
ชีวิตเสรีบนหลังอาน เสรี ชุ่มไชยา
ความอิสระของคุณอยู่ที่ไหน ท้องทะเล เปลญวน หรือในฝัน แต่สำหรับ “เสรี ชุ่มไชยา” ความอิสระของเขาอยู่บนหลังอานสองล้อที่เรียกว่า “จักรยาน”
โดย...กาญจน์ อายุ
ความอิสระของคุณอยู่ที่ไหน ท้องทะเล เปลญวน หรือในฝัน แต่สำหรับ “เสรี ชุ่มไชยา” ความอิสระของเขาอยู่บนหลังอานสองล้อที่เรียกว่า “จักรยาน”
เสรีนั่งบนหลังอานมาตั้งแต่อายุ 20 กว่า ถึงตอนนี้ผ่านมา 20 ปี เขามีอวัยวะชิ้นที่ 33 เป็นจักรยาน เสรีใช้ชีวิตอยู่ที่แม่จันทร์ จ.เชียงราย ทำอาชีพค้าขายและปั่นจักรยานไปทั่วลุ่มแม่น้ำโขง
ฟู่ว...ฟู่ว...สายลมแม่จันทร์พัดปะทะเข้าหูโทรศัพท์ ทำให้รู้ว่าเขากำลังปั่นไปให้สัมภาษณ์ไป เสียงพูดของเสรีดังขึ้นเล็กน้อยขณะขับผ่านรถใหญ่ เขากำลังเล่าเรื่อง “เปิดใจให้กว้างในแดนศัตรู” มันเป็นเรื่องราวเมื่อกลางเดือน ก.ค. ที่เขาและเพื่อนอีก 4 คน จูงจักรยานขึ้นเครื่องบินไปย่างกุ้ง เปลี่ยนเป็นจักรยานเมื่อเหยียบพื้นและปั่นไปตามเส้นทางเบญจมหาสถาน หรือ 5 มหาบูชาสถานของคนพม่า
แดนมิตร
เสรีและเพื่อนเลือกเส้นทางไปประเทศพม่า เพราะเพิ่งเปิดประเทศและยังดิบ เส้นทางที่เลือกปั่น คือ ทางหลวงหมายเลข 2 มีเป้าหมายที่ 5 มหาบูชาสถานของคนพม่า อันได้แก่ มหาเจดีย์ชเวดากอง กรุงย่างกุ้ง เป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุรวม 8 เส้นของพระพุทธเจ้า เจดีย์ชเวซิกอง เมืองพุกาม เป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า เจดีย์ชเวมอดอร์ เมืองหงสาวดี หรือที่เรียกว่า พระธาตุมุเตา เป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุรวม 2 เส้น พระมหามัยมุนี แห่งมัณฑะเลย์ และพระธาตุอินทร์แขวน เมืองไจก์โถ่ รัฐมอญ
เสรี เล่าขณะที่ขาก็กำลังปั่น “พวกเราอยู่ในพม่า 15 วัน ปั่นจริงๆ 9 วัน โดยเริ่มจากย่างกุ้ง ปั่นไปตามถนนทางหลวงหมายเลข 2 ผ่านมาเกว พุกาม มัณฑะเลย์” เสียงลมปะทะอีกครั้งแต่ไม่ดังพอกลบเสียงของเสรี “ปั่นครั้งนี้ทำให้ใจผมกว้างขึ้น คนไทยมักจะคิดว่าพม่าเป็นศัตรู โดยเฉพาะคนเชียงรายจะคิดถึงพม่าในแดนลบ แต่พอผมได้ไปสัมผัสจริงๆ ผมได้เครื่องหมายบวกกลับมา”
“ชาวบ้านมีน้ำใจ” เสรีพูดถึงเรื่องราวระหว่างทาง “อันที่จริงเป้าหมายมันไม่ใช่เป้าหมาย แต่ระหว่างทางต่างหากคือเป้าหมาย น้ำใจ มิตรภาพ การแบ่งปัน มันเกิดขึ้นบนหลังอานและริมทางเสมอ และนี่แหละคือเป้าหมายและความหมายของการปั่นจักรยาน”
บทเรียน
เสรี เล่าว่า “ถนนจากย่างกุ้งไปมาเกว ร่มรื่นมาก มีต้นไม้เยอะ เหมือนเป็นอุโมงค์ต้นไม้ ถนนจากมาเกวไปพุกาม เป็นถนนโล่งๆ เป็นทะเลทราย ลำบากพอตัว และจากพุกามไปมัณฑะเลย์ เป็นทางลูกรัง เรียกว่าลำบากเลย” ด้วยความลำบากที่มากขึ้นเรื่อยๆ จึงเกิดเป็นบทเรียนหลายบทให้เสรีเก็บไว้เป็นวิชา
บทที่หนึ่ง ‘ก้นแตก’
“จากพุกามไปมัณฑะเลย์เป็นทางลูกรังที่เพิ่งสร้างถนนใหม่ ซึ่งเป็นทางที่ไม่ถูกกับรถ เพราะรถจักรยานของผมเป็นรถพับ 12 นิ้ว ไม่มีโช้กหน้า ทำให้ก้นกระแทกแรงจนก้นแตกเลือดออกซิบๆ แต่โชคดีที่จากมัณฑะเลย์ไปได้นั่งรถยนต์ เพราะต้องรีบไปขึ้นเครื่องบินให้ทันเวลา อาการก้นแตกจึงไม่สาหัสมาก”
บทที่สอง ‘ยางรั่ว’
“จากมาเกวไปพุกาม เส้นทางเป็นทะเลทราย มีต้นไม้ทะเลทรายที่มีหนามรายทาง ซึ่งหนามของมันที่ร่วงบนพื้นคมแข็งมาก ทำให้ยางรั่ว โซ่ขาด พวกเราก็ต้องปะยางกันตลอดทาง ช่วยเหลือกันตลอดทาง”
บทที่สาม ‘ตะแกรงหัก’
“ตะแกรงหลังจักรยานที่เอาไว้บรรทุกของของผมหัก ทำให้ผมต้องปรับสรีระการปั่น ลองนึกภาพตามว่า พอไม่มีตะแกรงก็ต้องเก็บสัมภาระใกล้ตัว ส้นเท้าในตำแหน่งที่ถูกต้องก็ไปชนกับสัมภาระด้านหลัง ทำให้ผมต้องขยับส้นเท้ามาข้างหน้ามากกว่าเดิม”
บทเรียนทั้งสาม สรุปได้ว่า “รถเราต้องพร้อมในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย” เสรีให้คำแนะนำ “สำหรับเส้นทางในพม่าควรใช้จักรยานเสือภูเขาที่มีโช้กหน้า ขนาด 160 นิ้ว และยางต้องมีดอกยางเพื่อเกาะถนนทางลูกรัง”
เสรีมีความฝันอยากปั่นจักรยานรอบโลก แต่ก่อนจะโกอินเตอร์เขาตั้งใจจะปั่นเที่ยวให้ทั่วไทยก่อน “ขอให้หลับตาปั่นทั่วไทยให้ได้ก่อนค่อยไปปั่นรอบโลก และจากประสบการณ์ที่ปั่นมา ปั่นเที่ยวในไทยดีที่สุดแล้ว มันอบอุ่น คนมีน้ำใจ และประเทศไทยสวย”
นักปั่นคนไหนอยากไปเจอเสรีตัวจริง วันที่ 3 ต.ค. ไปเจอเขาได้ และอย่าลืมจูงแฮนด์จักรยานไปด้วย เพราะวันนั้นเขาและพลพรรคนักปั่นจะรวมตัวกันปั่นขึ้นดอยตุง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกปี ฟรี และสนุก
&<2288;
&<2288;
&<2288;







