
สองมาตรฐาน
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาต้องบอกว่ากระแสบอลไทยกลับมาอยู่ในทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ อีกครั้งหนึ่ง
โดย...ราชันเบอร์23
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาต้องบอกว่ากระแสบอลไทยกลับมาอยู่ในทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ อีกครั้งหนึ่ง เมื่อทีมชาติไทยเฉือนชนะทีมชาติลาวไปแบบหืดจับ 21 ซึ่งโดนลาวยิงนำไปก่อนอีกต่างหาก และประตูชัยที่ได้จากลูกจุดโทษของ “อุ้ม” ธีรทร บุญมาทัน ก็ได้มาแบบโชคช่วย แถมฟอร์มการเล่นก็พื้นๆ
ถัดมาอีกหนึ่งวัน “บังยี” วรวีร์ มะกูดี ประมุขลูกหนังไทย ยอมรับว่าตั้งบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก เพื่อแสวงหากำไร ซึ่งหากพบว่าผิดกฎหมายจริง จะมีโทษถึงขั้นยุบสมาคมฟุตบอลฯ ทิ้งทันที...
เรียกว่าเป็นช่วงงานเข้าของนายกสมาคมบอลอย่างแท้จริง ไหนจะเรื่องส่วนตัว ไหนจะผลงานของทีมชาติ รวมถึงสนามฟุตซอลโลกด้วย ที่ดูแล้วไม่น่าจะเสร็จทันกำหนด
เห็นทีคราวนี้ “บังยี” น่าจะรอดยาก??
ย้อนกลับไปที่เรื่องทีมชาติไทย รูปเกมวันที่ชนะลาวอาจจะขัดหูขัดตาไปบ้าง เนื่องจากมีระยะเวลาในการเตรียมทีมน้อย พอให้อภัยกันได้
แต่แฟนบอลบางรายเข้าไปโพสต์ด่าในกระทู้ต่างๆ หรือเฟซบุ๊ก ประมาณว่าเรื่องสปอนเซอร์ทีมชาติไทยที่อยู่บนเสื้อนักเตะที่ดูเลอะเทอะ เยอะเกินไป อาจเป็นสาเหตุที่ “ช้างศึก” วิ่งไม่ออก เนื่องจากมีช้างถึง 3 เชือก!!!
ทำให้ชุดทีมชาติไทยที่เคยศักดิ์สิทธิ์และดูภาคภูมิใจเวลาที่นักเตะสวมใส่ มันคลายความขลัง
“ภาพของชุดทีมชาติ ตามที่ผมและเหล่าเพื่อนๆ พบเห็นในการแข่งขันนัดสำคัญ จะกระชับมิตร อุ่นเครื่อง อะไรก็ตาม ผมว่ามันสำคัญหมด เพราะมันเป็นทางการ มันมีการถ่ายทอด มันมีการสื่อสาธารณะออกสู่สายตาทั้งเราและโลกมันมากไป” แฟนบอลที่ใช้ชื่อว่า โก๋ แฟนพันธุ์แท้บอลไทย โพสต์
เมื่อท่านนายกสมาคมเอาสินค้าไปเร่ขาย ทำมาร์เก็ตติงมากเกินไป
ไม่ส่งผลดีแก่ภาพลักษณ์ของท่านอีกตามเคย
ก็จะไม่จัดเต็มได้ยังงัย เพราะเห็นตัวเลขวงเงินที่มาสนับสนุนแล้วก็ต้องบอกว่า “ยี” รักทุกคน
ไล่กันตั้งแต่เครื่องดื่มช้าง สนับสนุนทีมชาติไทยปีละ 30 ล้านบาท เซ็นสัญญา 3 ปี แมคโดนัลด์ ปีละ 30 ล้านบาท ไนกี้ 30 ล้านบาท (ล่าสุดแกรนด์สปอร์ตชนะการประมูลมาเป็นสปอนเซอร์ทีมชาติไทยรายใหม่ แต่ยังไม่มีการเซ็นสัญญากันเกิดขึ้น เนื่องจากยังมีสัญญากับไนกี้อยู่อีก 6 เดือน) ปตท. 25 ล้านบาทต่อปี และยูเมะ พลัส ในเครืออีซี่บาย ให้ปีละ 22 ล้านบาท
ซึ่งปีหนึ่งสมาคมฟุตบอลไทยจะมีรายได้จากสปอนเซอร์ที่สนับสนุนทีมชาติไทยปีละ 137 ล้านบาท
เรียกว่ารายได้มหาศาล แต่ผลงานในสนามของทีมชาติไทยกลับตรงกันข้าม...กับเม็ดเงินที่ได้
แต่ว่านักเตะคงไม่ได้ ทำให้ไม่ทุ่มเทเหมือนเล่นให้กับสโมสร
ส่วนฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยที่มี “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต รับไม้ต่อจาก “มาดามมล” นฤมล ศิริวัฒน์ ผู้จัดการทีมคนเก่า มีคิวพาลูกทีมไปเตะฟุตบอลหญิงชิงแชมป์อาเซียนที่ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 1322 ก.ย. ยังคงไม่ได้รับการเหลียวแลจากท่านนายกสมาคมเหมือนเดิม
เพราะเห็นจากสภาพเสื้อผ้าหน้าผม หมายถึงชุดซ้อมและชุดแข่ง ต้องบอกว่าปวดใจเหลือเกิน
สปอนเซอร์มีเพียงเมืองไทยประกันชีวิตรายเดียวที่อยู่บนอกเสื้อ ส่วนรายอื่นยังไม่มี...
ขนาดเสื้อกับกางเกงยังคนละยี่ห้อ
เสื้อยี่ห้อแกรนด์สปอร์ต แต่กางเกงไม่มียี่ห้อ ส่วนถุงเท้าใช้เอฟบีที เรียกว่าหยิบจับอะไรได้ก็ใส่มาเตะกันเลย...อะไรจะขนาดนั้น
แต่ผลงานของฟุตบอลทีมหญิงถือว่าดีกว่าทีมชาย ซึ่งตลอดระยะเวลา 3 ปี “แข้งแม่เนื้อนิ่ม” คว้าแชมป์อาเซียนเมื่อปี 2011 ที่ประเทศลาว พร้อมก้าวขึ้นมาติดอันดับ 6 ของเอเชีย ถือว่าสอบผ่าน
ยังงัยก็ฝาก “บังยี” วรวีร์ มะกูดี ประมุขสูงสุดบอลไทย ช่วยเจียดเวลาที่มีอยู่น้อยนิด หันมาใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ด้วยเถิด
อย่าให้ใครเขาว่าสองมาตรฐาน หรือประเภทเอาแต่เรื่องตัวเอง เรื่องอื่นช่างหัวมัน!!!







