
ธีรยา ลิขิตธรากุล “ต้องทำทุกวันให้ดีที่สุด เพื่อไม่ต้องเสียใจภายหลัง”
“สไตล์ของหนูเป็นแนวนักกีฬาห้าวๆ ไม่ค่อยหวาน” สาวน้อยนักกีฬาว่ายน้ำเยาวชนแห่งชาติ “ปั๊ป” ธีรยา ลิขิตธรากุล
โดย...ปอย
“สไตล์ของหนูเป็นแนวนักกีฬาห้าวๆ ไม่ค่อยหวาน” สาวน้อยนักกีฬาว่ายน้ำเยาวชนแห่งชาติ “ปั๊ป” ธีรยา ลิขิตธรากุล นักศึกษาปีที่ 2 จากรั้วจามจุรี คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา ซึ่งก็เชื่อขนมกินได้เลยว่าถ้าหลายคนมีโอกาสได้คุยกับคนเรียนคณะนี้ ก็คงต้องไถ่ถามกันก่อนอะไรอื่นเลยว่าคณะนี้เขาเรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง?
สาวสวยหน้าตาคมเข้ม ปั๊ป ธีรยา บอก หลักๆ ก็เรียนเกี่ยวกับเรื่องวิทยาศาสตร์และกีฬา แต่ไม่ได้เน้นหนักแต่กีฬาเพียงอย่างเดียว เรียนวิชาการ (ก็หนัก) ด้วย (ค่ะ) คณะนี้เปิดมานานแล้ว ตอนแรกเป็นสำนักวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา แล้วก็เลื่อนมาเป็นคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา
การได้ร่ำเรียนวิชาการด้วย เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ด้วย กีฬาด้วย การเรียนในคณะนี้จึงคล้ายๆ ศึกษาด้านจิตวิทยากับสหเวช ซึ่งก็เรียนยากและท้าทายพอๆ กัน ส่วนอีกเหตุผลสำคัญเลือกเรียนคณะนี้เพราะได้ดูแลสุขภาพด้วย
“ปั๊ปเป็นนักกีฬาว่ายน้ำเยาวชนแห่งชาติ แต่ไม่ได้เป็นนักกีฬาทีมชาตินะคะ ติดที่ดีที่สุดคือกีฬาแห่งชาติ เป็นตัวแทนภาคใต้ ตั้งแต่ตอนเรียนมัธยมปลายอยู่ที่โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด พอเรียนจบก็เข้ามากรุงเทพฯ แต่ความจริงแล้วปั๊ปเองก็ไม่ใช่สาวใต้เต็มตัวนะคะ คุณแม่เป็นคนสุราษฎร์ค่ะ ส่วนคุณพ่อเป็นลูกครึ่งจีน ใบหน้าเลยออกหมวยๆ เข้มๆ ส่องกระจกก็งงตัวเองเหมือนกัน” สาวน้อยนักว่ายน้ำวัย 20 ปี ธีรยา เริ่มต้นสนทนาด้วยเสียงหัวเราะใสๆ สมวัย แล้วขอออกตัวก่อนว่าไม่ใช่คนพูดเก่งอะไรนัก
“ตอนที่เราอยู่สุราษฎร์ โอเคค่ะ แต่ปั๊ปก็อยากอยู่กรุงเทพฯ นะคะ อาจเพราะว่าชินกับการใช้ชีวิตในเมืองหลวงแล้วด้วยค่ะ เพราะชีวิตตั้งแต่เด็กๆ แล้วปั๊ปก็ง่าย ๆ เรียบๆ ไม่ได้มีอะไรมาก เช้าเย็นเรียนหนังสือเสร็จ ก็ซ้อมว่ายน้ำอย่างเดียวเลย ไม่ค่อยนึกอยากได้ไปเที่ยวข้างนอกอะไร
แล้วที่เลือกว่ายน้ำเพราะเป็นภูมิแพ้ค่ะ หมอก็เลยแนะนำให้ไปลองว่ายน้ำดู แล้วว่ายไปมาก็โอเค เอาจริงเอาจังเลย ท่าว่ายที่ดีที่สุดคือท่าฟรีสไตล์ เวลาที่ดีที่สุด คือ 28 วินาทีต่อ 50 เมตร เวลาว่ายน้ำเราจะได้คลายเครียดจากเรื่องการเรียนด้วย ได้เจอเพื่อนๆ น้องๆ ในทีมด้วย มาว่ายน้ำด้วยกันก็จะมีความสุขดีค่ะ” ธีรยา บอกเล่า
แรงบันดาลใจในการก้าวเข้าสู่วงการกีฬา ปั๊ปบอกว่ามาจากรุ่นพี่ที่มีแววอนาคตไปได้ไกล แล้วการเรียนก็ไม่เสียอีกด้วย แถมได้สุขภาพที่ดีอีกอย่างหนึ่ง เธอก็เลยตัดสินใจลองดูบ้าง
“เป้าหมายสูงสุดของการเป็นนักกีฬาว่ายน้ำก็เคยตั้งไว้นะคะ แต่ว่าตอนนี้ไม่ได้หวังอะไรมากแล้วค่ะ เพราะเน้นเรื่องเรียนมากขึ้น ปั๊ปเข้ามาโดยโครงการช้างเผือกค่ะ เป็นโครงการวิทยาศาสตร์การกีฬาอัจฉริยะ มันทำให้การเข้ามหาวิทยาลัยง่ายขึ้น เราไม่ต้องสอบแข่งขันกับคนอื่นหลายหมื่นคน จำนวนการแข่งขันก็จะเหลือแค่ร้อยกว่าคน
การแบ่งเวลาซ้อม-เรียนก็จะแยกกัน เพราะอย่างเรียนมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้เรียนเต็มวัน ช่วงเช้าก็ไปเรียนตามปกติ ช่วงเย็นก็ไปซ้อมกีฬาช่วง 17.00-19.00 น. ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า ก็เหนื่อยค่ะ ในเมื่อเราเข้ากีฬาว่ายน้ำมาแล้วก็อยากจะเล่นให้กับมหาวิทยาลัยสัก 1-2 ปี ปีนี้ก็มีการคัดเลือกนักกีฬามหาวิทยาลัยค่ะ แต่ไม่ได้ไปเพราะติดเรื่องเรียนที่ปั๊ปอยากวางพื้นฐานการเรียน ปี 1-2 ทำคะแนนให้ได้ดีๆ ก่อนจึงจะไปทำอย่างอื่นให้เต็มที่ต่อไป มอตโตของปั๊ปก็ต้องทำทุกวันให้ดีที่สุด แล้วจะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลังค่ะ
วิชาที่ยากที่สุดของปั๊ปคือ วิชาฟิสิกส์โอโลจีของคณะแพทยศาสตร์ ยากมากค่ะ เพราะต้องไปตัดคะแนนกับเพื่อนๆ คณะจิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ ซึ่งเป็นการเรียนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ร่างกาย ระบบต่างๆ วิธีแก้ปัญหาของเราก็จะตั้งใจเรียนมากขึ้น แล้วก็ขอให้เพื่อนหรือรุ่นพี่ที่เรียนเก่งช่วยติววิชายากๆ ให้ในเวลาว่าง ในคณะแต่ละชั้นปีก็จะมีประมาณร้อยกว่าคน ไม่เยอะค่ะ บรรยากาศในคณะรุ่นพี่และเพื่อนที่นี่จึงอบอุ่นมากค่ะ เป็นกันเอง เมื่อตอนเข้ามาเป็นเฟรชชี รุ่นพี่จะคอยดูแลทุกอย่าง มีอะไรก็จะบอก จะแบ่งทุกอย่าง
ในคณะนี้จะมีผู้ชาย ผู้หญิง พอๆ กันค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นนักกีฬาเก่งๆ ทั้งนั้น กิจกรรมในคณะปั๊ปจะเป็นผู้นำเชียร์ของคณะ ช่วงแรกๆ จะหนักมากเพราะเรียนหนักแล้วตอนเย็นก็ต้องมาซ้อมเชียร์อีก แล้วก็เลิกดึก เหนื่อยแต่สนุกค่ะ เพราะบรรยากาศของนักกีฬาเวลาที่อยู่ด้วยกันก็จะกันเอง ไม่ค่อยมีใครถือตัว สนุกสนาน และที่สำคัญเรามีความเข้าใจตรงกันมากขึ้น ทำให้เราจะช่วยเหลือกันในทุกเรื่อง ยิ่งถ้าเพื่อนที่เป็นนักกีฬามีปัญหาเราก็จะยิ่งช่วยๆ กัน เพราะเรารู้ถึงปัญหาของนักกีฬาด้วยกันมากกว่าเพื่อนที่แอดมิดชันเข้ามา ที่เขาเรียนดีกว่า มีเวลามากกว่า” ธีรยา บอกเล่าพลางไม่ลืมรอยยิ้มหวานๆ เรียบร้อย สไตล์สาวน้อยจากรั้วจามจุรี







