
เทคโนโลยีรักษาแผลเป็น หลุมสิว
เรื่องแผลเป็นหรือหลุมสิว ดั้งเดิมเลยก็จะใช้เทคโนโลยีที่เป็นเลเซอร์ โดยจะเป็นการ Burn ผิวออกหมด
โดย...พญ.นันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ
เรื่องแผลเป็นหรือหลุมสิว ดั้งเดิมเลยก็จะใช้เทคโนโลยีที่เป็นเลเซอร์ โดยจะเป็นการ Burn ผิวออกหมด เหมือนกับให้ผิวซ่อมแซมตัวเองใหม่ขึ้นมา เผาผิวไม่ดีทิ้งไป เพื่อให้ผิวเกิดใหม่ที่ดีกว่ามาแทนที่ แผลเป็นก็จะค่อยๆ ตื้นขึ้น ซึ่งทำแต่ละครั้ง คนไข้ต้องพักฟื้นนาน อยู่บ้านเป็นเดือน หลบแดด ถ้าดูแลไม่ดี หน้าก็จะดำไปเลย ต้องมาแก้ปัญหาผิวดำคล้ำอีก
หลังจากนั้นก็มีการพัฒนาเป็น Fractional Laser คือ Burn เป็นบางส่วน อาจจะประมาณสัก 20-25% ของผิวทั้งหมด หรืออาจจะโฟกัสตรงที่เป็นแผลมากหน่อย ไม่มีการ Burn ทั้งหมด เป็นการ Burn บางส่วน เป็นวิธีที่ดีขึ้นมา จากที่ต้องนอนพักฟื้นอยู่บ้านเป็นเดือน ก็เหลือเป็นไม่โดนแดดเลย ประมาณ 5-7 วัน บางคนผิวแห้ง ก็หายช้าหน่อย หรือทำลึกหน่อย ก็หายช้าหน่อย แต่ก็ไม่เกิน 10 วัน
วิธีนี้ก็จะมีปัญหากับคนผิวคล้ำ แบบคนผิวโทนเอเชีย ซึ่งอาจจะดำง่าย คนที่ไม่ทันระวังแดดก็จะมีปัญหาเรื่องคล้ำได้ง่าย ก็จะทำให้ดูหน้าดำคล้ำได้อีก เนื่องจากว่าลักษณะของพลังงานเป็นรูปสามเหลี่ยมแบบหงาย คือ ผิวด้านบนจะได้รับความร้อนมากกว่า ขณะที่ผิวด้านล่างซึ่งเป็นชั้นผิวบริเวณที่เราต้องการจะสร้างใหม่ เป็นชั้นที่สร้างคอลลาเจน พลังงานที่ตกกระทบกลับจะแคบลง จึงกินพื้นที่น้อยกว่า ดังนั้นผิวด้านบนจึงมีโอกาสคล้ำได้มากกว่า ขณะที่สร้างคอลลาเจนใหม่ได้เพียงเล็กน้อย ต้องใช้เวลานาน ทำหลายครั้งกว่าผิวจะกลับมาเรียบเนียนอย่างที่ต้องการ
ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ Sublative RF เป็นพลังงานคลื่นวิทยุ RF (RF ย่อมาจาก Radio Frequency) แบบเดียวกับที่เรารู้จักกันในเรื่องของเทอมาจ (Thermage) ลักษณะพลังงานจะเปลี่ยนจากสามเหลี่ยมแบบหงายไปเป็นแบบคว่ำ คือเป็นทรงพีระมิด หมายความว่า ด้านบนจะถูก Burn น้อย และทะลุทะลวงเจาะเข้าไปถึงบริเวณชั้นผิวหนังแท้ได้กว้างขึ้น ดังนั้นปัญหาดำคล้ำหลังการทำก็จะน้อยลง ขณะที่ประสิทธิภาพในการรักษาดีขึ้น สามารถกระตุ้นให้เกิดคอลลาเจนใหม่ได้มากขึ้น แผลก็จะเติมเต็มได้เร็วขึ้น และมีปัญหาผิวหมองคล้ำน้อยกว่า
คนที่มีสิวเม็ดใหญ่ๆ เยอะๆ ก็ทำได้ โดยขึ้นกับค่าพลังงานและจำนวนครั้งที่ทำ เช่นว่า ถ้าเป็นรอยดำตื้นๆ ทำประมาณ 2-3 ครั้งก็ดีขึ้นแล้ว หรือพวกรูขุมขนกว้าง 2-3 ครั้งก็เห็นผลแล้ว แต่ถ้าเกิดเป็นหลุมสิวที่ลึกมากหน่อย อาจต้อง 5-6 ครั้ง
ข้อดีของการทำ Sublative RF คือ ทำให้ผิวแห้งขึ้น คนที่เป็นสิวก็จะอุดตันน้อยลง แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่หลุมสิวอย่างเดียว บางคนอาจมีแผลเป็นจากอีสุกอีใสตอนเด็กๆ หรือคนที่มีรูขุมขนใหญ่ก็สามารถทำให้เล็กลงได้ พูดง่ายๆ สามารถแก้ปัญหาพวกที่เป็นร่องเป็นหลุมทั้งหลายได้ รวมทั้งสีผิวไม่สม่ำเสมอ
สาเหตุที่ทำให้เกิดสีผิวไม่สม่ำเสมอ ก็เพราะพอคนเราเมื่ออายุมากขึ้น คือหลัง 25 ปี ผิวคนเราก็จะเริ่มผลัดเซลล์ผิวได้ไม่ดีเหมือนเมื่อยังเป็นเด็ก หรือเป็นวัยรุ่น ลักษณะสีผิวก็จะไม่สม่ำเสมอกัน เมื่ออายุเลย 25 ปี เซลล์ที่ตายแล้วจะไม่หลุดลอกออกไปเอง แต่จะสะสมเป็นชั้นหนา เลยเกิดสีที่ไม่สม่ำเสมอ การทำ Sublative RF ก็เหมือนการลอกผิวที่ตายแล้ว และสะสมหนาอยู่บนผิวชั้นบนๆ ให้หมดไป และเผยผิวใหม่ ใบหน้าก็จะดูสว่าง สดใสขึ้น
จะเห็นว่า คลื่นวิทยุที่ว่านี้ สามารถแก้ปัญหาผิวได้หลายอย่างทีเดียว ทั้งนี้ ก็ขึ้นกับการปรับค่าพลังงานตามปัญหา เช่นว่า ผิวดีๆ สวยๆ แต่เผอิญสีไม่สม่ำเสมอ เราก็ทำให้สีผิวดูสม่ำเสมอดูใสได้ หรือคนที่ไม่มีหลุมสิวแล้ว แต่มีปัญหาเรื่องรูขุมขน ก็สามารถทำให้ดูเรียบเนียนขึ้นได้ค่ะ หรือว่าเรื่องของริ้วรอย ที่เป็นร่องหลุมทั้งหลาย ก็ทำให้ดูตื้นขึ้นได้ ผิวยืดหยุ่นขึ้น เหมือนสร้างคอลลาเจน อีลาสตินใหม่ ทำครั้งเดียวจะรู้สึกเลยว่าสีผิวเสมอกันและเรียบเนียนขึ้น แต่พวกร่องหลุมสิวทั้งหลายคงต้องทำมากกว่าหนึ่งครั้ง แผลเป็นก็จะค่อยๆ ตื้นขึ้น ต้องรอให้ผิวใหม่ที่ดีขึ้นมาแทนที่ผิวเก่า จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงต้องทำหลายครั้ง แต่ก็จะเติมเต็มได้เร็วกว่าเทคโนโลยีเลเซอร์แบบเดิมๆ ตามที่ได้อธิบายไปก่อนหน้านี้นะคะ
หลังทำวันแรก แนะนำให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง เช่นว่า ไปทะเล เดินตากแดดกลางแจ้ง ถ้าจะเดินก็ใส่หมวกหรือกางร่ม ควรทาครีมกันแดดและใช้ชีวิตปกติ ขับรถมาทำงานมีแดดส่องเข้ามาในรถ อยู่ในตึกที่ทำงานมีแดดสาดเข้ามา เหล่านี้พอได้ ไม่ต้องถึงกับหลบอยู่ในบ้าน แต่ต้องทาครีมกันแดดด้วยค่ะ
เพียงเท่านี้ก็แก้ปัญหา หลุมสิว รูขุมขนกว้าง สีผิวกระดำกระด่างได้หมดแล้วค่ะ นับว่าเป็นอีกเทคโนโลยีที่น่าทึ่งจริงๆ ค่ะ







