
สุทธิพงศ์ เผื่อนพิภพ หนุนไทยไปนอก
“คุณสุทธิพงศ์ เผื่อนพิภพ” ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง “นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว”
โดย...กาญจน์ อายุ
“คุณสุทธิพงศ์ เผื่อนพิภพ” ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง “นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว” สมาคมที่เชิญชวนให้คนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ ฟังดูครั้งแรกอาจเกิดความสงสัยว่า ทำไมถึงไม่สนับสนุนให้คนไทยเที่ยวไทย และการทำเช่นนี้เมืองไทยจะได้อะไร
คุณสุทธิพงศ์ อธิบายว่า “สมาคมนี้มีหน้าที่สนับสนุนการเที่ยวต่างประเทศ หรือ Outbound ซึ่งเมื่อคนไทยไปเที่ยวประเทศไหนแล้ว ประเทศนั้นก็จะสนับสนุนให้คนของเขามาเที่ยวไทยเช่นกัน”
หน้าที่นายก
ตามที่กล่าวไปข้างต้นว่าหน้าที่ของนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว คือ การสนับสนุนการท่องเที่ยวต่างประเทศ หรือ Outbound แต่คุณสุทธิพงศ์ ไม่ได้ทำเพียงเท่านี้ เพราะสมาคมยังเป็นศูนย์กลางพัฒนาความสามารถของผู้ประกอบการให้รับมือกับการเปิดประชาคมอาเซียนอีก 2 ปี 7 เดือนข้างหน้า
“ผมเพิ่งเข้ารับตำแหน่งนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว งานแรกที่ผมจะทำ คือ เปิดอบรมเพื่อพัฒนาบุคคลให้ผู้ประกอบการมีความสามารถด้านภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษาญี่ปุ่น เพื่อรองรับประชาคมอาเซียนที่เรากำลังเข้าร่วม เพราะเมื่อถึงเวลานั้นผู้ประกอบการไทยจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นอีก 9 ประเทศ และผมต้องเดินสายสานสัมพันธ์กับภาคอาเซียน เพื่อหวังให้ประเทศเหล่านั้นสนับสนุนให้คนในประเทศของเขามาเที่ยวไทย”
งานที่ทางสมาคมลงมือทำแล้วเห็นผลชัดเจน คือ การเสริมการท่องเที่ยวในอินเดีย จากที่คนไทยเดินทางไปอินเดียเฉพาะในช่วงเทศกาลทางพุทธศาสนา ก็เปลี่ยนเป็นเดินทางไปตลอดทั้งปี จากที่ไปเที่ยวเฉพาะเมืองสำคัญ ก็เปลี่ยนเป็นไปเที่ยวรอบอินเดียมากขึ้น และจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยไปอินเดียก็เพิ่มขึ้นมาก
ประเทศต่อไปที่ทางสมาคมจะสนับสนุนให้คนไทยไปเที่ยว คือ “อินโดนีเซีย” โดยเฉพาะที่เมืองยอกยาการ์ตา เพราะที่นั่นมี “บุโรพุทโธ” วัดพุทธที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งคุณสุทธิพงศ์ได้กล่าวไว้ว่า “ถ้าชาวพุทธไม่มีกำลังไปอินเดีย ก็สามารถเลือกไปยอกยาการ์ตาเพื่อสักการะวัดในพระพุทธศาสนา”
หนุนไทยเยือนอินโดฯ
คุณสุทธิพงศ์ ให้ข้อมูลว่าในปีหนึ่งคนไทยไปเที่ยวอินโดนีเซียไม่เกิน 1 แสนคน ในขณะที่คนอินโดฯ มาเที่ยวไทย 2-2.4 แสนคน จะเห็นได้ว่าจำนวนคนไทยไปเที่ยวอินโดฯ มีจำนวนค่อนข้างน้อย ทั้งที่ในประเทศอินโดฯ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายรูปแบบ
“ในเมืองยอกยาการ์ตาเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางศาสนา ทั้งพุทธ ฮินดูพุทธ และอิสลาม เมืองบาหลีเป็นเมืองอาร์ตและเต็มไปด้วยวัฒนธรรมของชาวฮินดู เมืองบันดุงเป็นเมืองแห่งภูเขาไฟและทะเลสาบ หรือในเมืองหลวงจาการ์ตาที่เป็นศูนย์กลางการค้า เต็มไปด้วยตึกทันสมัยและวิถีชีวิตของชาวอินโดฯ”
คุณสุทธิพงศ์ กล่าวว่า หากพูดถึงบาหลี บาหลีจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวติด 1 ใน 5 ของสถานที่ที่อยากไป แต่ถ้าพูดถึงประเทศอินโดนีเซีย มันกลับเป็นประเทศปลายแถวที่เราอยากไปเที่ยว สาเหตุที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะประเทศอินโดนีเซียแบ่งพื้นที่ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว นั่นคือ ภาคเอกชนของแต่ละเมืองบริหารกันเอง จึงเกิดการแข่งขันกันเองเช่นกัน ทำให้การท่องเที่ยวโดยรวมทั้งประเทศไม่กระเตื้อง
“ผมเชื่อว่าหากอินโดฯ ร่วมมือกันส่งเสริมการท่องเที่ยว ไม่น่าเกิน 3 ปี ตัวเลขนักท่องเที่ยวจะพุ่ง เพราะที่จริงอินโดฯ เป็นประเทศที่น่าเที่ยวมาก มีเกาะ มีทะเลสาบ มีทัศนียภาพของภูเขาไฟ และมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์” คุณสุทธิพงศ์ แสดงความเห็น
เที่ยวกับทัวร์
ผู้ประกอบการที่ทางสมาคมไทยบริการท่องเที่ยวร่วมงานด้วย คือ “เหล่าบริษัททัวร์” และคุณสุทธิพงศ์เองก็มีประสบการณ์การทำงานในบริษัททัวร์อยู่หลายปีด้วย จึงได้สอบถามเกี่ยวกับเทรนด์การเที่ยวกับทัวร์ พ.ศ.นี้ ว่าเป็นอย่างไร
คุณสุทธิพงศ์ กล่าวว่า “ใน 10 ปีที่ผ่านมานี้ เห็นได้ชัดว่านักท่องเที่ยวเดินทางเที่ยวเองกันมากขึ้น จากการสำรวจนักท่องเที่ยวในงานแฟร์ที่เอเยนต์ทัวร์ไปออกบูธ มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ซื้อแพ็กเกจตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางไปเที่ยวเอง และน่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีๆ แบบค่อยเป็นค่อยไป”
“ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่เลือกไปกับทัวร์ก็ยังมีจำนวนมากอยู่ เพราะการไปกับทัวร์สะดวก มั่นใจได้ว่าไม่หลง และตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่มีงบน้อยแต่อยากไปหลายประเทศ”
ประเด็นที่น่าสนใจในการสนทนากับคุณสุทธิพงศ์ คือ การเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทยสู่ประชาคมอาเซียน การทำงานของสมาคมจึงต้องจริงจังในการพัฒนาความสามารถผู้ประกอบการ โดยเฉพาะด้านภาษาให้พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวอาเซียน จึงคิดไปถึงเจ้าบ้านอย่างคนไทยที่ต้องเป็นหนึ่งในเรื่องนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะหากเจ้าบ้านต้อนรับอย่างดีแล้ว ใครๆ ก็อยากมาเยี่ยมเยือน
&<2288;







