
‘เปาะเปี๊ยะ’ เปิดโลกแฟนตาซีใต้ท้องทะเล
โดย...มัลลิกา
โดย...มัลลิกา
ย้อนเวลาไปสัก 5 ปี สาวน้อยนามว่า “เปาะเปี๊ยะแพรกานต์ นิรันดร” ซึ่งปัจจุบันอายุ 18 ปี ได้สร้างความประหลาดใจให้แก่เจ้าของสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์เรื่อยมาจนถึงนักอ่าน เพราะในวัยเพียง 13 ปี เปาะเปี๊ยะได้วางโครงเรื่องหนังสือชุดไตรภาคขึ้นมา เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับดินแดนมหัศจรรย์ที่มีสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์และตัวเอกก็คือ “เงือก” นั่นคือ ชุด “จักรภพพันธุ์มหัศจรรย์” เล่ม 1 ตอน ผจญภัยในแดนเงือก เล่ม 2 ตอน ขุมสมบัติพรายทะเล และตอนสุดท้าย ไขปริศนาเมืองเอลฟ์ และที่สร้างความภาคภูมิใจให้แก่วงวรรณกรรมไทยก็คือ ผลงานชุดนี้ได้ถูกเหมาซื้อลิขสิทธิ์ไปแปลเป็นภาษาอิตาลี โดยสำนักพิมพ์ Fazi Editore ซึ่งตอนนี้แปลตอนแรกวางขายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เปาะเปี๊ยะเขียนเล่มแรก “ผจญภัยในแดนเงือก” ตอนอายุ 14 ปี ใช้นามปากกาว่า “Pieretta Dawn” เขียนเป็นภาษาอังกฤษ เธอให้เหตุผลว่า “หนูสามารถถ่ายทอดเป็นภาษาอังกฤษได้ดีกว่า และหนูตั้งใจเลยว่าอยากจะนำไปขายที่ต่างประเทศ ดังนั้นการที่เราเขียนภาษาอังกฤษจะขายได้ง่ายกว่าภาษาไทย เพราะหนูเห็นแต่เราเอาหนังสือต่างประเทศมาแปลเป็นภาษาไทย ทำไมเราไม่มีหนังสือเพื่อส่งออกบ้าง อย่างตอนที่หนูวางโครงเรื่อง ทั้งชื่อ สถานที่ คาแรกเตอร์ตัวละคร หนูก็จะไม่ใช้แบบไทยแลนด์ แต่จะให้มีความเป็นยุโรปอเมริกัน ต้องให้เป็นสากลเพื่อให้ใครอ่านก็สามารถเข้าใจได้”
สำหรับผู้แปลผลงานชุดนี้เป็นภาษาไทย “สุมาลี” (สุมาลี บำรุงสุข) ผู้แปลผลงานระดับโลก แฮรี่พอตเตอร์ “ทางนานมีให้รายชื่อนักแปล หนูก็เลือกอาจารย์สุมาลี เพราะเรื่องแฮรี่พอตเตอร์แปลดีมากๆ หนูติดต่ออาจารย์เองเลย ตอนนั้นอาจารย์อยู่ต่างประเทศก็บอกว่าอาจไม่มีเวลาแต่ขออ่าน 23 บทก่อน พออ่านเสร็จก็ขออ่านหมดเลย (หัวเราะ) และอาจารย์ก็ตอบตกลงแปลให้ ซึ่งพออาจารย์แปลก็ตรงตามที่หนูต้องการจะบอกหมดเลย แต่ถ้าให้หนูเขียนเป็นภาษาไทยก็คงไม่ได้แบบนี้ อาจารย์แปลดีมากๆ ค่ะ”
เรื่องราวในจักรภพพันธุ์มหัศจรรย์นั้น นับเป็นจิตนาการที่ผู้เขียนสามารถเรียงร้อยเข้ากับประสบการณ์ของตัวเอง โดยเก็บรายละเอียดได้อย่างมิดชิด จนเสมือนสร้างโลกใหม่ที่เสมือนจริง ไม่ว่าจะเป็นฉาก ตัวละคร “หนูเป็นคนชอบอ่านหนังสือแฟนตาซี สืบสวนสอบสวนมาก (ลากเสียงยาว) เหมือนเราได้ไปผจญภัย อย่างพอชีวิตน่าเบื่อๆ อ่านหนังสือก็เหมือนเราเข้าไปอีกโลกหนึ่ง และหนูเป็นคนที่ชอบคิดเรื่องในหัว เคยไปเที่ยวมาแล้ว 