
‘เกเรสเตชั่น’ เครื่องเขียนพลาสติกรีไซเคิล
ถ้าเราเลี่ยงไม่ได้ที่จะเป็น จะกิน จะใช้ เราก็หาวิธีที่จะสร้างมันให้คุ้มค่าที่สุด และมีจุดแข็งที่น่าสนใจ นั่นคือสิ่งที่ข้าพเจ้าสรุปจากสินค้าบางหมวดในชื่อ “เกเรสเตชั่น”
โดย...ณัฐพล ช่วงประยูร / ภาพ : เกเรสเตชั่น
ถ้าเราเลี่ยงไม่ได้ที่จะเป็น จะกิน จะใช้ เราก็หาวิธีที่จะสร้างมันให้คุ้มค่าที่สุด และมีจุดแข็งที่น่าสนใจ นั่นคือสิ่งที่ข้าพเจ้าสรุปจากสินค้าบางหมวดในชื่อ “เกเรสเตชั่น”
นับเวลาเป็นปีที่ 2 แล้วของแบรนด์ เกเรสเตชั่น เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน ไอเดียคนไทยที่เน้นแนวทางการออกแบบมีคาแรกเตอร์และฟังก์ชัน โดย 3 เจ้าของแบรนด์ผู้แข็งขัน เป็น 3 เกลอที่ร่วมกันคิด พัฒนา และสร้างสรรค์ สินค้ามีจุดคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ระดับการเลือกใช้วัสดุสร้างงาน
เกลอแรก ชาญฉลาด กาญจนวงศ์ หรือ เบิร์น จาก วิทยาลัยช่างศิลป กรมศิลปากร สู่รั้วมหาวิทยาลัยศิลปากร คณะมัณฑนศิลป์ ภาควิชาออกแบบภายใน ปัจจุบันเป็นแมเนจิง & ครีเอทีฟ ไดเรกเตอร์
เกลอที่ 2 ปิติทัศน์ ไววิริยะ หรือ ปอนด์ เป็น ดีไซน์ ไดเรกเตอร์ จบจากโรงเรียนทวีธาภิเษก และศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะมัณฑนศิลป์ ภาควิชาออกแบบผลิตภัณฑ์
เกลอที่ 3 เธียรวธู เทียนเงิน หรือ แม้ว ตำแหน่งโปรดักต์ ดีไซเนอร์ จบจากโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ บดินทรเดชา และมหาวิทยาลัยศิลปากร คณะมัณฑนศิลป์ ภาควิชาออกแบบผลิตภัณฑ์
“ผมทำโรงเรียนสอนศิลปะก่อน ผมเห็นเด็กใช้ดินสอวาดรูปที่ต้องเหลาให้แหลมมาก ใช้ทิชชูมาห่อบ้าง หลอดบ้าง เราก็เลยเริ่มรีเสิร์ช จนมาเป็นปลอกดินสอ เดิมมีอยู่แล้ว ก็เอามาพัฒนาให้ดีขึ้น” หนุ่มเบิร์น เล่าก่อนที่ปอนด์จะต่อท้ายถึงที่มาของแบรนด์ “เหตุที่ชื่อ เกเรสเตชั่นเนอรี่ ผมชอบคำว่า เกเร สมมติ ดำนี่คือเลว ขาวนี่คือบริสุทธิ์ เกรย์ คือคนประเภทเรา คือ ไม่ได้ดีแล้วก็ไม่ได้เลว แต่มีเอกลักษณ์อะไรบางอย่างที่จะถ่ายทอดออกไป ซึ่งเราให้คำจำกัดความว่า คนเกเรคือคนที่จริงจังกับการตามหาความปรารถนาของตนอย่างมีเอกลักษณ์”
หัวใจหลักและแนวทางการสร้างสรรค์แบรนด์และตัวสินค้า
“การออกแบบของเราจะว่าด้วยเรื่องลักษณะการใช้งานเพื่อให้เกิดความเรียบง่าย แต่ต้องใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย ซึ่งสินค้าของเกเรก็จะเป็นสินค้าประเภทเครื่องเขียน ตอนนี้ตัวแรกคือ ปลอกดินสอ ที่วางขายอยู่ ส่วนตัวอื่นก็อยู่ในขั้นตอนของแผนงานต่อไปค่ะ
ตัว Pencil Cap ที่เราเห็นเนี่ย นอกจากจะสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันไส้ดินสอ (ในส่วนที่เหลาแล้ว) ขนาดความยาวของมันก็สามารถนำมาต่อดินสอเพื่อให้เขียนได้ถนัดขึ้น เพราะฉะนั้นต่อให้ดินสอแท่งเล็กลงเราก็ยังใช้เขียนได้ ทำให้ดินสอแท่งหนึ่งเราใช้ได้คุ้มค่ามากขึ้น ที่สำคัญพลาสติกที่ใช้ คือ PP Plastic ก็นำมารีไซเคิลได้ 100% รวมถึงตัวแพ็กเกจก็พิมพ์ด้วยหมึก Soy Ink ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม นั่นคือใช่เลย” แม้ว เกลอสาวบอกบ้าง
