
เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม (อีกแล้วครับท่าน!!!)
โดย...ไอเดียดี ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
โดย...ไอเดียดี ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
“น้ำจะท่วมแน่ แต่ปีนี้ไม่รุนแรงมากนัก ยังอยู่ในวิสัยที่ป้องกันได้”
เป็นคำยืนยันของ ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) พูดถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่จะเกิดขึ้นในปีนี้
เล่นเอาร้อนๆ หนาวๆ ผวาไปตามกัน
เพราะผู้คนเกินครึ่งของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ยังไม่อาจสลัดฝันร้ายออกไปจากหัวได้ ไม่ว่าจะเป็นภาพถนนกลายเป็นคลอง รถกลายเป็นเรือ บ้านเรือนจมน้ำพังเสียหาย ชาวบ้านต้องอพยพขึ้นที่สูง อดข้าวอดน้ำ นั่งเฝ้าระวังกันทั้งวันทั้งคืนจนแทบบ้า
แม้ภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่ข้อเสียคือเราละเลยการเตรียมความพร้อมและความตระหนักใจ สิ่งแรกที่ต้องทำเลยคือ ต้องเข้าใจพื้นที่ที่เราอยู่ให้ดีก่อน และสำรวจขีดความสามารถของตนเอง เพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น
ดูทางน้ำให้ดี
ดูทางน้ำให้ดีว่าจะมาสู่บ้านเราทางไหนบ้าง ติดตามข่าวสารสถานการณ์ให้รอบคอบ คิดเสียว่าเรากำลังตั้งค่ายพล เตรียมพร้อมระวังข้าศึกที่จะมาโจมตี มันจะมาทิศใดกันบ้าง สำรวจระแวดระวังทางหนีทีไล่ ถ้าศัตรู (น้ำ) มาหลายทาง เราก็ต้องหาทางหนีหลายๆ ทางเช่นกัน แต่ถ้ามาทุกทิศทุกทาง ล้อมไว้หมดทุกด้าน ค่อยเริ่มวางแผนที่จะหยุดน้ำ ซึ่งมีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเขื่อนชั่วคราวด้วยกระสอบทราย ก่ออิฐบล็อก หรือเอาแผ่นวัสดุใดๆ มาปิดกั้น ลองหาวิธี หาข้อมูลกันได้แล้วครับ
ระวังต้นไม้ในบ้าน
ต้นไม้ใหญ่น้อยทั้งหลายที่อยู่ในบ้านหรือใกล้บ้าน จะเป็นอันตรายอย่างยิ่งยามเมื่อมีมรสุมลมพายุ เพราะมันอาจล้ม แตกหัก หรือร่วงลงมาสร้างความเสียหายแก่หลังคา รั้วบ้าน หรือแม้แต่ร่างกายสมาชิกครอบครัวเราจนบาดเจ็บได้ จึงควรต้องทำการเล็มกิ่งหรือตัดกิ่งบางกิ่งออกไปเสีย อีกทั้งช่วงน้ำท่วมระดับน้ำใต้ดินจะสูงมาก รากของต้นไม้จะแช่น้ำเป็นเวลานานและอาจเน่าได้ ความสามารถในการยึดเกาะกับดินก็จะน้อยลง ต้นไม้อาจจะล้ม ต้องค้ำยันลำต้นเอาไว้ให้ดีนะครับ
ตรวจสอบถังน้ำใต้ดิน
เวลาน้ำท่วม ถังน้ำใต้ดินจะจมอยู่ใต้น้ำ บ้านใครมีถังน้ำใต้ดินละก็ โปรดตรวจสอบฝาของถังน้ำให้ดีๆ เชียว เพราะหากฝานั้นมีระบบป้องกันน้ำเข้าไม่ดี น้ำโสโครกที่มากับน้ำท่วมก็จะไหลไปปนกับน้ำดื่มน้ำใช้ในถังเรา เท่านั้นล่ะ โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ จะมาถึงเราอย่างรวดเร็ว ผู้เชี่ยวชาญท่านแนะว่า หากไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องน้ำเล็ดลอดเข้ามาในถังของเราได้ ก็ขอให้ต่อท่อน้ำตรงจากท่อประปาหน้าบ้านเข้ามาที่ตัวบ้านเลย (โดยปกติแล้วบ้านที่มีถังน้ำใต้ดินจะมีวาล์วหมุนเปิดทางให้น้ำประปาจากหน้าบ้านเราวิ่งผ่านตรงเข้ามาในบ้านโดยไม่ลงไปที่ถังน้ำใต้ดินได้ ต้องหาวาล์วตัวนี้ให้เจอ แล้วต่อตรงเข้ามาเลยดีกว่า น้ำจะเบาลงหน่อย แต่ก็ยังเป็นน้ำสะอาด)
เช็กอุปกรณ์ไฟฟ้านอกในบ้าน
ภายนอกบ้านของเราจะมีอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายอย่าง เช่น ปั๊มน้ำ เครื่องปรับอากาศ กริ่งหน้าบ้าน ฯลฯ ต้องหาสวิตช์ตัดไฟให้พบว่าจะต้องตัดไฟตรงไหน เพื่อไม่ให้ไฟฟ้าวิ่งเข้าไปที่อุปกรณ์เหล่านั้นได้ยามเมื่อน้ำท่วม ต้องทำการตัดไฟตรงนั้นเสีย แม้กระทั่งยามจะเข้านอน ถ้าไม่แน่ใจว่าน้ำจะท่วมเข้ามาตอนเราหลับอยู่หรือเปล่า ก็ต้องปิดสวิตช์ไฟฟ้าของอุปกรณ์เหล่านั้นเสีย ตื่นมาตอนเช้า หากน้ำยังไม่ท่วมก็ค่อยเปิดสวิตช์ใหม่อีกครั้งหนึ่งจะดีกว่า
อันตรายที่มองไม่เห็นก็คือเรื่องของไฟฟ้า แต่ในขณะเดียวกันไฟฟ้าก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตที่ขาดไม่ได้
หากบ้านของท่านมีการแยกวงจรไฟฟ้าไว้ตั้งแต่แรก คือ วงจรไฟฟ้านอกบ้าน วงจรไฟฟ้าชั้นล่าง และวงจรไฟฟ้าชั้นบน ก็ต้องปิดวงจรไฟฟ้านอกบ้านเมื่อน้ำท่วมนอกบ้าน หากน้ำสูงขึ้นจนเข้ามาในตัวบ้าน ก็ต้องปิดวงจรไฟฟ้าชั้นล่าง หากน้ำสูงขึ้นถึงชั้นสอง น่าจะหาทางออกจากบ้านเพื่อย้ายไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว เพราะสวิตช์หลักของบ้านโดยทั่วไปจะอยู่ที่ชั้นล่างระดับประมาณ 1.8 เมตร จากพื้นห้อง
หากกรณีที่ไม่มีการจัดวงจรเอาไว้อย่างเป็นระบบ ก็ต้องค่อยๆ ทำการทดสอบอย่างใจเย็นว่าปลั๊กหรือสวิตช์ชุดใดจะมีการตัดวงจรไฟฟ้าจากคัตเอาต์หลักบ้าง แล้วทำโน้ตบันทึกเอาไว้ หากเมื่อน้ำท่วมเมื่อไร ก็จะได้ทราบว่าเราต้องตัดวงจรชุดใดก่อน ในกรณีที่วงจรบางวงจรที่ควบคุมทั้งปลั๊กหรือสวิตช์ตัวล่างกับปลั๊กหรือสวิตช์ตัวบน ก็จำเป็นต้องตัดวงจรทั้งหมด ห้ามเสี่ยงโดยเด็ดขาด
ส่วนพวกอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ที่สามารถขนย้ายได้ ก็ให้ขนย้ายขึ้นไปไว้ชั้นบนก่อน เช่น เตาไฟฟ้า เครื่องปิ้งขนมปัง เครื่องตีไข่ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องชาร์จโทรศัพท์ ฯลฯ ส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ยังต้องใช้งานอยู่ ก็ต้องเตรียมการขนย้ายขึ้นข้างบนเอาไว้เลย เช่น เครื่องไมโครเวฟ โทรทัศน์ วิทยุ เป็นต้น ส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ การขนย้ายยุ่งยากและหาที่วางยาก เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ฯลฯ ก็ต้องวางแผนว่าจะเอาอย่างไรในปัจจุบันและอนาคต หากยังใช้อยู่แล้วยามน้ำท่วมขึ้น จะมีคนช่วยขนหรือไม่ หรือจะทิ้งเอาไว้อย่างนั้น
ปีนี้อย่านั่งรอน้ำว่าจะมาน้อยหรือมามากเลยครับ เตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมพร้อมบ้าน รับมือกันก่อนดีที่สุด
ขอบคุณข้อมูลจาก อ.ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน







