posttoday
สะพายกล้องท่องอาเซียน ตอน พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก (2)

สะพายกล้องท่องอาเซียน ตอน พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก (2)

15 กันยายน 2555

คนขับรถพาท่านพิษณุ สุวรรณะชฎ ทูตไทยประจำเมียนมาร์ ภริยาของท่านทูตและผมลงมาจากโรงแรม 5 ดาว

โดย...จำลอง บุญสอง

คนขับรถพาท่านพิษณุ สุวรรณะชฎ ทูตไทยประจำเมียนมาร์ ภริยาของท่านทูตและผมลงมาจากโรงแรม 5 ดาวของบริษัทแอร์ประกันบนดอยที่เคยเป็นที่พักตากอากาศของพวกจักรวรรดิอังกฤษตอนตี 5 ของวันที่ 5 ก.ย. โดยผู้จัดรถให้คิดว่าการเดินทางมาถึงสนามบินมัณฑะเลย์จะต้องใช้เวลานานพอควร แต่ช่วงเช้าที่รถราไม่มีมากมายนั้น เรามาถึงเป้าหมายก่อนกำหนดไปเกือบชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าระหว่างทางจะมีด่านตรวจรถโดยสารที่มาจากชายแดนจีน ซึ่งทำให้รถติดยาวเหยียดเป็นกิโลตามทางที่เราวิ่งก็ตาม แต่คนขับรถก็พาเราวิ่งสวนอีกเลน ซึ่งเป็นเลนตรงข้ามลงมาภายในเวลาไม่กี่นาที

คณะออกจะเพลียกับการอยู่ดึก-ตื่นเช้า แต่เราก็คุยกันเรื่องบ้านเขาบ้านเรากันอย่างออกรส โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับภริยาของท่านทูต ซึ่งตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ผมเรียนท่านไปว่าสถานการณ์ในบ้านเราในหลักวิชาการเมืองถือได้ว่าตกอยู่ในสถานการณ์ปฏิวัติกระแสสูงแล้ว พูดง่ายๆ ก็คือสถานการณ์บ้านเรากำลังตกอยู่ในช่วงเวลาของสงครามประชาชนแล้วนั่นเอง ต่างจากบ้านเขาที่สงครามประชาชนกำลังคลี่คลายและเริ่มเซตอัพบ้านเมืองแบบเดียวกับ 3 ประเทศอินโดจีนที่เดินทางไปก่อนนี้

สะพายกล้องท่องอาเซียน ตอน พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก (2)

 

หลังจากที่รถได้ส่งท่านทูตที่สนามบินแล้ว คนขับรถที่เป็นไทยใหญ่ก็พาผมมาถึงไฮเวย์สายเดียวของประเทศ จากมัณฑะเลย์ถึงเนย์ปิดอว์ระยะทาง 200 กว่า กม. เราต้องใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ที่ใช้เวลานานขนาดนั้นก็เพราะระหว่างทางนอกจากมีฝนตกพรำๆ จนรถวิ่งแฉลบในช่วงเวลาเจอน้ำแล้ว เขายังให้รถวิ่งได้ไม่เกิน 100 กม.ต่อชั่วโมงอีกด้วย แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคเท่ากับถนนที่สร้างขึ้นอย่างไม่มีเนินรองรับอย่างถูกต้องตามหลักวิชาวิศวกรรม

ระหว่างทางผมกับคนขับรถคุยกันถึงสถานการณ์บ้านเมืองของเขาอย่างออกรส แม้ว่าภาษาอังกฤษของผมออกจะไม่ได้เรื่องนักก็ตาม เราแวะกินข้าวกันในบริเวณที่พักรถ ซึ่งอยู่ระหว่างทาง อาหารมื้อนั้นอร่อยมากแม้ว่าจะเป็นอาหารข้างทางก็ตาม

โดยปกติแล้วที่พักรถแห่งนี้จะมีรถโดยสารจอดเต็มไปหมด แต่ช่วงเวลาที่เราไปเป็นช่วงเวลาที่รถราต่างๆ ยังมาไม่ถึง เราจึงเป็นเพียงรถไม่กี่คันที่อยู่ในลานจอดรถ ที่พักรถในพม่าเป็นลานกว้างมากๆ มีที่เติมน้ำมันด้วย ข้างหน้าร้านอาหารจะมีร้านเล็กๆ ขายผลไม้ บุหรี่และขนมขบเคี้ยวเหมือนบ้านเรา แต่พ่อค้าแม่ค้าเหล่านั้นเพิ่งจะเริ่มกันมาไม่นาน ดังนั้น จึงยังดูไม่ชำนาญในการค้าขายมากนัก ผิดกับพ่อค้าแม่ค้าตามที่พักโดยสารบ้านเรา

ก็เพราะได้เห็นว่าไปที่ไหนๆ ก็มีแต่เจดีย์ทองเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ตามท้องทุ่งแห้งแล้งที่เราผ่านไป ผมจึงถามเขาว่าบ้านของเขามีเจดีย์ทั้งประเทศรวมแล้วกี่องค์ เขาหัวเราะกับคำถามแล้วก็ตอบว่าเขาเองก็ไม่รู้ และเชื่อว่ารัฐบาลพม่าเองก็ไม่รู้

สะพายกล้องท่องอาเซียน ตอน พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก (2)

 

เป้าหมายที่ผมนัดกับFamtripพี.บี.แทรเวล ก็คือร้านอาหารPlailinเนย์ปิดอว์ ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยแต่ไม่ใช่คนไทยเป็นเจ้าของ ร้านนี้มีกุ๊กอาหารไทยฝีมือดี จึงมีทริปคนไทยไปกินกันบ่อยๆ เป็นร้านอิสลาม ระหว่างรอจากเวลา 13.00 น. จนถึง 17.30 น. คนขับรถที่พาผมมาจึงพาผมไปเที่ยวที่เมืองจัตปแว (Kyatpyae) ซึ่งเป็นที่ตั้งของเนย์ปิดอว์ก่อน หลังจากนั้นผู้จัดการร้านเห็นผมต้องรอถึง 3 ชั่วโมง ท่านจึงกรุณาให้ผมไปนอนที่ห้องพักของเขาอย่างดี ต้องขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย

คณะมาถึงก็เย็นแล้วSai Hanซึ่งเป็นไกด์ไทยใหญ่พาเราไปตระเวนดูเมืองเนย์ปิดอว์หลายต่อหลายที่ มันเป็นเมืองที่กว้างใหญ่และแบ่งออกเป็นหลายโซน แต่ละโซนก็ใหญ่มากๆ ต้องชื่นชมความกล้าหาญของรัฐบาลพม่าที่กล้าสร้างเมืองใหม่ขึ้นมาแทนย่างกุ้งที่แออัด นี่เป็นวิธีการกระจายความเจริญไปสู่ชนบทที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง บ้านเรากรุงเทพฯ แออัดขนาดนี้ก็ไม่มีทางย้ายเมืองหลวงได้ เพราะอย่างไรเสียนายทุนและผู้แทนนายทุน ซึ่งอยู่ในองค์กรอำนาจอธิปไตยทั้งหลายไม่ยอม เพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นสำหรับออฟฟิศใหม่ การจัดการใหม่ ผมคุยกับคนพม่าที่ทำธุรกิจทั้งในไทยและในพม่า เขาบอกกับผมว่า การสร้างเมืองหลวงใหม่คนรวยจะไม่ค่อยชอบนัก เพราะกลัวต่างชาติมาเป็นคู่แข่งทางการค้ามากขึ้น (คือผูกขาดต่อไปอีกไม่ได้นั่นแหละ) แต่สำหรับคนจนๆ แล้ว การเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาลพม่า (เลียนแบบเปเรสตรอยกา กลาสนอสต์ 4 ทันสมัย โดย เหม่ย จินตนาการใหม่ 66/23 ของไทย) ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะทำให้เกิดการสร้างงาน ธุรกิจกระเตื้องขึ้นอย่างทันตาเห็น ทำให้คนยากคนจน ผู้ประกอบการSMEของพม่ามีรายได้มากขึ้น จากเสรีภาพที่มากขึ้น (เสรีภาพโดยแท้จริงไม่เพียงแต่ทำให้มนุษย์สามารถใช้ศักยภาพของความเป็นมนุษย์ได้มากขึ้นแล้ว แต่มันยังเป็นเครื่องมือในการสร้างเศรษฐกิจอีกด้วย เสรีภาพนั้นต้องเป็นเสรีภาพภายใต้ระบอบประชาธิปไตยหรือระบอบคอมมิวนิสต์อย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ใช่เสรีภาพภายใต้ระบอบเผด็จการ เพราะเสรีภาพภายใต้ระบอบเผด็จการเป็นเสรีภาพที่ไม่แท้จริง หรือไม่ก็เป็นเสรีภาพที่ควบคุมไม่ได้ หรือที่เรียกว่าอนาธิปไตยนั่นเอง บ้านเราไม่ค่อยมีคนรู้วิชาการเมืองลึกๆ แบบนี้ จึงพากันลงเหวอยู่ในขณะนี้)

เนย์ปิดอว์ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2549 ซึ่งเป็นวันกองทัพพม่า เนย์ปิดอว์ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านจัตปแว อยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองเปียนมะนา มณฑลมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นเขตที่แห้งแล้งของประเทศ (ตลอดระยะเวลาที่ผมเดินทางจากมัณฑะเลย์มาจึงเป็นสภาพต้นไม้กึ่งทะเลทรายมาตลอดทาง) มีหมู่บ้านอยู่ตามทางเป็นระยะ แต่ก็เป็นหมู่บ้านที่ยากจน

