posttoday
80 เปอร์เซ็นต์ของความสำเร็จมาจากเวลาเช้า

80 เปอร์เซ็นต์ของความสำเร็จมาจากเวลาเช้า

28 พฤษภาคม 2555

 

 

Z11 แทน HR วาไรตี้ จันทร์ 28 พ.ค. (ไม่ต้องมีหัวคอลัมน์)

โยธิน อยู่จงดี เรียบเรียง

80 เปอร์เซ็นต์ของความสำเร็จมาจากเวลาเช้า

Z11 แทน HR วาไรตี้ จันทร์ 28 พ.ค. (ไม่ต้องมีหัวคอลัมน์)

โยธิน อยู่จงดี เรียบเรียง

80 เปอร์เซ็นต์ของความสำเร็จมาจากเวลาเช้า

&<2288;

ทำไมเราต้องเปลี่ยน “ช่วงเวลา 30 นาทีในตอนเช้า” ก็เพราะว่านอกจากเวลาในช่วงเช้านั้นจะช่วยทำให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่าแล้ว ในแง่ของการทำงานก็เป็นช่วงที่เราสามารถสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้มากมาย มาลองแย่งเวลาในช่วงเช้า โดยนับจาก 6 โมงเช้าไปจนถึง 10 โมงครึ่งกันดีกว่า

ถ้าคิดอย่างนี้ก็เท่ากับว่า ช่วงเวลาเช้าของวันหนึ่งๆ จะมีเวลาอยู่ประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง ถือเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ของเวลาทั้งหมดใน 24 ชั่วโมงทีเดียว

กรณีของคนทำงานทั่วไปที่ไม่ใช่คนที่ใช้ชีวิตในช่วงเวลาเช้า โดยส่วนใหญ่มักจะเริ่มงานเวลาประมาณ 9 โมงเช้า ถ้าลองคำนวณย้อนกลับ พวกเขาเหล่านั้นน่าจะตื่นนอนเฉลี่ยระยะเวลาประมาณ 7 โมง ถึง 7 โมงครึ่ง รับประทานอาหารเช้า แต่งตัวแล้วออกจากบ้านเพื่อไปเบียดเสียดกับผู้คนบนท้องถนน หรือบนรถไฟฟ้า กว่าจะไปถึงที่ทำงานก็เกือบเข้างานพอดีอย่างฉิวเฉียด พอเริ่มทำงานไปได้เพียงแค่ 1 ชั่วโมงครึ่ง ก็ถึงเวลา 10 โมงครึ่งแล้ว

80 เปอร์เซ็นต์ของความสำเร็จมาจากเวลาเช้า

 

เขาเหล่านั้นจึงมีเวลาในการสร้างสรรค์ผลงานได้เพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ ในหนึ่งวันของช่วงเช้าเท่านั้น แต่ถ้าเป็นคนที่ใช้ช่วงเวลาเช้าอย่างมีประโยชน์ จะมีผลแตกต่างไปอย่างมาก พวกเขาใช้เวลา 20 เปอร์เซ็นต์ของวัน คือตั้งแต่เวลา 6 โมงเช้าจนถึง 10 โมงครึ่ง เพื่อการทำงาน ศึกษาเล่าเรียน หรือเรื่องอื่นที่ควรต้องทำ

ลองคำนวณง่ายๆ ก็จะเห็นว่าคนที่ใช้ช่วงเวลาตอนเช้า กับคนที่ไม่ได้ใช้ช่วงเวลาเช้าให้เป็นประโยชน์ ต่างกันถึง 10 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม เราต้องมองในแง่ผลสัมฤทธิ์ด้วยว่าออกมาดีแค่ไหน คนที่ลองใช้เวลาเช้าแล้วสักครั้งหนึ่ง คงจะรับรู้ได้ว่ามีประสิทธิภาพมากมาย ผลสำเร็จจากการใช้ช่วงเวลาเช้า 20 เปอร์เซ็นต์ อาจมากกว่าผลสำเร็จจากการใช้เวลาช่วงกลางวันหรือกลางคืน 3-4 เท่าก็เป็นได้

ถ้าอย่างนั้นลองนำประสิทธิผลที่ได้จากเวลาปกติ 3-4 เท่า มาคำนวณดูดังนี้

ผลสำเร็จที่เกิดจากการใช้เวลาเพิ่มขึ้น 2 เท่า (ในการปฏิบัติ) คือ 2 เท่า x 4 เท่าจะได้เท่ากับ 8 เท่าของการปฏิบัติ สรุปก็คืองานจะสำเร็จลุล่วงได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนงานทั้งหมดใน 1 วัน โดยใช้เวลาช่วงเช้าอย่างเดียวเท่านั้น

ดังนั้นเราจึงควรเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เวลาในตอนเช้า ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เวลา 30 นาทีเสมอไป เราสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งหมดในช่วงเช้าเลยก็เป็นได้ เพียงแต่ในความเป็นจริงแล้ว ถ้าเราเปลี่ยนพฤติกรรมช่วงเช้าทั้งหมดในคราวเดียว เราก็อาจมีโอกาสล้มเลิกในเวลาอันสั้นได้

เนื่องจากคนที่ต้องการบรรลุผลตั้งแต่แรกนั้น ส่วนใหญ่ก็คือคนที่เคยประสบกับอดีตอันล้มเหลวมาก่อนนั้นเอง ถ้าจะยกตัวอย่างเรื่องใกล้ตัว ก็อย่างเช่นเรื่องการลดความอ้วน และกระบวนการสันดาปของร่างกาย เป็นต้น

คนที่ตั้งเป้าเพื่อลดน้ำหนักหลายกิโลกรัม ภายในระยะเวลาเพียงแค่เดือนเดียว 80-90 เปอร์เซ็นต์ของคนเหล่านี้ มักจะล้มเหลวไปเสียก่อน หลังจากนั้นก็จะพูดว่า วิธีนี้มันไม่ใช่แนวทางของฉันเลย ไม่รีบลดความอ้วนตอนนี้ก็ไม่ตายสักหน่อย งั้นกลับไปกินแบบเดิมดีกว่า”

ในบรรดาคนที่ลดความอ้วน มีส่วนน้อยที่ประสบความสำเร็จ ด้วยการคิดว่าการลดความอ้วนคือการผจญภัยในชีวิตอย่างหนึ่ง และคนที่สามารถรักษารูปร่างให้สวยเพรียวไปตลอดนั้น ยิ่งมีจำนวนน้อยลงไปอีก แถมยังมีพวกลดน้ำหนักกันแบบเอาเป็นเอาตาย แล้วสุดท้ายก็กลับมาอ้วนหนักกว่าเดิม

ในกรณีนี้ไม่ผิดหรอก ที่จะมีความรู้สึกต้องการไขว่คว้าความสำเร็จเช่นนั้น ความต้องการเหล่านี้ถือเป็นสิ่งล้ำค่าที่จะช่วยทำให้เราทะยานไปข้างหน้าต่อไปได้ เพียงแต่ว่าการประสบความสำเร็จตามที่หวังไว้นั้น จำเป็นต้องมีการปรับสิ่งต่างๆ ให้เข้ากับตัวเราเสียก่อน

มนุษย์เรานั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสามารถไปถึงจุดหมายที่หวังไว้ในทันที แต่ถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรคมากมายแค่ไหน แต่ถ้ามีเป้าหมายคนเราสามารถทำได้ทุกสิ่งและยิ่งมีอุปสรรคมาก ก็ยิ่งดีเสียด้วยซ้ำ เพียงแต่การที่จะทำให้สำเร็จตามที่หวังไว้ในเวลาอันรวดเร็ว

ทุกอย่างต้องอาศัยเวลา อย่าลืมลองลุกขึ้นมาอาศัยเวลายามเช้าให้เป็นประโยชน์กัน

ข้อความบางส่วน จากหนังสือ แค่ 30 นาทีตอนเช้า เปลี่ยนความล้มเหลวเป็นความสำเร็จ โดย ทาคาชิมะ เท็ตสึจิ แปลโดย พนิดา ลิ้มน้ำคำ สำนักพิมพ์ สยามอินเตอร์บุ๊คส์

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่