posttoday
มนัสสรณ์ ธนาจรัสวานิช หัวใจโลดแล่นบนลานน้ำแข็ง

มนัสสรณ์ ธนาจรัสวานิช หัวใจโลดแล่นบนลานน้ำแข็ง

01 กรกฎาคม 2555

ในเมืองไทย สาววัย 23 ปี โจซี่-มนัสสรณ์ ธนาจรัสวานิช นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะศิลปศาสตร์ สาขานิเทศศาสตร์ คืออดีตนักกีฬาสเกตลีลาหญิงมือ 1 คนแรกของเมืองไทย

โดย...วราภรณ์ ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน

ในเมืองไทย สาววัย 23 ปี โจซี่-มนัสสรณ์ ธนาจรัสวานิช นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะศิลปศาสตร์ สาขานิเทศศาสตร์ คืออดีตนักกีฬาสเกตลีลาหญิงมือ 1 คนแรกของเมืองไทย ที่ได้ไปแข่งขันในระดับนานาชาติ และได้รับรางวัลมากมาย อาทิ ได้รับชัยชนะถึง 12 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง ในการแข่งขัน 15 รายการ จากรายการ Skate Asia ที่ประเทศจีน

โจซี่ บอกว่า เหตุที่เธอหลงใหลกีฬาสเกตน้ำแข็ง เพราะเป็นกีฬาที่ใช้ความเร็ว ประกอบท่วงท่าลีลา และต้องอาศัยการฝึกฝน กีฬาชนิดนี้ได้รับความนิยมในแถบยุโรปและอเมริกา สำหรับเมืองไทยแม้เป็นเมืองร้อน แต่กีฬาชนิดนี้ก็ได้รับความนิยมในคนบางกลุ่ม มนัสสรณ์ เล่าต่อว่า เธอเริ่มเล่นสเกตเมื่อวัยเพียง 3 ขวบ ฝึกมาเรื่อยๆ จนได้เป็นตัวแทนประเทศไทยแข่งในรายการต่าง ๆ ทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติ เมื่ออายุเพียง 18 ปี เธอได้เป็นโค้ชครั้งแรก เพราะอยากสอนอนาคตของชาติให้กลายเป็นนักกีฬาสเกตลีลาต่อไป นอกจากนี้เธอยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในกรรมการตัดสินการแข่งขันที่อายุน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีของเอเชีย โดยได้ตัดสินการแข่งขันสเกตในรายการ Fuji Ice Palace ประเทศสิงคโปร์

“หนูเริ่มเป็นนักกีฬาฮอกกี้ทีมชาติตั้งแต่ 7 ขวบ พออายุ 8 ขวบ เห็นโค้ชคนจีนมีลีลาการหมุนบนลานสเกตได้ 10 รอบ ซึ่งคนไทยหมุนได้ 6 รอบ ก็เก่งแล้ว หนูเลยอยากเรียน จากฮอกกี้เปลี่ยนมาเล่นฟิกเกอร์สเกต เพราะมีลีลาที่สวยงาม มีการหมุน กระโดด เหมือนได้ท้าทายตัวเอง คุณพ่อจึงจ้างโค้ชชาวจีนและโค้ชอังกฤษมาสอนหนู แต่โค้ชจีนเก่งกว่ายุโรป เพราะมีระเบียบวินัยมากกว่า จากนั้นหนูก็ได้เป็นนักกีฬาตัวแทนทีมชาติไทย หนูได้เรียนกับโค้ชชาวจีนนานถึง 8 ปีทีเดียว โค้ชสอนทุกอย่างตั้งแต่การเลือกรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ กินผัก ผลไม้ มีระเบียบวินัยในการกิน”

มนัสสรณ์ ธนาจรัสวานิช หัวใจโลดแล่นบนลานน้ำแข็ง

การเป็นนักกีฬาไอซ์สเกตทีมชาติไทยต้องทุ่มเวลาฝึกซ้อมเต็มที่ แม้ไม่ได้ใช้ชีวิตเด็กวัยรุ่นเที่ยวเล่นกับเพื่อนเหมือนคนอื่นๆ แต่โจซี่รู้สึกไม่เสียใจ เพราะคุณพ่อสอนเสมอว่า เมื่อเราเริ่มทำงานก่อนคนอื่นๆ เราก็จะประสบความสำเร็จเร็วกว่าคนอื่น

เมื่อรู้สึกอิ่มตัวกับการแข่งขัน เธอผันตัวเองไปเป็นโค้ชเมื่ออายุ 18 ปี สิ่งที่ทำให้โจซี่สนใจก้าวเป็น “โค้ช” เพราะเธอประสบความสำเร็จในการแข่งขันมาแล้วหลายรายการ จึงอยากใช้ความรู้จากประสบการณ์ที่ร่ำเรียนมาจากโค้ชชาวจีนและยุโรปมาปรับสอนให้เข้ากับเด็กไทย อีกทั้งเธออยากผลักดันให้กีฬาบนลานน้ำแข็งได้รับความนิยมเช่นเดียวกับทวีปยุโรปและอเมริกา และได้รับความนิยมเช่นเดียวกับกีฬาชนิดอื่นๆ

“จากเด็กวัยรุ่นก้าวสู่วัยผู้ใหญ่ด้วยการเป็นโค้ช หนูต้องปรับตัว แต่กว่าจะปรับตัวได้ก็ยากลำบาก เพราะก้าวแรกของการเป็นครูก็ไม่รู่ว่าควรต้องวางตัวอย่างไร หนูไปสอนวันแรกแต่งตัววัยรุ่นมาก ว่างๆ วิ่งไล่จับกับลูกศิษย์ (ยิ้ม) ลูกศิษย์ก็ไม่ค่อยเชื่อฟัง แล้วก็ไม่มีลูกศิษย์ในเดือนแรก หนูก็รู้สึกน้อยใจ คุณพ่อก็สอนว่า เราไม่เหมือนโค้ชของเราอย่างไร หนูก็ได้คิดว่า เราต้องวางตัวที่ดีในการเป็นครู ควรพูดก่อนคิด รวมทั้งเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัว มีการวางแผนในการสอน โดยสอนเด็กตามระดับ ตั้งแต่เปลี่ยนตัวเองก็มีเด็กมาเรียนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และได้รับการยอมรับในที่สุด”

สิ่งที่มนัสสรณ์ได้จากการเป็นโค้ช คือ ทำให้เธอก้าวเป็นผู้ใหญ่ นอกจากนี้เธอยังบอกว่า ข้อดีของการเล่นสเกต คือ ได้ออกกกำลังกายทุกส่วนของร่างกาย เผาผลาญพลังงานดีมาก อีกทั้งเป็นกีฬาที่ต้องใช้สมองด้วย ไม่เพียงจะเก่งด้านกีฬา แต่เธอยังให้ความสำคัญกับการเรียน และมีผลการเรียนที่ดีเยี่ยมจนได้รับทุนเรียนดี และเรียนฟรีมาโดยตลอดหลักสูตรจากมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด

มนัสสรณ์ ธนาจรัสวานิช หัวใจโลดแล่นบนลานน้ำแข็ง

“ตอนนี้หนูเรียนปี 3 เป็นปีสุดท้าย เพราะเรียนหลักสูตรฟาสต์แทร็ก ซึ่งเป็นหลักสูตรเฉพาะของที่นี่ เด็กๆ ไม่ต้องมาเรียนทุกวัน สไตล์การเรียนเหมือนเมืองนอก หนูจึงมีเวลาทำกิจกรรมนอกเหนือจากการเรียน สามารถทำงานเก็บเงิน ที่หนูเลือกเรียนคณะศิลปศาสตร์ เพราะอยากเรียนอะไรที่กว้างๆ เห็นว่าคอมมูนิเคชันอาร์ตน่าจะสามารถช่วยเหลือการทำธุรกิจในทุกๆ ด้าน วิชาโฆษณาและประชาสัมพันธ์เป็นวิชาที่สนุก หนูได้เรียนเกี่ยวกับเน้นการตลาดและประชาสัมพันธ์และการใช้สื่ออย่างไร หนูชอบเรียนด้านฟิล์มโปรดักชัน เรียนสนุก เราได้ลองทำอะไรในสิ่งที่ไม่เคยทำ อาจารย์จะให้โปรเจกต์คิดโปรโมตมหาวิทยาลัยอย่างไรทั้งเอกสารและหนังสั้น ทำให้เราได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ต้องไปค้นคว้าหาข้อมูลเอง หนูชอบเรียนที่นี่ เพราะขนาดคลาสเล็กๆ สามารถถามตอบอาจารย์ได้เต็มที่”

เรียนและสอนนักเรียนไปด้วย แต่เธอก็จัดตารางชีวิตได้ดี สามารถคว้าเกรดเฉลี่ย 3.82 มาประดับทรานสคริปต์ได้ ซึ่งเคล็ดลับก็ง่ายนิดเดียว คือ เมื่อรู้ตัวเองว่ามีเวลาเรียนน้อยกว่าคนอื่นๆ เวลาเรียนในห้องเรียนจึงต้องตั้งใจเรียนเต็มที่ พยายามไม่ขาดเรียนเลย ถ้าลูกศิษย์ต้องไปแข่งที่ไหน เธอก็สามารถไปเทรนลูกศิษย์ได้ อีกทั้งอาจารย์ก็เต็มใจช่วยเหลือด้านการเรียนเต็มที่

“การเรียนกับการทำกิจกรรมสอนนักเรียน หนูต้องแบ่งเวลาให้ได้ การเป็นโค้ชต้องทุ่มเทมากกว่าการเป็นนักกีฬาซะอีก เพราะนักกีฬาสามารถเลือกแมตช์แข่งได้ แต่การเป็นโค้ชเลือกไม่ได้ แต่ในเมื่อเราเป็นโค้ช เราต้องไปทุกแมตช์และนักกีฬาเยอะ ดังนั้นวิชาเรียนหนูจะเลือกตารางเรียนแบบคนอื่นไม่ได้ ต้องอัดเรียนตั้งแต่ตอนเช้าถึงบ่ายสาม หลังจากนั้นต้องไปสอนนักกีฬา

ในการทรงตัวไม่ให้ล้มจึงต้องใช้สมองในการคิดจัดสมดุลร่างกายของตัวเองไม่ให้ล้ม เล่นแล้วต้องรู้จักยืดเหยียดกล้ามเนื้อขาก็ไม่ใหญ่ หนูมีการไปเรียนเพิ่มเติมบัลเลต์ที่อังกฤษ เพื่อเรียนเทคนิคเฉพาะการวางมือให้สวยงาม ก็จะได้ลีลาที่สวยงาม”

มนัสสรณ์ ธนาจรัสวานิช หัวใจโลดแล่นบนลานน้ำแข็ง

สิ่งที่มนัสสรณ์อยากทำสูงสุดในชีวิต คือ การเป็นโค้ชทีมชาติไปเรื่อยๆ

“เมื่อก่อนอยากเป็นครูสอนสเกตไปเรื่อยๆ แต่คุณพ่ออยากให้หนูเรียนต่อไปเรื่อยๆ หนูจึงตั้งใจเรียนต่อปริญญาโทต่อที่สแตนฟอร์ด ด้านบริหารธุรกิจ เพราะคุณพ่อบอกว่าไม่อยากให้หนูทิ้งเรื่องเรียน แม้อยากเป็นครูสอนไปเรื่อยๆ แต่คุณพ่อให้ข้อคิดว่า ถ้าวันหนึ่งหนูขาหักจะทำอย่างไร หนูจึงได้คิด หนูอาจจะเรียนต่อถึงระดับปริญญาเอก แต่หนูต้องเรียนในประเทศไทย เพราะโค้ชด้านไอซ์สเกตมีหนูคนเดียว ถ้าไปเรียนต่างประเทศก็เท่ากับทิ้งประเทศไทยค่ะ”


5 สิ่งคู่ใจโค้ชทีมชาติ

โน้ตบุ๊ก : เวลาว่างหนูชอบเล่นคอมพิวเตอร์ เล่นเฟซบุ๊ก หนูมีเพื่อนในเฟซบุ๊กเยอะ ประมาณ 5,000 คน เพื่อนๆ จะเป็นกำลังใจให้ ติดตามเป็นกำลังใจให้หนูเสมอ ชีวิตประจำวันหนูไม่มีวันหยุด หนูทำงานทุกวัน แต่ไม่เครียด เพราะทำแล้วมีความสุข

ไอพอด : ในไอพอดของหนูจะไม่มีเพลงวัยรุ่นเลย การเป็นโค้ช หนูมีหน้าที่ทำเพลงแข่งให้นักกีฬาด้วย เวลาที่ว่างๆ หนูต้องเอาไปให้การคิดท่าให้เด็ก การออกแบบเพลงให้เด็กในการแข่ง นั่งฟังเพลงนั่งจินตนาการเพลงเพื่อให้เข้ากับท่วงท่าของเด็ก รวมทั้งช่วยคิดออกแบบชุดแข่งของนักกีฬาด้วย

ไอโฟน : ด้วยงานหนูเยอะมาก ทุกอย่างจึงต้องจดบันทึกไว้กับสิ่งที่ติดตามหนูไปทุกที่คือไอโฟน ทั้งตั้งปลุก บอกว่าวันนี้สอนใครบ้าง ต้องมีการตั้งเตือน วันนี้เปิดเทอม วันนี้มีสอบวิชาอะไรบันทึกไว้หมด

รองเท้าสเกต : คู่นี้เป็นคู่เก่ง ยี่ห้อ แจ็คสัน อัลติมา สั่งตัดพิเศษไซส์ 42 เพราะขนาดเท้าของคนเล่นไอซ์สเกตจะมีเท้าที่ยาวกว่าคนปกติ เท้าหนูจึงยาวและเรียว เวลาใส่รองเท้าต้องเลือกพิเศษ หรือสั่งตัด หนูประกันเท้ากับประกันไว้ด้วย

เสื้อทีมชาติ : เสื้อแจ็กเกตต้องใช้ทุกวัน ยืนสอนเด็กทุกวันจะรู้สึกหนาว ด้วยหนูเป็นนักกีฬาตั้งแต่เด็ก จึงผูกพันกับประเทศไทยมากๆ เวลาพาเด็กไปแข่งขันตามประเทศต่างๆ ล่าสุดพานักกีฬาทีมชาติไปซ้อมที่เกาหลี เราต้องใส่เสื้อทีมชาติทุกวัน ขณะที่ซ้อมก็เห็นทีมชาติประเทศอื่นๆ วิ่งเล่นกัน ไม่ตั้งใจซ้อม เรารู้สึกว่าเขาไม่แคร์เลยว่าเสื้อมีโลโก้ทีมชาติตัวเองติดอยู่ ดังนั้นเวลาทำอะไรหนูจะสอนเด็กๆ อยู่เสมอว่า เวลาทำอะไรต้องคิดให้ดี อย่าลืมว่าเราสวมเสื้อทีมชาติไทยอยู่ และเราคือตัวแทนทีมชาติไทย ต้องฝึกซ้อมอย่างตั้งใจ

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม