
รักแล้ว (อย่า) คิดถึง
รักมากก็คิดถึงมาก เป็นธรรมดาของคน แต่ถ้าความคิดถึงลากยาวไปเกินวันตายเล่า มันจะเกิดอะไรขึ้น?
โดย...โจ เกียรติอาจิณ
รักมากก็คิดถึงมาก เป็นธรรมดาของคน แต่ถ้าความคิดถึงลากยาวไปเกินวันตายเล่า มันจะเกิดอะไรขึ้น?
เป็นคำถามที่หนังเรื่องนี้จั่วหัวได้น่าสนใจทีเดียว ทั้งยังแฝงไว้ด้วยความอยากรู้ อยากเห็น อยากลอง ในสิ่งที่คนไทยคุ้นชินกันดี เมื่อคนหนึ่งตาย แล้วความคิดถึงของอีกคนจะตายตามไปด้วยไหม หรือมันยิ่งจะเพิ่มทวีมากกว่าเดิม
คำตอบเดียวของหนังคือ ตราบที่คุณยังมีความรักต่อกัน ก็ได้โปรดอย่าคิดถึงกันอีกเลย
เป็นผลงานที่ยั่วล้อความตายได้อย่างมีชั้นเชิง แม้บางช่วงอาจจะย้วยๆ เป๋ๆ ไปบ้าง (เพราะมัวแต่พร่ำเพ้อพรรณนาเรื่องความคิดถึงจนเลี่ยนซะงั้น) แต่ภาพรวมก็ค่อนข้างหนักแน่น ในประเด็นจับคนเป็นมานั่งคุยกับความตาย (คนตาย) ท่ามกลางกลิ่นอายความโรแมนติกปนหลอน
ชัดเจนตั้งแต่แรกตั้งชื่อหนังแล้วล่ะ I Miss U รักฉันอย่าคิดถึงฉัน แม้จะทื่อและเชยไปหน่อย แต่มันบ่งบอกความเป็นไปและความหมายของเนื้อหาได้พอสมควร
บรรยากาศหนังนั้นทำได้น่าติดตาม คลุมเครือด้วยตัวละครคนเป็นกับคนตาย ตัดสลับบทสนทนากันไปมา ความคิดของคนเป็นทะลุผ่านความรู้สึกของคนตาย คล้ายว่าคนทั้งสองยังอยู่ใกล้ๆ กัน ไม่ได้ตายจากกันไปไหนไกล ทั้งๆ ที่ความจริงเธอตายแล้ว แต่เขายังอยู่
ความคิดถึงถูกเน้นย้ำตลอดเวลา จนกลายเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขขานไปสู่คำตอบอื่นๆ ในหนัง ความคิดถึงของ “หมอธนา” ส่งต่อไปถึงคนรัก “หมอนก” ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ แล้วจู่ๆ “หมอบี” ก็โผล่เข้ามา ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองคนเป็นกับหนึ่งคนตายสับสนตุงนังยิ่งขึ้น
สิ่งที่หนังเรื่องนี้ทำให้ความคิดถึงมันมีระยะยาวเกินความตาย คือการที่ตัวละคร “หมอธนา” ยังคงภักดีต่อ “หมอนก” แบบไม่มีอะไรจะมาบั่นทอนความรักของทั้งคู่ได้ โดยสื่อผ่านช่อกุหลาบขาว + กาแฟรสโปรด + ภาพวอลเปเปอร์ขนาดยักษ์ + ข้อความเสียง กระทั่ง “หมอบี” ผู้มีความสามารถและความน่ารัก ก็ยังไม่อาจทำลายกำแพงความรักและความคิดถึงที่ถูกสร้างขึ้นโดยเขาและเธอ
จุดที่ดีที่สุดของหนังคือการค่อยๆ เผยธาตุแท้ของตัวละครออกมา โดยปล่อยให้คนดูตัดสินเอาเองว่าใครกันแน่ที่สมควรจะเป็นวายร้าย ในฐานะคนเห็นแก่ตัว คนเห็นแก่ได้ คนที่เสียสละกับเรื่องความรัก
จริงอยู่ที่คำตอบหนังพยายามจะบอกว่า ถ้ารักกันก็ได้โปรดอย่าคิดถึงกันอีกเลย คนเป็นควรปล่อยคนตายไป (ดีกว่า) อย่าห่วงหาอาทร อย่าทำเหมือนว่าเขาหรือเธอยังมีตัวตนอยู่ แต่สุดท้ายเมื่อคนเราลองได้รักใครสักคนมากๆ ก็ย่อมจะคิดถึงมากเป็นธรรมดา และนั่นไม่แปลกที่ความคิดถึงของ “หมอธนา” จะลากยาวไปเกินวันตายของ “หมอนก” เช่นเดียวกับความคิดถึงที่ “หมอบี” ยังมีไม่จบสิ้นต่อ “หมอธนา” ตราบที่เธอยังรู้สึกดีๆ ด้วย
ความโดดเด้งอีกอย่างของหนังก็คงต้องยกให้เรื่องมุมกล้องที่สวยงามจับใจ สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกตัวละครในระยะใกล้ไกลได้มีมิติ ถือเป็นการเล่าเรื่องด้วยภาพกลมกล่อม ทำให้มีผลต่องานตัดต่อที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการถ่ายภาพ รวมทั้งการแสดงของ “สายป่าน” ยังช่วยให้หนังดูดีและเปี่ยมพลังมากๆ
แต่ที่ฮือฮากันเห็นจะไม่พ้นการที่หนังมีตอนจบถึง 3 แบบ ซึ่งเวอร์ชันที่เราไปดูมานี้ก็ไม่รู้ว่าแบบไหน 1, 2 หรือ 3 เพราะที่สุดแล้วเราคิดว่า คนคนหนึ่งที่เคยรู้สึกดีต่อกับคนคนหนึ่ง มันคงเป็นเรื่องยากยิ่งนักที่จะสลัดทิ้งให้หายไปพร้อมความตาย ในเมื่อตกลงรักกัน ก็ต้องคิดถึงกันหน่อย (มั้ย) คิดถึงน้อยๆ แต่ยาวนานนนนนนนนเกินวันตาย ด้วยความคิดที่ผูกกันแล้ว ไปไหนไปด้วย (ไง) บรื๋อ!?!
I Miss U รักฉันอย่าคิดถึงฉัน
ประเภท รัก / ตื่นเต้น / เขย่าขวัญ
เรตติ้ง น.13+ (เหมาะสำหรับผู้ชมอายุ 13 ปี ขึ้นไป)
กำกับ มณฑล อารยางกูร
แสดงนำ เจษฎาภรณ์ ผลดี / อภิญญา สกุลเจริญสุข / ณัฐฐาวีรนุช ทองมี / อินทิรา เจริญปุระ







