
โรแด็ง เรอดูซ์ ณ พิพิธภัณฑ์หอศิลป์โรแด็ง ฟิลาเดลเฟีย
คนรักศิลปะต่างตบเท้าเดินผ่านสวนสวยแบบฝรั่งเศส ที่ประกอบด้วยน้ำพุและสระน้ำขนาดใหญ่
โดย...อฐิณป ลภณวุษ/ภาพ เอพี
คนรักศิลปะต่างตบเท้าเดินผ่านสวนสวยแบบฝรั่งเศส ที่ประกอบด้วยน้ำพุและสระน้ำขนาดใหญ่ ในฟิลาเดลเฟีย เพื่อเข้าไปชมผลงานประติมากรรมสุดล้ำค่าของประติมากรชาวฝรั่งเศส โอกุสต์ โรแด็ง
หลังจากปิดปรับปรุงเป็นเวลานานกว่า 3 ปี ด้วยงบประมาณ 9 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมจัดระบบการแสดงงานประติมากรรมภายในใหม่ทั้งหมด อาคารเดิมนับตั้งแต่เปิดพิพิธภัณฑ์หอศิลป์โรแด็งนี้ขึ้นเมื่อปี 1929 ก็ได้ฤกษ์เปิดให้บริการอีกครั้ง
ชาวฟิลาเดลเฟีย เปรียบโรแด็ง มิวเซียม เหมือนกล่องบรรจุอัญมณีเล็กๆ ที่ล้อมรอบด้วยสวนสไตล์ฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม ซึ่งประดับประดาเอาไว้ด้วยผลงานประติมากรรมล้ำเลิศของประติมากรฝรั่งเศสท่านนี้ แม้ว่าผลงานชิ้นเอกอย่าง Je Ne Sais Quoi จะไม่ได้อยู่ในสวนแล้ว แต่ก็มี The Burghers of Calais (Les Bourgeois de Calais) ที่สำคัญไม่แพ้กัน ได้รับการขัดสีฉวีวรรณผุดผ่อง นำมาจัดแสดงเอาไว้แทนที่ ใกล้ๆ กับสระน้ำขนาดใหญ่ด้านหน้า กลายเป็นเงาภาพกลุ่มคนสะท้อนในน้ำ สวยสดงดงามยิ่งนัก
“เป็นการรอคอยที่ยาวนานมาก” ทิโมที รับ ผู้อำนวยการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่สำนักพิพิธภัณฑ์แห่งฟิลาเดลเฟีย ซึ่งเป็นผู้บริหารงานพิพิธภัณฑ์หอศิลป์โรแด็งด้วย เล่าว่า หลังจากปิดบูรณะไปเกือบ 4 ปี ผู้คนต่างกระหายอยากได้ใคร่มาชมมากจริงๆ “ต้องยอมรับว่า ตอนที่เปิดบริการโดยไปหยุดหย่อนมาตั้งแต่ปี 1929 งานประติมากรรมของเราก็ค่อนข้างจะหมอง ฝุ่นเขรอะไปหมด เลยถึงเวลาต้องปัดฝุ่นให้สะอาดเอี่ยมอ่องซะที”
นอกจากนั้น การจัดแสดงภายในก็มีการจัดระเบียบใหม่ด้วย เพื่อที่จะเน้นผลงานต่างๆ ของประติมากรชาวฝรั่งเศสให้โดดเด่นขึ้น อย่างการจัดแสดง The Gates of Hell (La Porte de l’Enfer) งานชิ้นเอกของโอกุสต์ โรแด็ง เอาไว้ที่โถงทางเข้าด้านหน้าหอศิลป์ฯ ตามด้วยชิ้นงานไฮไลต์อีกชิ้น ได้แก่ ประติมากรรมหินอ่อนสีขาว (ฉบับก๊อบปี้โดยได้รับอนุญาต) The Kiss (Le Baiser) ตามด้วยผลงานประติมากรรมบรอนด์ชื่อดัง The Thinker (Le Penseur) “เรายังปรับปรุงระบบปรับอากาศใหม่ สำหรับผู้ที่มาเยือนในช่วงหน้าร้อน เหงื่อจะไม่ออก และจะไม่ส่งผลกระทบถึงชิ้นงานด้วย” ทิโมที กล่าว
พิพิธภัณฑ์หอศิลป์โรแด็ง ฟิลาเดลเฟีย ตั้งอยู่ระหว่างพิพิธภัณฑ์เมืองฟิลาเดลเฟีย และมูลนิธิบาร์นส์ บนถนนเบนจามิน แฟรงคลิน พาร์กเวย์ เป็นอาคารแบบสถาปัตยกรรมโบซาร์ตส์ (BeauxArts) ที่รวบรวมประติมากรรมของโอกุสต์ โรแด็ง เอาไว้มากที่สุดรองจาก มูเซ โรแด็ง ในกรุงปารีส และที่เมืองเมอดง
พิพิธภัณฑ์หอศิลป์แห่งนี้ เป็นของขวัญแด่เมืองฟิลาเดลเฟียจากนักธุรกิจใหญ่ จูลส์ มาสต์โบม ผู้สะสมชิ้นงานของโอกุสต์ โรแด็ง ระหว่างเดินทางไปๆ มาๆ ระหว่างสหรัฐอเมริกาไปปารีส ช่วงปี 1923 เขาจ้าง โปล เครต์ สถาปนิกชาวฝรั่งเศสที่อาศัยอยู่ในเมืองฟิลาเดลเฟีย รวมทั้ง ฌักส์ เกรแบร์ก นักออกแบบแลนด์สเคปชาวฝรั่งเศสมาร่วมกันออกแบบสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์สุดสวย
ขณะนี้จัดแสดงผลงานมากกว่า 140 ชิ้น ซึ่งมีทั้งประติมากรรมทองสัมฤทธิ์ หรือบรอนด์ ประติมากรรมหินอ่อน และปูนปลาสเตอร์ รวมทั้งผลงานดรอว์อิง ภาพพิมพ์ จดหมาย และหนังสือ ที่แสดงให้เห็นถึงชีวิตและผลงานตลอดระยะเวลาของโอกุสต์ โรแด็ง (ชมคอลเลกชันชิ้นงานได้ที่ www.rodinmuseum.org)
“ทุกอย่างที่ได้ชมในตอนนี้ เป็นการรีโนเวตเฉพาะการจัดแสดงงานและการตกแต่งภายในเท่านั้น เพราะอาคารเดิมนั้นออกแบบเอาไว้อย่างสง่างามมากอยู่แล้ว” โจเซฟ ริสเชิล ภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์หอศิลป์โรแด็ง ฟิลาเดลเฟีย เสริมด้วยว่า ความสง่างามของอาคารเปรียบดังเสื้อผ้าของชาวปารีเซียงในสมัย 1929 นั่นแหละ
นอกจากนั้น ยังมีการแสดงผลงานของศิลปินท่านอื่นๆ อย่างเช่น ประติมากรรมรูปศีรษะชิ้นเล็กๆ 2 ชิ้น ผลงานของเพื่อนร่วมงานและคนรักของโอกุสต์ กามิลล์ โคลเดล รวมทั้งผลงานก๊อบปี้ The Kiss ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากเจ้าของต้นฉบับ โดยแกะหินอ่อนเสร็จ 12 ปี หลังจากโอกุสต์ โรแด็ง เสียชีวิต ผลงานของประติมากรฝรั่งเศส อองรี เกรแบร์ก บิดาของฌักส์ นักออกแบบแลนด์สเคปนั่นเอง







