
นอน
ปู โลกเบี้ยว
ปู โลกเบี้ยว
ใครว่าการกินสำคัญกว่าการนอนล่ะ ก็ขอเถียงเลย
วันก่อนได้มีโอกาสไปตรวจเช็กร่างกายเพราะต้องต่อประกันชีวิต ตอนแรกก็ไม่อยากจะทำประกันชีวิตต่อเล้ยให้ตายซิ เพราะตั้งแต่ทำมายี่สิบปีครบแล้วนี่นอนโรงพยาบาลสองสามครั้งเองมั้ง?? ไม่เคยป่วยเลย แต่เจ้าประกันอุบัติเหตุซิคุ้มหน่อยเพราะซุ่มซ่ามเป็นประจำ ตอนแรกมีความคิดว่าฉันจะไม่ต่อประกันแล้ว ไม่เอาแล้ว ทำไปทำไมพอตายก็ไม่ได้ใช้เองกลับสะสมเงินเพื่อให้คนอื่นใช้อ่ะดิ แต่พอเห็นแม่ที่แก่เฒ่าแล้วเลยตัดสินใจต่อประกันไปอีกสิบห้าปี ไม่ใช่ว่าตายแล้วแม่จะได้ประกันหรอกนะ แต่เพราะเมื่อก่อนเราแข็งแรงเราเป็นวัยรุ่นไงเลยไม่ค่อยเจ็บป่วย แต่ต่อไปนี้ล่ะพอเราแก่เฒ่าประมาณแม่เราตอนนี้ โรคและความอ่อนแอมันคงวิ่งตามเราทันแน่ ดูจากแม่เราเป็นตัวอย่างที่ว่าพอแก่ประกันเริ่มเรื่องเยอะไม่รับประกันบ้างล่ะ หรือมีเงื่อนไขเพียบงิ ต้องใช้เงินเก่าเงินเก็บออกมารักษากันเอง พอถึงเราเลยต้องวางแผนไว้ล่วงหน้า เพราะต่อไปนี้พอเราแก่เราจะได้มีประกันคุ้มครองยามเจ็บป่วย ประกันต้องจำยอมเพราะฉันทำตั้งแต่ฉันยังไม่แก่ยังไงล่ะ
คิดแล้วเลยยอมต่อประกันก็ต้องไปตรวจร่างกายไง เลยได้ไปเจอคุณหมอสมเจตน์ คุณหมอยอดคนอายุคุณหมอเท่าแม่เลย เจ็ดสิบปลายๆ แต่ยังออกมาทำงาน ท่านว่าไม่อยากเป็นคนแก่อยู่บ้านเฉยๆ ให้ไร้ค่า สู้ออกมาทำประโยชน์ดีกว่า ไม่ใช่ว่าที่บ้านไม่มีความสุขนะ ที่บ้านก็มีทั้งภรรยา ลูก และหลาน เพียงแต่อยากทำประโยชน์ โห...! สุดยอดเลยอ่ะ ตรวจมาถึงคำถามพ่อแม่ ปูก็ว่าพ่อเสียแล้วเหลือแต่แม่ แม่แข็งแรงดีแต่งี่เง่าหน่อย คุณหมอ “หา?” แหะๆ คือแม่ชอบทำตัวอ่อนแออยากจะป่วน เอ้ย...! ป่วยตลอดเวลา แต่พอมาโรงพยาบาลตรวจเช็กร่างกายไม่มีอะไรแข็งแรงดี
คุณหมอเลยบอกว่าคนแก่น่าสงสารนะ บางทีอยากเป็นคนสำคัญของลูกๆ อยากคุยอยากระบาย ปูบอกโอ๊ย...! คุณหมอไม่มีเวลาให้ขนาดนั้นหรอกเพราะปูก็ต้องออกไปทำงานอ่ะ ไอ้น้องชายยิ่งไม่เอาเลย ไม่ชอบคุยกะแม่เพราะคุยกันเมื่อไรเป็นต้องทะเลาะกันได้ทุกทีสิน่า คุณหมอเลยบอกว่ามีหมามั้ยให้แม่คุยกะหมาก็ได้ คือถ้าไม่มีหลานก็ต้องเป็นสัตว์เลี้ยงนั้นแหละที่จะช่วยคลายเหงาให้คนแก่ได้ แล้วให้ออกกำลังกายและนอนให้มากๆ ช่วยได้เยอะ เออ...! จริงแฮะ เคยพาแม่ไปหาหมอเพราะแม่ชอบบ่นว่าปวดเมื่อยจะตายอยู่แล้ว หมอบอกให้วิ่งบนลู่หรือเดินในหมู่บ้านจะช่วยได้ เพราะเลือดลมเดินไม่ดีไหลไม่สะดวก การออกกำลังกายช่วยได้เยอะ เพราะจริงๆ ไม่ได้เป็นโรคอะไร แต่แม่ปูเอะอะทายานวดยาเหลืองแล้วนอนน่ะซิ
คุณหมอสมเจตน์บอกว่าการนอนนั้นแหละดีแล้ว การพักผ่อนได้เต็มที่จะดีต่อร่างกาย เพราะตอนเรานอนอ่ะร่างกายเราจะทำการซ่อมแซมด้วยตัวของมันเอง ดีไม่ดีเราจะสดใสเหมือนเด็กเลย เพราะเด็กน้อยจะนอนวันละเฉลี่ยประมาณ 18 ชั่วโมงเชียวนะ แต่การนอนต้องนอนหลับลึกๆ ติดๆ กัน 8 ชั่วโมงขึ้นไปนะ ไม่ใช่นอนสองชั่วโมงตื่นแล้วมานอนต่ออีกสามต่ออีกสี่งี้ไม่ได้ผลหรอก ยิ่งคนที่อายุ 60 ขึ้นไปด้วยแล้วควรให้ท่านนอนเลยล่ะ อ้าว...! เหรอ มิน่าเล่าเวลาที่เราได้นอนเต็มอิ่มนานๆ พอตื่นมาหน้างี้ใสเชียว ไอ้น้องชายปูเหมือนกันเมื่อก่อนตอนติดเหล้า พอป่วยหนักโทรมหมดแรงเหมือนใกล้ตาย ถ้าได้หยุดเหล้าแล้วนอนไปเลยสองสามวัน พอตื่นขึ้นมามันเดินปรื๋อออเชียวแข็งแรงขึ้นมาทันทีเลยอ่ะ
ปูเองนึกว่าการกินอาหารสำคัญ คุณหมอบอกว่านอนสำคัญอันดับหนึ่ง ส่วนการกินนั้นรองลงมาเพราะยิ่งกินมากก็ยิ่งอันตราย เพราะรับเอาสารสารพัดเข้าไปในร่างกายอีก น้าน... ยกเว้นพวกที่เยอะเรื่องการกินเลือกกินและชอบดูแลสุขภาพนี่ถึงจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายอ่ะ อันนี้ก็จริงอีกแฮะ ปูเคยดูสารคดีเรื่องผักของประเทศนิวซีแลนด์ เขาตามไปให้เห็นเลยว่าที่เป็นผักปลอดสารพิษน่ะ แท้จริงแล้วกว่ามันจะมาถึงมือเรา ต้องผ่านกระบวนการอะไรมาบ้างต้องขนส่งเจอมลพิษจับเกาะติด พอมาถึงเรามันก็ไม่ได้บริสุทธิ์สักเท่าไหร่หรอก
ถ้าจะให้ปลอดสุดๆ ก็ต้องปลูกกินเองในบ้านนั้นแหละ เพราะไม่ต้องผ่านอะไรทั้งนั้นไง เพื่อนปูคนหนึ่งมีอาชีพปลูกผักขาย แอสพารากัสหน่อไม้ฝรั่งน่ะ เพื่อนยอมรับว่าต้องชุบฟอร์มาลินเพราะต้องขนส่งทั่วประเทศ กว่าจะถึงมือผู้บริโภคคงเหี่ยวเน่าซะก่อน จำเป็นมากไม่ว่ากันนะ อ้าว...! เพื่อน ขอบคุณที่เล่าให้ฟัง ขนาดผักหน่อไม้ฝรั่งของเพื่อนแข็งๆ อย่างนั้นยังต้องอาบน้ำฟอร์มาลิน แล้วไอ้เจ้าพวกผักอ่อนปวกเปียกล่ะ ถึงมือเราส้ดสดเนอะ....
คร่อกกกฟี่... งั้นเลือกนอนดีก่ามั้ยอ่ะ...?