สิ่งที่เขาอ้างถึงเป็นวัสดุประกอบนั้น คือ โพลีโพรพีลีน (Polypropylene : PP) เป็นพลาสติกที่ไอน้ำซึมผ่านได้เล็กน้อย แข็งกว่าโพลีเอทิลีน ทนต่อสารไขมันและความร้อนสูง ใช้ทำแผ่นพลาสติก ถุงพลาสติกบรรจุอาหารที่ทนร้อน หลอดดูดพลาสติก ฯลฯ หนึ่งในตระกูลเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) หรือเรซิน เป็นพลาสติกที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดในโลก ได้รับความร้อนจะอ่อนตัวและเมื่อเย็นลงจะแข็งตัว สามารถเปลี่ยนรูปได้ พลาสติกประเภทนี้โครงสร้างโมเลกุลเป็นโซ่ตรงยาว มีการเชื่อมต่อระหว่างโซ่โพลีเมอร์น้อยมาก จึงสามารถหลอมเหลว หรือเมื่อผ่านการอัดแรงมากจะไม่ทำลายโครงสร้างเดิม มีสมบัติพิเศษคือ เมื่อหลอมแล้วสามารถนำมาขึ้นรูปกลับมาใช้ใหม่ได้ ชนิดของพลาสติกในตระกูลเทอร์โมพลาสติก
พวกเขาเริ่มต้นไอเดียนี้จากการทำวิจัยข้อมูล วิเคราะห์ สร้างแบบ ทำต้นแบบ ทดสอบ เมื่อแบบผ่านสามารถใช้ได้ ก็สั่งทำแม่พิมพ์ เลือกวัสดุ และสั่งฉีดพลาสติก จนได้ผลงานสำเร็จออกมา แม้ว่าจะไม่ได้นำวัสดุหนึ่งหรือหลายอย่างมาทำเป็นสิ่งใหม่อย่างที่เห็นกันในท้องตลาดของสินค้ารีไซเคิล แต่สะท้อนถึงพฤติกรรมการคิด และคำนึงถึงการใช้งาน และรักษาสิ่งแวดล้อมตั้งต้น ซึ่งเป็นกระบวนการหนึ่งของการช่วยลดภาวะโลกร้อน ซึ่งเราอาจจะลืมไป อาทิ รีดิวซ์ รียูส
“ตอนเราทำต้นแบบ เราก็ทดสอบกันหลายครั้งว่า ระยะไหนที่เป็นระยะที่เหลาพอดีกับการใช้งานของดินสอจริงๆ จนมาถึงเรื่องระยะความยาวของปลอกว่าควรจะยาวแค่ไหน ลักษณะการจับ การต่อกับดินสอแท่งสั้น การถอด ทดสอบต้นแบบอยู่หลายตัวก่อนที่จะผลิตจริง
ถ้าเราสามารถเลือกวัสดุทั้งเรื่องของการใช้งานและคุณภาพของตัววัสดุที่เหมาะสมได้ เราก็ได้ผลงานออกแบบที่ดี วัสดุมีให้เลือกใช้หลากหลายมากขึ้น ได้ความเหมาะสมเรื่องต้นทุนด้วย ซึ่งต้นคิดและการสร้างสรรค์นี้นำไปสู่เวทีที่พวกเราเข้าร่วมประกวด แสดงผลงาน เกเรสเตชั่นเนอรี่ และได้รับรางวัลที่ภาคภูมิใจอันหนึ่งคือ การได้เข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย รางวัลไทยสร้างสรรค์ 2011 ของ OKMD หรือ สบร. (สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน))
เพราะเรารู้ว่าปัญหาภาวะโลกร้อนและสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมนั้นสำคัญมาก และมีผลกระทบอย่างต่อเนื่อง รุนแรงขึ้นทุกปี นอกจากในเรื่องการพัฒนาโปรดักต์แล้ว พวกเราก็ยังพยายามทำเรื่องที่ง่ายๆ อย่างลดการรับถุงพลาสติกเวลาซื้อของ รีไซเคิลของใช้รอบตัว เดินเท้าให้มากหน่อย ใช้รถให้น้อยหน่อย ทำเรื่องง่ายๆ ให้เคยชิน
คนรับรู้ปัญหาและพยายามทำกัน แต่เหมือนยังไม่ได้ทำกันอย่างจริงจัง บางทีก็ละเลย มันทำให้บางทีพฤติกรรมมันไม่เปลี่ยนจนกลายเป็นไม่ทำ มันไม่เคยชิน อย่างบ้านเราเคยสนับสนุนเรื่องการแยกขยะ สุดท้ายรถขยะก็เก็บรวมกัน คนที่แยกขยะก็ไม่รู้จะแยกขยะไปทำไม จะสอนลูกสอนเด็กต่อไปก็สอนไม่ได้
อยากให้บ้านเราจริงจังกับเรื่องอย่างนี้มากขึ้น รัฐบาลหรือองค์กรที่ให้ข้อมูลและติดตามผลให้ชัดเจน ประสานงานกันให้มากแล้วก็ต่อเนื่อง บางทีโปรโมตให้ทำอย่างเดียว คนที่ไม่เห็นความแตกต่างก็ไม่ทำ เขาคงไม่รู้จะเปลี่ยนพฤติกรรมทำไม”
“ในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจ คุณมีข้อเสนอแนะใดบ้างเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อม และการคิดสร้างสรรค์เพื่อยืดอายุโลก ต่อผู้ประกอบธุรกิจด้วยกัน” ผมถามหวังจะเห็นเป็นรูปธรรม
“ก็อยากให้ช่วยกันคำนึงถึงภาพรวม ผลลัพธ์ของสิ่งที่กำลังจะเกิดเยอะๆ เพราะถ้าเรามองจุดเล็กๆ มันก็จะกลายเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น แล้วเราก็คิดว่า เออ...ไม่ทำก็ได้ นิดเดียวเอง จริงๆ ไอ้นิดเดียวมันเยอะนะ นิดหลายๆ คนมันก็กลายเป็นก้อนใหญ่ๆ ถ้าสร้างให้เป็นวัฒนธรรมขององค์กรก็ได้ ทำเรื่องง่ายๆ ให้ทุกคนทำอย่างเคยชิน อย่างถ้าหนึ่งกิจการประหยัดพลังงานได้ หรือลดขยะได้ มันก็ช่วยเยอะอยู่ เจ้าของธุรกิจเองก็รายจ่ายลดลงด้วย หรือการเลือกใช้วัสดุ ถ้าเราลองมองวัสดุรีไซเคิลได้ หรือมองการรีดิวซ์ใหม่ ก็อาจจะเพิ่มจุดขายหรือช่องทางการตลาดเพิ่มด้วยซ้ำ” 2 เกลอตอบ ก่อนที่พี่ใหญ่จะปิดท้าย “โลกเรามีขยะมากพออยู่แล้ว คิดง่ายๆ ครับ ผู้ประกอบการธุรกิจอย่าผลิตโปรดักต์ที่จะเพิ่มขยะขึ้นอีกโดยไม่จำเป็นครับ”
นั่นคือมุมความจริง ถ้าคุณผลิตสินค้าขึ้นมาแล้วไม่มีประโยชน์ ไม่มีคุณค่า สุดท้ายมันก็คือขยะที่ผ่านการผลิตขึ้นอย่างเสียพลังงาน เวลา และเงินจริงดังพวกเขาว่า
“ผู้ที่คิดอย่างเป็นระบบต้องเริ่มศึกษาหาข้อมูลก่อน ทั้งในแง่ของการผลิต แล้วก็ตัววัตถุดิบที่เรามาใช้ ข้อดีข้อเสียของวัสดุนั้นๆ เพราะการที่เราอยากจะเริ่มทำแต่ไม่มีความรู้ มันอาจจะกลายเป็นข้อเสียแทน ถ้าเราเลือกใช้ที่มันไม่เหมาะ ศึกษาเสร็จก็ต้องลองทำดู จริงๆ ยิ่งมีทุนน้อยยิ่งดี งานกลับยิ่งสร้างสรรค์มากกว่าด้วยซ้ำ เพราะเรามองข้อจำกัดเราออก คิดเยอะขึ้น หาวัสดุใหม่ๆ ที่ดูดีและทดแทนได้ งานมันจะผ่านการ “เลือก” ผ่านการ “คิด” อย่างดีแล้วจริงๆ ด้วยซ้ำไป
เรื่องเงินทุนผมว่ามาทีหลังนะครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณจะทำมันขึ้นมาทำไม หรือเพราะเหตุใดมากกว่า ส่วนตัวผมใช้หลักอริยสัจ 4 ของพุทธศาสนาครับ ทุกข์ = เริ่มจากผมไม่พอใจกับผลิตภัณฑ์ ที่มีในปัจจุบันว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนั้นแบบนี้ สมุทัย = เริ่มมองเห็นว่าทำไมผมไม่พอใจกับผลิตภัณฑ์ที่มีในปัจจุบัน นิโรธ = เริ่มตั้งสมมติฐานว่าแล้วจะแก้ไขมันได้อย่างไรให้พอใจ (ดับทุกข์ตัวเองได้อย่างไร) มรรค = ถ้ารู้แล้วว่าจะเริ่มแก้จากจุดไหน ก็จะเริ่มขั้นตอนการดับทุกข์ครับ ก็คือการเริ่มลงมือทำครับ” ว้าว ปรับหลักพุทธศาสนาให้เป็นเรื่องยาวและผลสำเร็จในที่สุด
สนใจผลิตภัณฑ์ เกเรสเตชั่น ชมได้ที่ www.greyray.com หรือ www.facebook.com/greyraystationeryfanpage







