posttoday
5 ข้อตอบให้ได้ก่อนคิดเปลี่ยนอาชีพ

5 ข้อตอบให้ได้ก่อนคิดเปลี่ยนอาชีพ

18 มิถุนายน 2555

แค่เห็นชื่อก็ตื่นเต้นแล้วชิมิ ก็จะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร ในเมื่ออัตราการว่างงานล่าสุดของผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์

แค่เห็นชื่อก็ตื่นเต้นแล้วชิมิ ก็จะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร ในเมื่ออัตราการว่างงานล่าสุดของผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปยังอยู่ในระดับสูง โดยปัจจุบันคนล้นงาน 2 เท่าตัว และโอกาสในการได้งานทำมีแค่ 26% แถมในปลายไตรมาส 2 ก็ต้องระวังวิกฤตการเลิกจ้างที่คาดว่าจะสูงถึง 24.73% (ยังไม่รวมปัจจัยการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท) อย่างนี้แล้วยังมีคนคิดจะเปลี่ยนงานอีกหรือ?

คำตอบคือ มี เพราะคนย่อมเป็นคน ชีวิตย่อมเขยื้อนเคลื่อนที่ไปในเส้นทางของการงานเสมอ เห็นโอกาสที่ดีกว่า ผู้ฉลาดย่อมคว้าไว้ หรืออย่างน้อยก็ต้องสะดุดคิด หากท่ามกลางสถานการณ์ของอัตราตัวเลขที่น่าวิตกดังกล่าว คำแนะนำก็คือ ต้องรอบคอบ รอบคอบ และรอบคอบ ฮาวทูวันนี้มีคำแนะนำจากจ๊อบสตรีทดอทคอม สำหรับคนทำงานที่ต้องการหลักคิด ก่อนการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต

การเปลี่ยนอาชีพเป็นปรากฏการณ์ที่พบได้ อาจเป็นผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ที่รายได้และโอกาสในความก้าวหน้าที่มีเพียงน้อยนิดในบางสาขาอาชีพ ผลักดันให้คนบางคนมองหาโอกาสที่จะได้งานที่มีผลประโยชน์สูงขึ้น หรืออาจเกิดจากการหาโอกาส การมองหาความเปลี่ยนแปลงชีวิตการทำงาน เพื่อให้พ้นจากสิ่งที่ทำแล้วไม่มีความสุข

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การศึกษาทางไกล และหลักสูตรระยะสั้น เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ในแบบที่ไม่เคยเป็นไปได้มาก่อน แต่การเปลี่ยนอาชีพเป็นก้าวที่สำคัญ (มาก) และไม่สามารถจะตัดสินใจได้ในชั่วข้ามคืน ก่อนที่จะตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพ มีคำถาม 5 ข้อสำหรับใครก็ตามที่กำลังคิดจะเปลี่ยน ตอบครบ 5 ข้อแล้วลุยเลย

5 ข้อตอบให้ได้ก่อนคิดเปลี่ยนอาชีพ

1.คุณต้องการเปลี่ยนอาชีพจริงๆ ใช่หรือไม่?

ลองศึกษาสถานการณ์และทางเลือกอื่นๆ ก่อน เพราะบางครั้งการที่เราไม่มีความสุขกับอาชีพที่ทำอยู่ อาจเนื่องมาจากไม่พอใจเจ้านาย หรือ ไม่รู้สึกท้าทายกับงานที่รับผิดชอบ อาจแก้ไขได้โดยการขอย้ายไปทำงานในแผนกอื่น หรือของานที่มีความรับผิดชอบมากขึ้นท้าทายมากขึ้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนอาชีพก็ได้ เช่น หากคุณเบื่อกับการเป็นฝ่ายขายทางโทรศัพท์ คุณอาจลองย้ายมาทำงานฝ่ายขายที่ต้องออกไปพบลูกค้าดูบ้างก็ได้

2.คุณรู้ถึงสิ่งที่ต้องการจริงๆ หรือเปล่า?

วิเคราะห์ตัวเอง และหาให้ได้ว่าคุณชอบทำอะไร เป้าหมายในชีวิตของคุณคืออะไร ในขณะเดียวกันต้องลองไล่เรียงจุดแข็งและจุดอ่อนของคุณออกมา เช่น ทักษะต่างๆ ประสบการณ์ และคุณสมบัติต่างๆ เพื่อช่วยในการพิจารณาหาสิ่งที่เหมาะสมกับคุณ

3.คุณมีอาชีพในใจแล้วหรือยัง?

ตอนนี้คุณจำเป็นต้องเลือกอาชีพที่ใช่สำหรับคุณแล้ว ลองอ่านและค้นคว้าในนิตยสารต่างๆ ข่าว บทความ และเว็บหางานเกี่ยวกับสาขาอาชีพที่สนใจ จนกว่าจะแน่ใจว่าอาชีพที่สนใจจริงๆ คืออะไรกันแน่ และมุ่งตรงไปยังเป้าหมายนั้น

4.คุณสามารถถ่ายโอนทักษะจากอาชีพเก่าเหล่านั้นได้หรือไม่?

ทักษะบางอย่างสามารถใช้ประโยชน์ได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสายงานใดก็ตาม ทักษะด้านวิชาการ คอมพิวเตอร์ โนฮาวหรือข้อมูลความรู้ต่างๆ หรือทักษะด้านรายละเอียด (Soft Skill) เช่น ทักษะด้านการสื่อสาร สามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพได้แทบทุกสาขา แต่เพียงแค่นั้นก็อาจจะยังไม่พอ คุณอาจต้องใช้เวลาเรียนรู้ในสายอาชีพใหม่ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

5.คุณยินดีที่จะถูกลดค่าจ้างหรือกลับไปเริ่มต้นใหม่หรือไม่?

แน่นอนว่าเมื่อเปลี่ยนสายงาน คุณจะถูกเสนองานในระดับเริ่มต้น เพราะในงานใหม่ คุณคือคนหนึ่งที่ขาดประสบการณ์และทักษะในการทำงาน (ที่เปลี่ยนไปนั้น) อันที่จริงแล้วคุณอาจต้องอาสาทำงานนั้น หรือยอมทำงานแบบไม่เต็มเวลา (พาร์ตไทม์) ไปก่อน อย่างไรก็ตาม จงมองในแง่ดี นี่อาจเป็นวิธีที่ดีในการหาข้อมูล และหาประสบการณ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับสายงานใหม่ โดยไม่ต้องเสี่ยงลาออกจากงานเดิม

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน