
สวัสดีความเหงา
“ทุกวันนี้ก็อยู่แบบเหงาๆ ไม่รู้เมื่อไหร่จะมีแฟนกับเขาเสียที”
“ทุกวันนี้ก็อยู่แบบเหงาๆ ไม่รู้เมื่อไหร่จะมีแฟนกับเขาเสียที” หญิงสาวบ่นขึ้นกลางวงสนทนาเพื่อนเก่าที่กำลังแลกเปลี่ยนเรื่องราวระหว่างกัน หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมานาน
ในสายตาของชายหนุ่มแล้ว “เธอ” สมบูรณ์พร้อมทุกด้าน ทั้งรูปร่างหน้าตาและหน้าที่การงาน ทว่าเธอก็ยังคงครองตัวเป็นโสดมายาวนาน หลายครั้งหลายครา “สถานะ” ที่เธอใช้แทนความรู้สึกของตัวเองบนสารพัดเครือข่ายการติดต่อสื่อสารบนโลกออนไลน์บอกถึงความหมายเดียวกัน นั่นคือ “ความเหงา”
ชายหนุ่มถามว่า เธอจัดการกับความเหงาที่เกิดขึ้นอย่างไร
เธอเล่าว่า ทุกวันนี้สิ่งที่ช่วยให้หายเหงาก็คือบรรดาเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ทั้งหลายที่ทำให้รู้สึกว่าได้มีเพื่อน เพราะได้พูดคุยกับใครหลายคน ทั้งๆ ที่ยังนั่งคนเดียวอยู่ในห้อง
ความเหงากำลังท่วมโลกออนไลน์
ทุกๆ วันความเหงาได้ถูกถ่ายทอดจากใครบางคนขึ้นไปสู่โลกออนไลน์จำนวนนับไม่ถ้วน ข้อความที่บ่งบอกว่ารู้สึกโดดเดี่ยว อยากมีใครสักคนมาเป็นเพื่อน ทวีจำนวนเพิ่มบนเว็บบอร์ดประเภทหาเพื่อน หาคู่ เป็นหลักสิบหลักร้อยต่อนาที
บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ ใครหลายคนก็อัพเดตสถานะความเหงาให้เห็นในทุกๆ วัน บางคนก็เลือกค้นหาคลิปมิวสิกวิดีโอเพลงที่สะท้อนความรู้สึกมาโพสต์ผ่านหน้าเว็บเพจสังคมออนไลน์ของตัวเอง บางคนก็เลือกค้นหาเพื่อนคนใหม่เพื่อทำความรู้จักพร้อมกับความหวังที่จะช่วยลดทอนความเหงาที่มีอยู่ในใจให้น้อยลง
ผู้คนจำนวนไม่น้อยก็หวังว่าสักวันอาจได้พบกับเจ้าชายหรือเจ้าหญิงในโลกออนไลน์ และจะนำมาสู่การเดินเคียงคู่กันในชีวิตจริง
เมื่อรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว ชายหนุ่มมักคิดถึงคำปรารภของหนังสือ “เป็นมิตรกับตัวเอง” ของ พระไพศาล วิสาโล ที่ได้อ่านเจอ
เนื้อความของคำปรารภนั้นระบุเอาไว้ว่า “แม้มนุษย์ทุกคนจะรักตัวเอง แต่น่าแปลกที่คนส่วนใหญ่กลับไม่สามารถอยู่กับตัวเองได้ หากอยู่คนเดียวเมื่อไหร่ ไม่นานก็จะรู้สึกกระสับกระส่าย หรือถูกความเหงาเกาะกุมจิตใจ คนจำนวนไม่น้อยจึงพยายามหนีตัวเอง ด้วยการทำตนให้วุ่นกับสิ่งต่างๆ ที่อยู่นอกตัว เช่น เที่ยวเตร่สนุกสนาน ช็อปปิ้ง เล่นเกมออนไลน์ หรือไม่ก็วิ่งหาผู้คน สนทนาไม่หยุด อยู่ห่างจากโทรศัพท์ไม่ได้ หลายคนยอมแลกอิสรภาพและความสุขสงบ เพื่อมีใครสักคนเป็นเพื่อนหรือคู่รัก แม้จะถูกเขาทำร้ายจิตใจก็ยอม เพียงเพื่อจะได้หายเหงาเท่านั้น”
“เรารักตนเอง แต่เหตุใดจึงทนอยู่กับตนเองไม่ได้ หากเรารักตนเองจริง เราย่อมพอใจและมีความสุขที่ได้อยู่กับตัวเอง แต่เหตุใดเราจึงรู้สึกเหงาในยามที่ไม่มีใครนอกจากตัวเองใช่หรือไม่ นั่นเป็นเพราะเรายังไม่เป็นมิตรกับตัวเอง ในส่วนลึกเรายังทะเลาะเบาะแว้งหรือขัดแย้งกับตัวเอง จึงพยายามหนีตัวเองตลอดเวลา จะว่าไปแล้วความทุกข์ส่วนใหญ่ของผู้คนล้วนมีรากเหง้ามาจากการที่ไม่สามารถเป็นมิตรกับตัวเองได้อย่างแท้จริง”
“ต่อเมื่อเป็นมิตรกับตัวเอง เราจึงจะพบสันติสุขภายใน และสามารถอยู่คนเดียวได้ โดยความเหงาไม่อาจรุกล้ำกล้ำกรายจิตใจได้เมื่อมีความสุขจากภายใน ก็ไม่จำเป็นต้องไล่ล่าหาความสุขจากภายนอก ไม่ว่าทรัพย์สิน เงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ หรือผู้คนที่คอยพะเน้าพะนอ ตรงกันข้ามกลับสามารถแบ่งปันความสุขให้แก่ผู้อื่นได้ไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็เป็นสุขและอบอุ่นใจ ทุกสถานที่เป็นเสมือนบ้าน ทั้งนี้เพราะมีตนเองเป็นเพื่อนสนิทที่ตามติดไปทุกหนแห่ง”
“หากไม่ปล่อยให้ชีวิตต้องเปลี่ยวเหงาเสียบ้าง เราอาจจะค้นหาใจของตัวเองไม่เจอเลยก็ได้
ชายหนุ่มมักคิดถึงประโยคนี้ที่ใครบางคนเคยบอกกับเขาทุกครั้งในยามที่ความเหงาเข้ามารุมล้อมจิตใจ ไม่ใช่เพียงเพื่อปลอบจิตใจให้หายโดดเดี่ยว หากแต่เพื่อเตือนตัวเองว่า ความเหงาที่เกิดขึ้นเป็นช่วงเวลาอันเป็นพิเศษที่เขาจะได้ค้นหาและรู้จักกับตัวเองมากยิ่งขึ้น
แม้ความเหงาจะเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับฝึกตน ทว่าใครหลายคนกลับปฏิเสธที่จะลองสัมผัสความโดดเดี่ยว
หลายคนคิดว่าการต้องอยู่เงียบๆ เพียงลำพัง เป็นเรื่องน่ากลัวที่ไม่สามารถยอมรับได้ จนต้องหาเรื่องทำสารพัดให้ตัวเองรู้สึกยุ่งเข้าไว้ หรือก็ขอให้มีใครสักคนมาเป็นเพื่อนอยู่ด้วย แต่สุดท้ายเมื่อต้องกลับมาอยู่เพียงลำพังก็จะรู้สึกทุกข์ร้อนใจขึ้นมาอีก
จริงๆ แล้วความเหงาอาจมิได้เกิดจากการที่เราไม่มีใครอยู่เคียงข้าง หรือไม่ได้เป็นเพราะเราไม่มีอะไรทำและต้องอยู่ว่าง แต่เหตุผลที่แท้จริงของความเหงาอาจมาจากตัวเราเองที่ไม่ยอมเป็นมิตรกับตัวเองให้มากเพียงพอ
เมื่อไม่เป็นมิตรกับตัวเอง ใครหลายคนจึงรู้สึกทุกข์ร้อนทุกครั้งที่ต้องอยู่คนเดียว ทั้งที่ในความเป็นจริงผู้คนเหล่านั้นต่างมีตัวของตัวเองเป็นเพื่อนอยู่ตลอดเวลา
การอยู่ลำพังในที่เงียบๆ นั้น เราจะได้ยินจังหวะหัวใจเต้น รู้สึกถึงสรรพสิ่งรอบๆ ตัวที่เข้ามาถูกต้องกับกายของเราไม่ว่าจะเป็น รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส และที่สำคัญ รู้สึกถึงความคิดที่กำลังโลดแล่นอยู่ภายในตัวเรา หากเราเฝ้าดูอาการโลดแล่นนั้น ก็จะเห็นว่าความคิดก่อให้เกิดผลกระทบกับจิตใจอย่างไรบ้าง
การรู้เท่าทันจะทำให้เราไม่ถูกความคิดครอบงำให้จิตใจต้องเกิดทุกข์ ดั่งนักบวชที่แสวงความวิเวกสงบ หลีกหนีจากผู้คนเพื่อตรวจดูใจตัวเองโดยลำพัง เห็นจิตเห็นใจขึ้นมาเมื่อไหร่เมื่อนั้นก็พ้นทุกข์
ในบางจังหวะที่เริ่มรู้สึกว่าความเหงาเข้าครอบคลุมจิตใจอย่าเพิ่งรีบเปิดประตูขับไล่ความเหงาทิ้งไปด้วยการหาใครเข้ามาแทนที่ หากแต่ควรลองนิ่งฟังดูว่า ความเหงาที่มาพร้อมความโดดเดี่ยวและการอยู่เพียงลำพังนั้น กำลังกระซิบบอกสิ่งใดให้แก่เรา
ลองใช้เวลาที่เงียบงันนั้นตรวจสอบและทำความรู้จักกับจิตใจและตัวตนเราให้มากยิ่งขึ้น เมื่อเป็นมิตรกับตัวเองให้ได้อย่างแท้จริง
สวัสดีความเหงา...







