posttoday
เชื่อมั่นในธรรมชาติ สรัลรัศ จิระมงคลลาภ

เชื่อมั่นในธรรมชาติ สรัลรัศ จิระมงคลลาภ

01 มิถุนายน 2555

นักธุรกิจหญิงบุคลิกเรียบเก๋วงการเครื่องสำอางกลุ่มเนชั่นแนลออแกนิก “มัดหมี่” สรัลรัศ จิระมงคลลาภ

นักธุรกิจหญิงบุคลิกเรียบเก๋วงการเครื่องสำอางกลุ่มเนชั่นแนลออแกนิก “มัดหมี่” สรัลรัศ จิระมงคลลาภ

ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์คิสส์ มาย เฟซ (Kiss My Face) ซึ่งถือกำเนิดโดยบ็อบ และ สตีฟ คู่หูผู้รักธรรมชาติ และดูแลสุขภาพของตัวเองเป็นอย่างดีด้วยการรับประทานแต่มังสวิรัติเท่านั้น จากการใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติสู่การแบ่งปันไปยังผู้อื่น ด้วยการก่อตั้งบริษัทผลิตเครื่องสำอางในปี ค.ศ.1980 บนพื้นที่กว่า 200 เอเคอร์ ริมแม่น้ำฮัดสันในนิวยอร์ก เริ่มต้นด้วยการผลิตสบู่ธรรมชาติที่ทำจากน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ จากวันนั้นจนถึงปัจจุบัน คิสส์ มาย เฟซ มีผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวที่ทำจากธรรมชาติตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้ามากกว่า 200 ชนิด

ความมั่นใจในการทำธุรกิจที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ สรัลรัศ บอกว่า มาจากพื้นฐานไลฟ์สไตล์ของเธอเอง ไม่ต่างจากผู้ก่อตั้งแบรนด์คิสส์ มาย เฟซ เท่าใดนัก คือใส่ใจและชื่นชอบผลิตภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อมที่ดีต่อตัวเองเป็นรสนิยมอยู่แล้ว และแน่นอนเป็นค่านิยมการเลือกใช้ของที่ดีต่อโลกสีน้ำเงินใบนี้

เป็นมิตรกับโลก : หัวใจของธุรกิจยี่ห้อนี้ คือการดูว่าผลิตภัณฑ์และสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องนั้น ส่งผลกระทบอย่างไรต่อโลกของเราบ้าง ด้วยเหตุนี้ ผลิตภัณฑ์ คิสส์ มาย เฟซ จึงใช้ส่วนผสมที่ได้มาจากพืชที่มีการปลูกอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังอ่อนโยนทั้งต่อผู้คนและโลกอีกด้วย

เชื่อมั่นในธรรมชาติ สรัลรัศ จิระมงคลลาภ

 

การวางตัวเป็นผลิตภัณฑ์ใส่ใจโลก เริ่มตั้งแต่แพ็กเกจจิง กล่อง หรือขวดเครื่องสำอางทุกใบย่อยสลายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะจุดประสงค์ของแบรนด์คือการให้ความเคารพกับโลกที่เราอยู่ ซึ่งในที่สุดก็ส่งผลเพื่อผู้ใช้จะสามารถอยู่บนโลกได้อย่างมีความสุขไปอย่างยั่งยืนอีกด้วย

“รูปแบบการนำเสนอสินค้าทุกอย่าง เน้นธรรมชาติแบบ 360 องศา พูดแบบนี้ได้เลยค่ะ นอกจากหีบห่อทุกอย่างไม่ว่ากระดาษที่ใช้รีไซเคิล หรือขวดพลาสติกที่ใช้แบบย่อยสลายแล้ว ดิสเพลย์ชั้นวางเครื่องสำอางก็มีนโยบายจากบริษัทแม่ให้ใช้วัสดุที่เซฟโลก เป็นกระดาษย่อยสลายได้โดยเน้นร้อยเปอร์เซ็นต์

ดิฉันไปเรียนปริญญาโทที่รัฐโอไฮโอ ได้ไปใช้ชีวิตอยู่สหรัฐอเมริกาเกือบ 3 ปี ซึ่งที่นั่นการใช้ของในชีวิตประจำวันทั้งอาหารและผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคออร์แกนิก คือการดำเนินชีวิตอยู่บนพื้นฐานของการสร้างสุขภาพที่ดี และการคืนสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ให้กับธรรมชาติด้วยค่ะ เป็นเทรนด์ที่ผู้คนที่นั่นนิยมกันมานานกว่า 20 ปีแล้วค่ะ กรีนซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างเช่น Whole Food หรือ Trader Joe ซึ่งเป็นยอดนิยมในเรื่องสินค้ากลุ่มนี้ ในบ้านเขานิยมกันมากๆ ดิฉันไปเดินก็ตื่นตาตื่นใจมากๆ กับบรรดาอาหารออร์แกนิกหรืออาหารเกษตรอินทรีย์ ทุกอย่างติดฉลากบอกเลยว่าไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ไม่ตัดต่อเมล็ดพันธุกรรม หรือวัตถุสังเคราะห์ใดๆ ทั้งสิ้น และมีทุกๆ อย่างให้เลือกซื้อหา

ใครอยากเป็นคนทันยุคทันสมัยต้องไปเดินสองแห่งนี้ค่ะ แต่ในเมืองไทยเป็นของใหม่และยังอยู่ในกลุ่มพรีเมียมในบางซูเปอร์มาร์เก็ตเท่านั้นนะคะ ซึ่งพอดิฉันได้มาทำธุรกิจตรงนี้ ทำให้เวลาดิฉันจะเลือกซื้อสินค้าจึงเป็นนิสัยเลยค่ะ ต้องอ่านฉลากว่าผลิตภัณฑ์ที่เราจะเลือกใช้เป็นสินค้าที่ใส่ใจโลกหรือไม่ และใส่ใจต่อตัวเราเองหรือไม่อีกด้วย สารเคมีที่อยู่ในเครื่องสำอางมีผลวิจัยแล้วนะคะว่า 60% จะซึมเข้าสู่ร่างกาย ในคนรุ่นใหม่หลายครอบครัวก็ฝึกฝนลูกๆ กินข้าวกล้องกันแล้วนะคะ ซึ่งการหันมาใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติไม่ใช่เรื่องยากค่ะ เพียงแต่เราต้องฝึกฝนกันตั้งแต่เด็กๆ ให้ทำจนเป็นวินัย และรู้สึกว่าทำเป็นนิสัย ไม่ใช่ทำเพื่อรักษ์โลกเท่านั้น” สรัลรัศ บอก

ไม่ละเลยในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ : ถ้าพูดกันถึงเรื่องภาวะโลกร้อน หลายคนอาจจะมองว่าเป็นคำเตือนที่เป็นเรื่องไกลตัว แต่จากเหตุการณ์วิกฤตอุทกภัยเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุหนึ่งเกิดจากปรากฏการณ์เอลนินโญที่มีผลให้เกิดพายุและฝนตกมาก กลายเป็นผลกระทบมาถึงธุรกิจที่มีแผนว่าจะนำเข้าเครื่องสำอางเมื่อปีกลาย ก็ต้องเลื่อนมาถึงปีนี้ จึงเป็นเรื่องที่กระทบมาถึงโดยไม่ทันตั้งตัว

“ก็กลายเป็นว่าเรื่องภาวะโลกร้อนมีผลต่อตัวเราจริงๆ แล้วนะคะ ทำให้ดิฉันไม่ละเลยในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยประหยัดพลังงานได้ ทั้งการประหยัดน้ำ ไฟ หรือถ้าเลือกได้ก็ใช้รถไฟฟ้าแทนรถยนต์ส่วนตัว หลายๆ คนก็บอกว่าใครๆ ก็ทำกัน แต่บางครั้งก็บอกตรงๆ ว่าเราอาจลืมเรื่องพวกนี้ไป เพราะมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยเกินไป อย่างเช่น ขึ้นลิฟต์ 2 ชั้น ดิฉันก็เลือกการเดินขึ้นบันได ดิฉันคิดถึงตอนไปเดินกรีนซูเปอร์มาร์เก็ตที่อเมริกา ฝรั่งที่นั่นเขาไม่ได้มองว่าเป็นไลฟ์สไตล์เทรนดี้ เก๋ไก๋เท่านั้นนะคะ แต่มันเป็นวิถีชีวิตของเขาที่จะช่วยโลกจริงๆ ไม่มีใครเลือกใช้พลาสติก หลายๆ คนถือกระเป๋าแบรนด์เนม แล้วก็พกถุงผ้ากันทุกคนด้วยค่ะ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าประทับใจมาก (บอกพร้อมรอยยิ้ม) คือเขาใส่ใจจริงๆ พอเรามองเขาก็กลายเป็นว่าการพกถุงพลาสติกในกระเป๋าแบรนด์เนม มันเป็นไลฟ์สไตล์ที่ไม่ใช่แค่เรื่องตามกระแสแค่นั้น”

สรัลรัศ บอกว่า ผลิตภัณฑ์แบรนด์นี้คืออาหารบำรุงสำหรับใบหน้าและผิวพรรณ ที่น่าภูมิใจคือสินค้าเป็นมิตรกับโลก แล้วยังเป็นมิตรกับคนเราอีกด้วย เพราะปราศจากสารเคมีอย่างสิ้นเชิง ซึ่งจะช่วยสร้างสมดุลให้กับร่างกายและจิตใจอย่างแท้จริง โดยเน้นส่วนผสมส่วนใหญ่จากแหล่งธรรมชาติที่ใช้ไม่มีวันหมด อีกทั้งไม่ก่อให้เกิดความเสียหายกับสิ่งแวดล้อม เช่น สมุนไพรส่วนใหญ่นั้นปลูกและเก็บเกี่ยวโดยชนพื้นเมือง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยรักษาวิถีชีวิตของพวกเขาไว้ได้ สอดคล้องกับวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ หลายๆ คนจึงเลือกหันมาบริโภคของพวกนี้ ไม่ว่าจะเป็นข้าวกล้อง น้ำตาลไม่ขัดขาว หรือผักออร์แกนิกกันมากขึ้นแล้ว

“หลายคนมองว่าอาจต้องจ่ายสินค้าอุปโภค-บริโภคในราคาสูงขึ้นหรือเปล่า หรือเป็นเรื่องลำบากกับการใช้ชีวิตแบบนี้ เช่น การกินแต่ผักออร์แกนิก กินข้าวแดง แต่ดิฉันกลับมองว่าไม่ใช่เรื่องยากอะไรนัก ถ้าอยู่นอกบ้านก็กินข้าวขาวได้ไม่มีปัญหาอะไร เพราะฉะนั้น การหันมาใส่ใจธรรมชาติจึงเข้ามาอยู่ในวิถีชีวิตของเราทำได้สบายๆ แต่คนไทยอาจติดกับเรื่องความสะดวกสบายอยู่ มองว่าต้องเป็นการปรับตัว เช่น การแยกขยะ ที่บ้านดิฉันก็มีถังขยะ 3 ถัง ซึ่งเป็นเรื่องเบสิกมากๆ เพราะตอนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่น งงมากๆ เจอถังขยะ 10 กว่าถังเลยนะคะ (หัวเราะ) เครียดยิ่งกว่าฝรั่งอีก ไปบ้านเขาจะทิ้งอะไรก็ต้องคิดก่อนทิ้งหนักมากๆ แต่เขาก็ทำกันเป็นวินัยนะคะ เพราะเป็นการถนอมโลกวิธีหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้จะว่าไปก็เป็นหน้าที่ของเราทุกคน”

 

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” เผย ไม่ทิ้งรถยนต์สันดาป หนุน SME อยู่ในระบบซัพพลายเชน

“วราวุธ” เผย ไม่ทิ้งรถยนต์สันดาป หนุน SME อยู่ในระบบซัพพลายเชน