40 ประเทศ ไปก็ไปแบบแอดเวนเจอร์ ก็เลยเอาแต่ละที่เข้ามาในเรื่องที่เราเขียน เพราะหลายคนไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยว ถ้าหนูเขียนให้ดีมาก คนก็จะได้รู้สึกว่าไปที่นี้ด้วยเหมือนกัน อย่างฉากเมืองมอนเดรไซ ก็มีที่เคยไปตลาดปลาเหม็นๆ ก็เอามาเป็นฉากในส่วนของคนที่ยากจนอยู่ หรือตอนที่หนูไปฮาวายมีภูเขาทะเล หนูก็คิดว่าต้องมีเงือกที่แน่ๆ วัฒนธรรมก็เอามาจากยุโรปและเอเชียผสมกัน ก็เลยสร้างเกาะนี้ขึ้นมา เพราะหนังสือส่วนใหญ่มีแต่คาแรกเตอร์อเมริกัน หรืออังกฤษหนูไม่เอา และก็ไม่อยากเขียนแบบไทยแลนด์ เดี๋ยวฝรั่งอ่านไม่เข้าใจ”
ตอนนี้หนังสือชุดจักรภพพันธุ์มหัศจรรย์ได้ตีพิมพ์ออกมา 2 ตอนแล้ว และตอนนี้กำลังเริ่มเขียนตอนที่ 3 อยู่ “ตัวละครในแต่ละตอนจะอายุห่างกัน 2 ปี และจะน้อยกว่าอายุหนู 2 ปี เพราะหนูต้องการเขียนให้เข้าใจคนในวัยนั้นจริงๆ ว่าเขาแสดงออกแบบนี้เพราะมีเหตุผลอะไร ถ้าหนูผ่านวัยนั้นมาแล้วก็จะเข้าใจ ตอนที่วางโครงเรื่อง เรื่องมันเยอะมาก จนต้องแบ่งเป็น 3 ตอน และก็พยายามให้แต่ละเล่มต้องมีความพิเศษของมันเอง ถ้าไม่อ่านเล่ม 1 ก็ไม่เข้าใจเล่ม 2 เพราะมันจะมีเรื่องราวที่ต่อเนื่องกันมา ยิ่งเล่ม 3 จะมีฟีดแบ็กกลับไปที่เล่ม 1 เล่ม 2 เยอะมาก ให้เห็นว่าทำไมมันถึงเกิดแบบนี้เพราะมีอดีตยังไง”
ผลการตอบรับผลงานของเปาะเปี๊ยะเรียกได้ว่าทะลุความคาดหมายในเมืองไทย เพราะนอกจากจะได้รับการตีพิมพ์ 2 ภาษา ไทยอังกฤษ ยังตีพิมพ์เป็นฉบับการ์ตูนอีกด้วย และที่สำคัญยอดการตีพิมพ์ก็สูงถึง 5 ครั้ง แต่เหนืออื่นใดคือ ความตั้งใจแต่แรกของเธอที่ต้องการให้หนังสือได้วางขายยังต่างประเทศนั้นเป็นจริง แม้จะยังไม่มีหลายประเทศ แต่เธอก็ยังพยายามต่อไป “มีหลายสำนักพิมพ์ติดต่อมา แต่พอตรวจเช็กก็เป็นของเก๊ มีที่อิตาลีนี่แหละเป็นของจริง เขาพิมพ์ทไวไลท์ในอิตาลีด้วย ตอนที่คุยกันหนูดีใจมาก เพราะเขาเหมาซื้อทั้งชุดเลยเป็นเวลา 10 ปี และขอลิขสิทธิ์ทั่วโลก แต่หนูให้แค่ในยุโรปกับอเมริกาใต้เป็นเวลา 78 ปี ตอนนี้ก็มีทางรัสเซียกับเกาหลีติดต่อมา ซึ่งทางรัสเซียก็ให้เขาไปติดต่อทางอิตาลีแล้ว ส่วนเกาหลีก็คุยกันอยู่”
ด้วยความที่เป็นนักเขียนตั้งแต่ยังเด็กและเป็นนักอ่านตัวยง ทำให้เปาะเปี๊ยะได้รับเกียรติจากทาง กทม. ให้เป็น Brand Ambassador ส่งเสริมการอ่านของโครงการรณรงค์ให้ กทม.เป็นมหานครแห่งการอ่านในปี 2556 ซึ่งในบทบาทนี้เปาะเปี๊ยะก็ได้ตั้งใจเต็มที่ เวลาไปทำกิจกรรมต่างๆ ก็พยายามสร้างแรงบันดาลใจให้น้องๆ รักในการอ่าน และเธอก็ตั้งใจไว้ว่า จะเป็นต้นแบบเยาวชนให้รักการอ่านการเขียน และที่สำคัญต้องก้าวไปไกลระดับอินเตอร์ให้ได้







