาจจะเตือนสติใครหลายคนได้บ้าง เริ่มจากเรื่องแก๊สในบ้านก่อนเลย เพื่อนแม่ปูเองทำกับข้าวในชุดกรุยกรายอันตรายถึงตัว สาวๆ ที่ชอบใส่ชุดกรุยกรายสบายๆ คล้ายผ้าแพรเบาๆ แขนค้างคาวอ่ะ จำใส่ใจไว้เลยนะ คุณป้าแกทำกับข้าวตามปกติ แต่วันนั้นใส่ชุดยาวที่มีแขนค้างคาว หยิบโน่นนี่นั่นข้ามหม้อแกง คงเป็นชายเสื้อล่ะที่ไปโดนเปลวไฟเข้า ทำให้ไฟติดปลายแขนเสื้อแล้วลามไปถึงตัว ส่งโรงพยาบาลแขนกับลำตัวติดกัน ต้องผ่าแยกออกอ่ะ เป็นอุทาหรณ์ว่าควรสวมใส่เสื้อให้ถูกกาลเทศะ
อีกเรื่อง เพื่อนของคุณเท่ห์ แก๊สหุงต้มที่บ้านระเบิด ต้องเข้าไอซียูปางตายอ่ะ เหตุเพราะลืมปิดแก๊ส เช้าวันหนึ่งตื่นขึ้นมาทำกับข้าวให้ลูกตามปกติ ตอนประมาณตีสี่เพิ่งตื่นก็สะลึมสะลืออยู่แล้ว พอเปิดเตาแก๊สปั๊บ ถังแก๊สก็ระเบิดทันทีบ้านบึ้มกระจายเลย เนื่องจากตอนเย็นคุณยายทำกับข้าวเสร็จแล้วลืมปิดวาล์วแก๊ส แก๊สคงจะรั่วแล้วลอยตลบอบอวลอยู่ในห้องครัว ซึ่งดันเป็นครัวปิดซะด้วย พอเปิดแก๊สเลยทำให้ระเบิด เพื่อนคุณเท่ห์กระเด็นออกนอกครัวเกือบตาย ต้องหามเข้าห้องไอซียู เป็นอุทาหรณ์ว่าต้องคอยตรวจสอบทุกครั้ง เมื่อทำครัวเสร็จต้องไม่ลืมปิดวาล์วแก๊สเด็ดขาด
ไม่นานมานี้ บ้านเพื่อนผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเกิดไฟไหม้บนห้องนอน ซึ่งเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรภายในบ้าน เพราะสายไฟที่ชอร์ตนั้นอ่ะมันทั้งเก่าและคงชื้นจากตอนที่เกิดน้ำท่วมที่ผ่านมาด้วย คือ เจ้าปลั๊กต่อไฟถูกเสียบด้วยที่ชาร์จโทรศัพท์ ไดรเป่าผม พัดลม ทีวี และอื่นๆ ซึ่งเยอะเกินอยู่ ส่วนสายไฟของเจ้าตัวปลั๊กต่อนั้นก็ถูกลากสายผ่านประตูบานเลื่อนกระจกซึ่งเป็นอะลูมิเนียม เมื่อสายไฟถูกเสียดสีจากการเปิดประตูบ่อยๆ เข้า บวกกับสายไฟที่ร้อนอยู่ตลอดเวลาจากการที่ต้องเปิดไว้ใช้งาน จึงทำให้เกิดไฟชอร์ตระเบิดประตูและกำแพงเป็นรูโบ๋เลย พอมีประกายไฟเกิดขึ้นมันก็ไปติดชายผ้าม่านแล้วลามไปติดกระดาษและเสื้อผ้าในห้องนอนอย่างรวดเร็ว แต่ความโชคดีของเพื่อนที่เพิ่งเดินไปกินก๋วยเตี๋ยวแค่หน้าปากซอย เพื่อนบ้านเห็นควันเลยไปตาม ทำให้กลับมาช่วยกันดับไฟได้ทัน ไม่ลามไปถึงห้องอื่นๆ ในบ้าน แต่ก็วอดไปเกือบทั้งชั้นสองนั่นแหละ เพราะบ้านเป็นบ้านไม้ทั้งหลังซะด้วยสิ นี่ก็เป็นอีกอุทาหรณ์ที่ว่าปลั๊กต่อทั้งหลายต้องคอยสำรวจความเก่าของการใช้งานการเดินทางของสายไฟว่าผ่านอุปสรรคข้าวของอะไรที่กีดขวางมันอยู่หรือเปล่า อย่าเสียบอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายๆ อย่างในปลั๊กเดียวกัน และไม่ควรเปิดไฟทิ้งไว้ตลอดเวลา เพราะสายไฟมันจะร้อนเกินกว่าที่มันจะรับได้
ส่วนตัวเองนั้น มีประสบการณ์ตรงเลย คือ ที่บ้านปูอ่ะสายไฟฟ้าจากการไฟฟ้าฯ ไม่ได้ต่อสายจากเสาเข้าบ้านทางด้านบน แต่ต่อสายลงดินแล้วเดินสายเข้าบ้าน ทีนี้ท่อที่หุ้มสายไฟที่เดินเข้าบ้านนั้นเป็นท่อเหล็ก แล้วด้วยความที่มันอยู่ติดพื้นดินตากแดดตากฝนอยู่เป็นสิบปี ทำให้เหล็กมันเริ่มผุ จึงมีคม ทำให้ไปเสียดสีกับสายไฟฟ้า ทำให้เกิดการชอร์ต เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นประกายไฟที่คล้ายจุดพลุดอกใหญ่ๆ แต่มันดันเป็นประกายไฟที่เกิดอยู่ใต้เสาไฟฟ้าอ่ะดิ ซึ่งถ้ามันลามไปโดนหม้อแปลงไฟฟ้าเข้าละก็ ไม่อยากจะคิดเลย บังเอิญคืนนั้นทำงานเสร็จเร็วเลยขึ้นนอน ซึ่งห้องนอนอยู่ทางด้านหน้าบ้านพอดี กำลังล้มตัวลงนอนก็ได้ยินเสียงเหมือนใครจุดประทัด เลยโผล่หน้าออกไปดู รีบโทรหา รปภ.เพื่อเอาถังดับเพลิงมาช่วยกันดับไฟ เพราะไม่กล้าใช้น้ำราด เนื่องจากมันเป็นประกายไฟจากไฟฟ้า ไม่ใช่เปลวไฟ กว่า รปภ.จะมาถึง จู่ๆ ประกายไฟมันก็ค่อยๆ ดับไปเอง โชคดีที่มันไม่ได้ลามไปไหน เนื่องจากมันอยู่ติดรั้วบ้านด้านนอก ไม่ได้มีอะไรเป็นเชื้อให้ไหม้ต่อนั่นเอง ปูเลยรีบโทรหาการไฟฟ้าฯ ให้เขามาตัดไฟ โห...! กว่าจะติดต่อได้ กว่าพนักงานสีส้มจะมาถึงบ้าน เหตุเกิดตอนทุ่ม พี่แกมาถึงเที่ยงคืนอ่ะ ทันการณ์เอามากๆ เลยอ่ะ มาถึงก็แค่เอาไขควงหมุนๆ ดึงสายไฟฟ้าจากเสาของหลวงออก แล้วปล่อยลอยไว้ คิดสามร้อยบาท เงินนี้เข้าการไฟฟ้าฯ และค่าบริการนอกเวลางานอีกคนละสองร้อยสามคน แล้วถ้าต้องการเดินสายไฟใหม่ก็ให้โทรไปจองคิวกับการไฟฟ้าฯ เอง อาจต้องรอนานหน่อย เพราะเป็นของรัฐบาล แต่เสียค่าใช้จ่ายน้อยหน่อย ถ้ารอไม่ได้ให้ติดต่อส่วนตัวกะพี่เขา คิดสองหมื่นพร้อมติดตั้งตู้ไฟฟ้าให้ด้วย พูดงี้ก็ต้องจ่ายสองหมื่นอ่ะดิ ก็ไฟชอร์ตขนาดนี้จะเอาไฟฟ้าที่ไหนใช้ล่ะ ถ้าไม่รีบทำอ่ะ หรือจะอยู่มืดๆ ร้อนๆ ล่ะ??? สรุปต้องเปลี่ยนท่อใหม่เป็นพลาสติกที่ทนต่อแดดและฝน และไม่มีคมให้ไประคายสายไฟ
นั่นเป็นเรื่องที่ทำให้เราต้องหมั่นคอยตรวจตราเรื่องของฟืนไฟอยู่เสมอ ห้ามประมาทเด็ดขาดเชียว เพราะไม่รู้ว่าเราจะถึงคราวซวยเมื่อไร