สะพายกล้องท่องอาเซียน ตอน พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก (2)

 

เนย์ปิดอว์แบ่งออกเป็น 4 โซนหลัก ก็คือ โซนราชการ โซนทหาร โซนอุตสาหกรรม โซนโรงแรม (รวมทั้งมหาวิทยาลัย โรงเรียน คลังอาวุธด้วย) ปัจจุบันมีคนอพยพเข้ามาอยู่ในกรุงเนย์ปิดอว์แล้วประมาณ 9 แสนคน เพื่อมาเตรียมการสร้างบ้านสร้างเมือง ที่นี่มีโรงแรมที่แพลนจะร้างถึง 24 แห่ง จำนวนที่พักกว่า 1,600 ห้อง ซึ่งผมก็คิดว่ายังไม่พอสำหรับอนาคตแน่ ที่น่าทึ่งก็คือถนน 20 เลน ผมว่าถนนเส้นนี้ ถนน 10 เลน เมืองสุพรรณฯ อายไปเลย

ไปดูช้างเผือก 5 ช้างที่เขาเลี้ยงอยู่ใกล้เจดีย์ ช้างเผือกพม่าเผือกจริงๆ ดูสภาพแล้วไม่ต่างจากคนเผือกสักเท่าใด เข้าใจว่าเป็นอาการเดียวกันนั่นแหละ เขาได้มาจากป่าทางตอนเหนือทั้งสิ้น ส่วนช้างเผือกของไทยจะหลงเหลืออีกกี่ช้างก็ไม่ทราบ ทราบแต่ว่าช้างที่ชื่อพระเศวตเสียไปตั้งแต่พวกแดงชุมนุมที่ดินแดงนั่นแหละ

เราไปนมัสการมหาเจดีย์อุปปตะสันติ หรือเจดีย์แห่งสันติภาพที่สร้างขึ้นเลียนแบบชเวดากอง ผมได้ภาพตอนช้างเผือกกำลังกลับเข้าที่พักตรงนี้ด้วย ถือว่าโชคดีมาก เจดีย์แห่งนี้มีคนมานั่งสมาธิและมาดูกันมาก ทั้งชาวต่างชาติและคนในพม่าเอง ข้างบนเป็นลานกว้างจุได้นับหมื่นๆ คน เวลาจะไปต้องขึ้นลิฟต์ไป บางมุมมีผึ้งมาทำรังด้วย

เราออกจากเนย์ปิดอว์หัวค่ำแล้วไปพักที่เมืองตองอู ซึ่งอยู่ไกลไปประมาณ 2 ชั่วโมง เข้าพักที่Katumadi Hotelซึ่งเป็นโรงแรมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองนี้ หลังจากนั้นก็ไปเที่ยวรอบๆ เมืองตองอู ซึ่งเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ชาติไทย คือมาตีไทยแตกครั้งที่ 1 ในสมัยพระเจ้าบุเรงนอง หรือผู้ชนะสิบทิศ ที่เอาสมเด็จพระนเรศวรไปเป็นตัวประกันนั่นแหละ หลังจากนั้นเขาก็พาเราไปดูเจดีย์Shwesandaw, Myat Saw, Nyi NaungและKungmudawก่อนมาเตรียมของขึ้นไปนอนบนเขาอันเป็นที่ตั้งของพระธาตุอินทร์แขวน

เราขึ้นเขาไจ้ทีโยไปด้วยรถ 6 ล้อขนาดใหญ่ ไปครึ่งชั่วโมงกว่าๆ ท่ามกลางฝนที่ตกโปรยปราย แม้ว่าทุกคนจะซื้อเสื้อกันฝนไปใส่ แต่ก็ช่วยได้ไม่มากนัก เพราะการตากฝนไปบนรถอย่างไรก็ต้องเปียก ขึ้นไปแล้วก็ต้องต่อด้วยคนแบกหามขึ้นไปด้วยแคร่ (เสลี่ยงก็ดูดีไปนะครับ) อีก แคร่นี้มีเก้าอี้ผ้าใบผูกติดอยู่ข้างบนสำหรับนั่ง ผมเลือกที่จะนั่งแทนการเดินขึ้นเพราะป่วยมาตั้งแต่อยู่ที่มัณฑะเลย์แล้ว นั่งแคร่ไปด้วยความหนาวสั่นผิดกับคนแบกหามที่ขึ้นไปด้วยความร้อนจากการแบกคนขึ้นเขา แม้จะอดสงสารไม่ได้ แต่มาคิดว่านี่คืออาชีพของเขา เขากันมานานแล้ว เหมือนคนหาบของขึ้นภูกระดึงผมก็เลยตัดใจ หวังลึกๆ ว่าต่อไปน่าจะทำกระเช้าขึ้นไป ส่วนคนแบกหามเหล่านี้ก็จดชื่อเอาไว้ ให้เขาเป็นหุ้นส่วนในการเป็นเจ้าของกระเช้า เพื่อที่เขาจะได้มีรายได้โดยไม่ต้องแบกหามคนขึ้นเช่นในปัจจุบัน ส่วนเวลาที่เหลือก็ให้เขาไปหารายได้อื่นๆ เพิ่มได้ โดยมีความเป็นพาร์ตเนอร์กระเช้าเป็นรายได้ประจำ

สะพายกล้องท่องอาเซียน ตอน พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก (2)

 

เราต้องจ่ายค่าเสลี่ยงคนละ 400 บาท บวกค่าแบกของอีก 2,000 บาท ถือว่าคุ้มค่ามาก

พระธาตุอินทร์แขวนตั้งอยู่บนก้อนหินที่หมิ่นเหม่ริมหน้าผา ความหมิ่นเหม่ที่พิสดารนั้นเองที่เป็นจุดขายของพระธาตุอินทร์แขวน ว่ากันว่าเราสามารถเอาด้ายลอดผ่านได้ แต่ต้องโยกนิดโยกหน่อยเพื่อขยับจุดวาง บางคนก็บอกว่ามันลอยอยู่ โดยสังเกตได้เวลาพระจันทร์เต็มดวงจะเห็นแสงลอดใต้หินมา แต่ในทางวิทยาศาสตร์แล้วเป็นไปไม่ได้ เพราะอย่างไรเสียก็ต้องมีจุดสัมผัสกับหินก้อนล่าง ส่วนที่ว่าแสงจันทร์ลอดได้ก็เป็นเรื่องธรรมดาเพราะแสงหลอกตาเรา แต่จะเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้ก็แล้วแต่ แต่ตั้งแต่ในอดีตมาจนกระทั่งปัจจุบัน พระธาตุแห่งนี้เป็นพระธาตุที่คนพม่าต้องมากราบไหว้เช่นเดียวกับอีก 4 มหาบูชาสูงสุดในเมืองพม่า

เราไปดูทั้งกลางคืนและตอนเช้า ตอนขึ้นไปตอนกลางคืนมีขี้หมาเยอะ ขี้หมาเจอน้ำฝนพรำจะเป็นอย่างไรท่านนึกเอาเอง ตอนเช้าอากาศดีมากๆ แม้ท้องฟ้าจะไม่โปร่งนักแต่ก็เห็นทะเลหมอกอยู่ลิบๆ แม้วันไปจะเป็นฤดูฝนที่อากาศพอประมาณ แต่ก็เย็นๆ เพราะอยู่บนเขาสูง ซึ่งน่าจะเกินกว่า 1,500 เมตรขึ้น เข้าใจว่าคนพื้นที่นี้เป็นกะเหรี่ยงเพราะมีเรื่องเล่าของคนที่แต่งชุดกะเหรี่ยงเอามาให้บูชาในฐานะของผู้ยอมตายเพื่อให้ได้มาบูชาพระธาตุอินทร์แขวน

ผมลืมเล่าไปว่า ก่อนหน้าที่จะขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน เราไปดูพระราชวังของบุเรงนองที่สร้างขึ้นมาใหม่ ไปดูพระธาตุมุเตา ซึ่งเป็นพระธาตุที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหงสาวดีด้วย เรื่องเมืองแปร เมืองตองอู เมืองหงสาวดี หรือผู้ชนะสิบทิศ ขอติดหนี้เอาไว้ก่อนจะมาใช้คืนในโอกาสอันควร

ขออนุญาตพอแค่นี้ก่อนเพราะต้องเดินทาง ครั้งหน้าจะเป็นเรื่องอื่นในพม่าหรือในเวียดนามไม่แน่ รายละเอียดเรื่องต่างๆ อาจจะไม่มาก เพราะไม่มีเวลาถอดเทป

ขอบคุณบางกอกแอร์เวย์ส ถ้าจะไปเที่ยวพม่าติดต่อบางกอกแอร์เวย์สได้ที่เบอร์ 1771 ขอบคุณคุณสุรนาถ ทวีทรัพย์ กรรมการผู้จัดการPB Travel Agency Centerสอบถามข้อมูลพม่า โทร. 02-538-1811 หรือที่www.meanmar-center.comขอบคุณWide View Travels & Tourซึ่งร่วมกับคุณสุรนาถทำงานประสานงานการลงทุนไทย-พม่าด้วย

 

 

 

 

 

 

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม