
หนุ่มนักสร้างสรรค์ ศิริพล พฤทธิพงศ์กูล
ศิริพล พฤทธิพงศ์กูล หนุ่มนักสร้างสรรค์ผู้รั้งตำแหน่งซีเนียร์ ครีเอทีฟ บริษัท ซีเอ็มโอ
โดย...วราภรณ์
ศิริพล พฤทธิพงศ์กูล หนุ่มนักสร้างสรรค์ผู้รั้งตำแหน่งซีเนียร์ ครีเอทีฟ บริษัท ซีเอ็มโอ ที่มีแนวความคิดในการสร้างสรรค์งานอีเวนต์อย่างเต็มเปี่ยม ด้วยดีกรีเคยได้รับรางวัลชนะเลิศในโครงการ New Balance Design 2006 in NB Walk in England Campaign และได้ไปดูงานที่อังกฤษนานถึง 6 เดือน
จุดนี้เป็นจุดพลิกผันให้เขาได้ทำงานด้านโฆษณาอย่างเต็มตัว แทนการเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์เช่นที่เรียนจบมา และการทำงานด้านสร้างสรรค์งานอีเวนต์ต่างๆ ก็เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น เพราะเขาได้ผู้ช่วยในการสร้างแนวความคิดใหม่ๆ จากการอัพเดตเทรนด์ต่างๆ จากเว็บไซต์ด้านการสร้างสรรค์และออกแบบงานโฆษณา รวมทั้งสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบๆ ตัว
“ผมชอบงานดีไซน์มาตั้งแต่เด็กๆ ที่เลือกเรียนคณะศิลปกรรม เอกทัศนศิลป์ออกแบบผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ก็เพราะชอบงานคิด ชอบงานออกแบบดีไซน์ ผมมีความฝันว่าสักวันจะดีไซน์แบรนด์และมีช็อปเป็นของตัวเอง
หลังจากเรียนจบปริญญาตรี ผมส่งผลงานเข้าประกวดในโครงการต่างๆ เป็นประจำ ผลงานที่ผมรู้สึกประทับใจ คือ รางวัลชนะเลิศในโครงการ New Balance Design 2006 in NB Walk in England Campaign งานนี้ผมได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปศึกษาดูงานที่เมืองแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประเทศอังกฤษ นาน 6 เดือน”
หลังจากกลับจากอังกฤษ เขาก็ได้ทำงานสื่อสารการตลาด ด้านกลยุทธ์สื่อสาร อยู่ในแวดวงเอเยนซี ซึ่งทำให้เขาตัดสินใจศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้านนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เพราะเริ่มสนใจงานด้านคิดกลยุทธ์การตลาดและการสื่อสาร ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดกับการทำงานในสายอาชีพครีเอทีฟได้
“งานของเบนซ์ตอนนี้ คือ การสร้างสรรค์อีเวนต์ออกมาให้ลูกค้าพอใจมากที่สุด โดยผมไปฟังบรีฟจากลูกค้าว่าอยากได้งานออกแบบเป็นแบบไหน แล้วกลับมานั่งวิเคราะห์ร่วมกับทีมงานฝ่ายต่างๆ เพื่อคิดกลยุทธ์ที่เราจะนำเสนอแบรนด์ของลูกค้าออกไป
เมื่อความคิดตกผลึกในทีม เราก็นำงานที่พวกเราออกแบบที่มีความสวยงามตามที่ลูกค้าต้องการ เพื่อให้ลูกค้าซื้องานของเรา”
หน้าที่ของครีเอทีฟก็คือ รวมยอดความคิดมาสร้างสรรค์เป็นงานอีเวนต์ ให้เป็นรูปเป็นร่างให้ได้ ทั้งมู้ดและโทน รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการนำเสนองานด้วย งานครีเอทีฟจึงเป็นงานที่สนุก เพราะต้องใช้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
งานสร้างสรรค์ที่เบนซ์เคยทำและมีส่วนร่วม และรู้สึกภูมิใจมากหลากหลายชิ้น อาทิ Michelin Pavilion @ BOI Fair 2011, BOSCH และงานเปิดตัวไอโฟน 4 เอส ของทรูที่ผ่านมา
“ธีมของงาน คือ ใช้ชีวิตได้ตามใจปรารถนา เป็นการนำเสนอเทคโนโลยีที่เรียบง่ายและเท่ที่สุด ไอโฟน 4 เอส เป็นรุ่นสุดท้ายที่ สตีฟ จ็อบส์ ออกแบบก่อนเสียชีวิต เราจะเอาลูกเล่นตรงนั้นมาเล่นด้วย ซึ่งงานออกมาแล้วทุกคนชอบ สนุก ภาพรวมออกมาดูดี” ในฐานะนักสร้างสรรค์งานอีเวนต์ เบนซ์ บอกว่า แนวคิดของการสร้างสรรค์โฆษณาหรืออีเวนต์ต่างๆ ของครีเอทีฟจำเป็นต้องก้าวล้ำอยู่เสมอ
“ตั้งแต่ตอนเรียนโปรดักต์ดีไซน์ อาจารย์จะสอนเรื่องแนวคิดในการสร้างสรรค์งานต่างๆ อยู่แล้ว บวกกับปริญญาโทที่เรียนด้านการวางแผน ก็นำมาผสมผสานกันในการทำงาน ปัจจุบันเวลาคิดงาน ผมสามารถนำสิ่งต่างๆ รอบตัวมาใช้งานได้ทั้งหมด อย่างการแต่งตัวของผมก็เรียบง่าย รองเท้าผ้าใบ เสื้อเชิ้ตสวมเข้ากับกางเกงยีนส์ ผมชอบดูหนัง ช็อปปิ้ง หรือไปงานปาร์ตี้ ซึ่งเทรนด์ต่างๆ รวมความก้าวล้ำต่างๆ จะสอดแทรกอยู่ในภาพยนตร์ที่เราดู หรืองานปาร์ตี้ที่เราไปอยู่แล้ว ซึ่งเราสามารถหยิบมาใช้ในงานการสร้างสรรค์งานอีเวนต์ได้ทั้งหมด และอย่างไม่รู้ตัว”
ด้วยการทำงานเป็นนักสร้างสรรค์ทั้งอีเวนต์และงานโฆษณา ปฏิเสธไม่ได้ว่าความก้าวล้ำของเทคโนโลยีต่างๆ ช่วยเขาทำงานได้มาก โดยเฉพาะการนำเสนอความคิดในการจัดอีเวนต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ก็สามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์จำลองเหตุการณ์ เพื่อการสื่อสารระหว่างบริษัทอีเวนต์ออร์แกไนเซอร์กับลูกค้า ให้เข้าใจเรื่องได้ตรงกันง่ายขึ้น
“เรื่องเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่เราต้องตามให้ทัน ผมติดตามสื่อไอทีอยู่เสมอๆ เช่น เว็บไซต์ ผมชอบเข้าไปดูเว็บดีไซน์ต่างๆ เช่น Ad of the World รวมทั้ง Desing Boom ผมจะเก็บเป็นดาตาของตัวเองเลย หนังสืออาร์ต โฟร์ดี ผมก็ชอบเข้าไปอ่าน หนังสือตกแต่งบ้านก็เป็นแหล่งอ้างอิงการทำงานได้” ไม่นับรวมคลิปงานโฆษณาทางยูทูบ เขาใช้วิธีดาวน์โหลดมาเป็นฐานข้อมูลที่ช่วยในการทำงานได้
ที่ขาดไม่ได้ คือ อุปกรณ์ไอที ที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน เช่น ไอโฟน 4 กล้องแคนนอนตระกูลจี ฮาร์ดดิสก์ โน้ตบุ๊ก และไอพอด
“ผมใช้กล้องในการเก็บภาพงานโฆษณาที่เราสนใจ หรือค้นหาด้วยการคีย์คำศัพท์ลงไปในกูเกิล เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมในการทำงานได้ และยังมีไอพอดเพื่อการฟังเพลงให้อารมณ์สุนทรีด้วย”
ครีเอทีฟหนุ่มอนาคตไกล บอกว่า การจะเป็นครีเอทีฟที่ดีและเก่ง ต้องสนใจสิ่งรอบตัวเยอะๆ และใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสม “ถ้าเราไปเสิร์ชหาข้อมูลดีๆ ในอินเทอร์เน็ต ก็จะเป็นการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ เกิดแรงบันดาลใจในการทำงานทำงานด้วย แต่คนที่เสิร์ชหาข้อมูลที่ไม่ดีก็อาจทำให้เกิดผลเสียกับตัวเอง
ยิ่งการเป็นครีเอทีฟในยุคนี้จำเป็นต้องก้าวล้ำนำสมัย จริงๆ เทคโนโลยีเปรียบเหมือนปัจจัย 5 ของชีวิต คิดดูใน 24 ชั่วโมงของคนเรา เช่น ผมจะอยู่กับแกดเจ็ตและเทคโนโลยีมากถึง 12 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งถือว่าเยอะมาก
ตื่นตอนเช้านาฬิกาก็ปลุก หยิบมือถือมาดูตารางนัดหมายว่าเราต้องทำอะไรบ้างในไอโฟน ระหว่างทางก็ฟังเพลงจากไอพอดเสียบในรถ มาถึงออฟฟิศเปิดคอมพิวเตอร์ เวลากลางวันต้องเอากล้องไปถ่ายงาน กลับออฟฟิศมาลงภาพในโน้ตบุ๊ก คิดงานต่อก็เสิร์ชหาข้อมูลตลอดเวลา ดังนั้นชีวิตการทำงานจึงขาดเทคโนโลยีไม่ได้เลย”
คู่ใจหนุ่มครีเอทีฟ
ไอโฟน 4 : สำหรับเดินทางและชีวิตการทำงาน ส่วนชีวิตพักผ่อนใช้ไอโฟนในการใช้กล้องในการถ่ายภาพ
ฮาร์ดดิสก์ : ผมใช้เก็บรวบรวมข้อมูลในการทำงานที่เป็นไฟล์ทั้งภาพและเสียงที่มีขนาดใหญ่ไว้ได้ทั้งหมด ฮาร์ดดิสก์จุข้อมูลได้เยอะมาก เพื่อไม่ให้โน้ตบุ๊กทำงานโหลดจนเกินไป
โน้ตบุ๊ก : ยี่ห้อเดลล์ ซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาจากพี่ชาย ซึ่งเหมาะกับผม เพราะได้อัพเดตเวอร์ชันให้เหมาะกับการทำงาน
ไอพอด : ยามเมื่อคนเราอารมณ์สุนทรีก็ช่วยให้เราสร้างสรรค์งานได้ง่ายขึ้น
กล้อง : ผมชอบท่องเที่ยว และพกกล้องของแคนนอน ตระกูลจีไปเสมอ กล้องช่วยในการจดจำและได้แง่มุมใหม่ๆ อยู่เสมอ ผมมักถ่ายภาพอีเวนต์ต่างๆ และรุ่นตระกูลจีที่ผมใช้ถ่ายภาพออกมาก็สวยงามมาก แค่มีหัวศิลปะเล็กน้อย ก็สามารถถ่ายภาพออกมาได้สวยเหมือนมืออาชีพ







