
สูตรเพื่อสุขภาพของทุกวัยในครอบครัว
ปัจจุบันคนส่วนใหญ่เลือกที่จะป้องกันและดูแลสุขภาพของตนเองก่อนที่จะเจ็บป่วย
โดย...ดาว
ปัจจุบันคนส่วนใหญ่เลือกที่จะป้องกันและดูแลสุขภาพของตนเองก่อนที่จะเจ็บป่วย และพยายามอัพเดตเทรนด์ในการดูแลสุขภาพใหม่ๆ ไม่ว่าการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่เน้นผัก ผลไม้ การรับประทานวิตามิน นวดกดจุด ฝังเข็ม ดีทอกซ์ พลังงานบำบัดต่างๆ และอื่นๆ เพื่อให้เหมาะกับตนเอง แล้วคุณและคนที่คุณรักล่ะเลือกที่จะดูแลสุขภาพให้สมกับวัยกันอย่างไร ถ้าไม่มีเรามีคำแนะนำดีๆ จาก นพ.พลวิช กล้าหาญ ผู้เชี่ยวชาญจาก ALIVE Wellness Solutions มาฝาก
นพ.พลวิช กล่าวว่า การดูแลสุขภาพเริ่มได้ตั้งแต่ในวัยเด็ก โดยเลือกให้ออกกำลังกายว่ายน้ำ ซึ่งได้ทั้งสุขภาพและเพิ่มความสูง ให้เด็กรับประทานผลไม้เป็นอาหารว่างแทนขนมเค้กหรือขนมถุงสำเร็จรูป สอนวิธีเลือกอาหารที่มีประโยชน์แทนอาหารจังก์ฟู้ด เพื่อฝึกความมีวินัยในการดูแลสุขภาพตั้งแต่เล็กๆ ส่วนวัยทำงานเป็นวัยที่เคร่งเครียดง่าย อีกทั้งยังต้องการสารอาหารที่เป็นประโยชน์ในการเสริมสร้างพลังในการทำงานอาจเลือกการเล่นโยคะ เพื่อฝึกสมาธิและรับประทานอาหารเสริมบางชนิดที่ขาดควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ โดยแยกอายุดังนี้
วัย 10 ปี+ : ไลฟ์สไตล์ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เวลาส่วนใหญ่จะใช้ไปกับการเรียน ต้องการสารอาหารที่มีประโยชน์ เป็นวัยที่กำลังเจริญเติบโตด้านร่างกายและสมอง
การดูแลสุขภาพ : ควรเติมพลังงานให้กับสมองด้วยการรับประทานอาหารประเภทโปรตีน เสริมด้วยวิตามินบีรวม วิตามินซีสูงและแร่ธาตุ (แคลเซียมและเหล็ก) เพื่อการ
เจริญเติบโตที่สมบูรณ์ พร้อมออกกำลังกายประเภทที่ใช้อุปกรณ์ เช่น แบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ฟุตบอล แชร์บอล เพื่อพัฒนาการประสานงานของร่างกายและประสาทสั่งการ เช่น สายตา การได้ยิน และกล้ามเนื้อต่างๆ
วัย 20 ปี+ : วัยเริ่มต้นของการทำงาน ด้านร่างกายยังมีระบบการเผาผลาญพลังงานที่ดีอยู่ ไลฟ์สไตล์เริ่มออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน อาหารจานด่วน และต้องรับภาระหนักจากงาน ทั้งประชุม เคลียร์งานจนอาจลืมทานอาหาร ร่างกายรับสารอาหารไม่เพียงพอต่อวัน ทำให้สมองอ่อนล้าและอ่อนเพลีย
การดูแลสุขภาพ : อาหารเสริมอาจยังไม่จำเป็น แต่ควรรับประทานอาหารเพิ่มพลังสมองและความจำ เช่น ปลา โดยเฉพาะปลาแซลมอน ทูน่า ปลาทู อุดมด้วยโอเมกา 3 และ DHA ผักใบเขียวเข้ม เช่น คะน้า ผักโขม เป็นแหล่งของวิตามินอี และโฟเลต ผลไม้ตระกูลเบอร์รี เช่น สตรอเบอร์รี เบอร์รี บลูเบอร์รี มีวิตามินซี และไฟโตนิวเทรียนต์ และเมล็ดธัญพืช อุดมไปด้วยไฟเบอร์ วิตามินบี 1 และควรเน้นกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อให้ครบทุกส่วนของร่างกาย เน้นการออกกำลังกายให้เป็นกิจวัตรประจำวัน หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง วันละ 2030 นาที เช่น วิ่ง ถีบจักรยาน เล่นบาสเกตบอล วอลเลย์บอล ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิก เต้นรำ แบดมินตัน และอื่นๆ
วัย 30 ปี+ : เป็นช่วงวัยกำลังสร้างครอบครัว หน้าที่การงานเริ่มมั่นคง ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ มีความรับผิดชอบค่อนข้างเยอะ ไม่ค่อยมีเวลาว่าง ชาวออฟฟิศมักจะเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม ปวดหลัง ปวดไหล่ ด้านร่างกาย อายุที่เพิ่มมากขึ้นฮอร์โมนเริ่มทำงานลดลง ผิวเริ่มขาดความชุ่มชื้น บางคนรับประทานอาหารไม่เหมาะสม เครียด นอนน้อย ดื่มสุรา สูบบุหรี่ ทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมและเกิดการสะสมสารพิษ
การดูแลสุขภาพ : วัยผู้ใหญ่ต้องการอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและให้แคลอรีที่ต่ำด้วย ควรกินอาหารที่มีประโยชน์อย่างสมดุล เน้นอาหารที่ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็ว และมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง เช่น ผักและผลไม้ และอาหารเสริมที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น สารสกัดจากองุ่น สารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศส แอสตาแซนทิน โคเอนไซม์ คิวเทน (Co Q10) แนทเชอรัลเบตาแคโรทีน กรดอัลฟาไลโปอิก และวิตามินซี และควรหาเวลาไปดีทอกซ์ร่างกายเดือนละครั้ง บำรุงผิวเป็นประจำ ออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจน (Aerobic Exercise) เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ เพื่อเพิ่มออกซิเจน พลังงาน ความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย และทรวดทรงที่ดูกระชับสมวัย หรือเลือกทางลัดการดูแลสุขภาพด้วยการนวดกดจุดฝังเข็ม สำหรับผู้มีปัญหาเรื่องปวดหลังและปวดเมื่อยตามตัว
วัย 40 ปี+ : ไลฟ์สไตล์เป็นวัยที่มีความรับผิดชอบสูงทั้งงานและสังคม ลูกเข้าช่วงวัยรุ่น มีภาระการเงิน ออกกำลังน้อย ใช้สมองมากขึ้น เครียดวิตกกังวล เกิดไขมันทดแทน ร่างกายเสื่อมลงตามวัย มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจ เช่น หลอดเลือดต่างๆ แข็งตัว มีไขมันในกระแสเลือด ความจำน้อยลง มวลกระดูกลดลง ไตทำงานน้อยลง สายตาเริ่มยาว นอนหลับยาก อ่อนเพลียง่าย ประจำเดือนมาน้อยลง เรียกได้ว่าเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างเห็นชัดเจน โดยเฉพาะฮอร์โมนในเพศหญิงและชายลดลง ฮอร์โมนการเติบโตหลั่งน้อย สมองไม่ฉับไวไม่กระฉับกระเฉง
การดูแลสุขภาพ : ควรหันมาทานอาหารพวกไฟเบอร์ คาร์โบไฮเดรต ไขมันให้ลดลง เช่น กินผักผลไม้สด ธัญพืชไม่ปรุงแต่ง ลดเนื้อสัตว์เนื้อแดงและผลิตภัณฑ์นม เพราะร่างกายสะสมไขมันง่ายขึ้น การเผาผลาญลดลง ควรออกกำลังกาย เช่น ว่ายน้ำ ถีบจักรยาน กายบริหาร วิ่งเหยาะๆ การเล่นโยคะ เพื่อเน้นการทำงานของหัวใจ เพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อกระดูก การยืดหยุ่นข้อต่อ กระตุ้นระบบหายใจและไหลเวียนให้ทำงานดีขึ้น เพื่อชะลอความชรา รับประทานวิตามินประเภทที่ช่วยปรับสมดุลร่างกาย เช่น รักษาระดับฮอร์โมนด้วย GCap (ช่วยสร้าง Growth Hormone) หรือวิตามินอี (โทโคฟีรอลรวม) พร้อมกับซีลีเนียม รับประทานเมลาโทนิน เพื่อช่วยอาการนอนไม่หลับ กรณีต้องการอารมณ์ที่ดีผ่อนคลาย กินเซนต์จอห์นวอร์ต ร่วมกับสารสกัดแบล็กโคฮอชก็ช่วยได้ หรือเข้าสปาช่วยผ่อนคลายร่างกายจิตใจเพิ่มขึ้นและอย่าลืมตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี
วัย 50 ปี+ : ร่างกายมีความเสื่อมถอยในทุกด้านอย่างชัดเจน ปริมาณไขมันสูงขึ้นแทนที่กล้ามเนื้อ ร่างกายเผาผลาญน้อยลง คนวัยนี้ออกกำลังกายก็น้อย ความต้องการพลังงานก็น้อยลง แต่ความต้องการวิตามินและแร่ธาตุคงเดิม ทำให้ร่างกายสะสมพลังงานส่วนเกินในรูปไขมันไว้มาก ขณะเดียวกันอารมณ์ก็หงุดหงิดง่าย เริ่มเข้าสู่ในช่วงวัยทอง ระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ เสื่อมสภาพตามวัย เช่น กระดูกและฟัน ระบบขับถ่ายไม่ทำงาน กระดูกไม่ค่อยดี เป็นต้น
ดูแลสุขภาพ : ควรรับประทานอาหารที่มีแคลอรีต่ำ เสริมวิตามิน และแร่ธาตุรวมช่วยให้ร่างกายและจิตใจดีขึ้น ทานวิตามินเอในรูปเบตาแคโรทีน เพื่อต้านอนุมูลอิสระเสริมแคลเซียมป้องกันภาวะกระดูกบาง รับประทานมัลติเอนไซม์ เพื่อช่วยย่อย เนื่องจากกระเพาะอาหารลำไส้ผลิตน้ำย่อยที่น้อยลง และการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดเพราะฟันไม่อำนวย วัยนี้ร่างกายจะอ่อนแอลง ความสามารถของข้อต่อ กระดูก กล้ามเนื้อเริ่มลดลง ควรออกกำลังกายที่ช่วยปรับทรวดทรง ฟื้นฟูและรักษาสภาพร่างกาย กระตุ้นให้ระบบไหลเวียนทำงานดีขึ้น ควรเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพที่ไม่มีการปะทะและออกแรงมาก และมีการเคลื่อนไหวช้าๆ อย่าง รำไทเก๊ก โยคะ ชี่กง ฤๅษีดัดตน เป็นต้น







