posttoday
ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร รัก (ษ์) ป่าเขาใหญ่

ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร รัก (ษ์) ป่าเขาใหญ่

25 พฤษภาคม 2555

เภสัชกรหญิง ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร กรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาภูมิปัญญาไทย มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

โดย...วรธาร ทัดแก้ว

เภสัชกรหญิง ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร กรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาภูมิปัญญาไทย มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี และที่ปรึกษา “กลุ่มรักษ์เขาใหญ่” เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ค่อนชีวิตคลุกคลีอยู่กับป่าไม้ ภูเขา ลำธารมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยเป็นนิสิตคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อยมาถึงปัจจุบัน

ภญ.ดร.สุภาภรณ์ เล่าว่า สมัยเรียนมีโอกาสเข้าไปร่วมทำกิจกรรมคัดค้านการสร้างเขื่อนน้ำโจนกับชมรมนิเวศของมหาวิทยาลัย ทำให้ได้ซึมซับกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะป่าไม้ตั้งแต่นั้นมา นอกจากนี้ยังประทับใจรุ่นพี่คนหนึ่ง ที่ปัจจุบันเป็นหมอที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้อาศัยช่วงปิดเทอมปลอมตัวเป็นคนงานเข้าไปเก็บข้อมูลของแร่ใยหินในโรงงานแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นการเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเหลือคนงานให้มีความปลอดภัยจากมะเร็งยิ่งปลูกฝังให้รักธรรมชาติมากขึ้น

เธอเล่าต่อว่า การทำงานตรงนั้นได้รับการปลูกฝังในเรื่องสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์อันหนึ่งที่ติดตัวมา ครั้นพอมาทำงานที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรก็มีโอกาสได้ขึ้นเขาใหญ่บ่อยครั้ง ทั้งพาเด็กๆ ไปดูนก และศึกษาเกี่ยวกับพืชสมุนไพรต่างๆ ต่อมาจึงได้ก่อตั้งกลุ่ม “รักษ์เขาใหญ่” ขึ้นมาเพื่อให้การศึกษาเรื่องความสำคัญของป่าไม้แก่เด็กและเยาวชนในโรงเรียนต่างๆ ที่อยู่รอบเขาใหญ่ในโดยใช้กระบวนการของค่ายเด็กมาช่วยขับเคลื่อน

ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร รัก (ษ์) ป่าเขาใหญ่

 

“ตั้งแต่ช้างตกเหว 8 ตัว เมื่อปี 2535 เรามีค่ายใหญ่ให้เยาวชนที่อยู่รอบๆ เขาใหญ่ รวมถึงเครือข่ายคนรักธรรมชาติมาร่วมงานค่ายตลอดเพื่อให้แสดงออกและฝึกหัดที่จะอยู่กับธรรมชาติอย่างที่พี่เคยได้รับมา นอกจากนี้ยังได้พยายามปลูกฝังให้พวกเขาได้เห็นความสำคัญของดิน น้ำ อากาศ ป่าไม้ซึ่งสำคัญต่อชีวิตเรา ด้วยกิจกรรมรณรงค์ในหลายๆ เรื่อง และหนึ่งในกิจกรรมที่เข้มข้นซึ่งได้ทำมาปีนี้เป็นปีที่ 3 ก็คือ “4 ม” หรือ 4 ไม่ ได้แก่ ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่ทิ้งขยะบนเขาใหญ่ ไม่ขับรถเร็ว และไม่ส่งเสียงดัง โดยใช้เด็กๆ ประมาณ 400 คน ทำการรณรงค์ในช่วงหยุดยาวที่มีนักท่องเที่ยวแห่ขึ้นเขาใหญ่ด้วยการถือป้ายรณรงค์และช่วยกันเก็บขยะ”

ที่ปรึกษากลุ่มรักษ์เขาใหญ่ เล่าที่มาของการรณรงค์ว่า เนื่องจาก 10 กว่าปีที่ผ่านมาเห็นว่าลิงเขาใหญ่ไม่ได้อยู่ในสภาพของลิงขอทาน มีพฤติกรรมก้าวร้าวทำลายนักท่องเที่ยว และลักเล็กขโมยน้อยเหมือนอย่างที่เห็นในปัจจุบัน แต่สาเหตุที่ลิงเป็นเช่นนั้นก็เนื่องมาจากมีนักท่องเที่ยวให้อาหารจนทำให้ลิงเสียนิสัยและมีพฤติกรรมดังกล่าว

“นักท่องเที่ยวมักจะถูกลิงรื้อเต็นท์ข้าวของกระจัดกระจายถึงขนาดว่าถ้าเข้าไปในบ้านคนได้ก็จะปล้นสะดมยกใหญ่ ทั้งมีพฤติก้าวร้าวทำลายนักท่องเที่ยว ซึ่งนอกจากลิงยังมีเก้งขอทานอีกด้วย นี่คือสาเหตุสำคัญที่ต้องรณรงค์เพื่อหยุดยั้งพฤติกรรมการให้อาหารสัตว์ป่าของนักท่องเที่ยว เพราะหากไม่ทำต่อไปการท่องเที่ยวบนเขาใหญ่ย่อมเสียหายระบบนิเวศก็จะเสื่อมโทรมไปด้วย”

ภญ.ดร.สุภาภรณ์ อธิบายว่า ลิงสามารถแพร่เชื้อทีบี หรือวัณโรคสู่มนุษย์ได้ โดยอาหารที่นักท่องเที่ยวโยนให้ถ้ามีเชื้อวัณโรคลิงกินแล้วก็จะติดเชื้อแต่จะไม่ป่วยทว่าพร้อมจะแพร่เชื้อสู่คนได้ หรือถ้าคนเป็นเริมเอาอาหารที่กินให้ลิงก็อาจทำให้ลิงสูญพันธุ์เพราะเชื้อเริมลิงเป็นแล้วตายได้ นอกจากนี้โรคบางอย่างที่คนเป็นสัตว์บางชนิดอาจไม่ทนและมีสิทธิตายเมื่อกินอาหารที่คนให้แล้วเกิดติดเชื้อและป่วยเป็นโรคตายในที่สุด

ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร รัก (ษ์) ป่าเขาใหญ่

 

“ตอนนี้เราไม่เห็นเสือบนเขาใหญ่ ต่างจากเมื่อก่อนที่พี่ไปเดินป่า ได้กลิ่นสาบของเสือที่ฉี่รดใบไม้อันเป็นการประกาศอาณาเขต ซึ่งการหายไปของเสืออาจเกิดจากไปกินซากของสัตว์อื่นที่ติดเชื้อโรคก็ได้ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าหมูป่าที่ชาวบ้านปล่อยแล้วหายไปเพราะถูกเสือกินแล้วเสือตายหรือไม่ไม่อาจทราบได้ แต่ก็เห็นได้ว่าเราใส่ใจแต่การท่องเที่ยว ไม่ใส่ใจการเป็นอยู่ของสัตว์และธรรมชาติ”

ที่ปรึกษากลุ่มรักษ์เขาใหญ่ ย้ำว่า ต่อไปต้องไม่ให้อาหารสัตว์ป่าทุกชนิดเพราะจะทำให้สัตว์เสียนิสัย ถ้าทำได้จะเป็นผลักสัตว์เหล่านั้นเข้าป่าหากินอาหารเองตามธรรมชาติและถือเป็นการสร้างสมดุลของระบบนิเวศด้วย แต่ถ้ายังให้กันพวกสัตว์ก็จะเข้ามาแย่งชิงอาหารและทำร้ายนักท่องเที่ยว

สำหรับการไม่ทิ้งขยะบนเขาใหญ่ ที่ปรึกษากลุ่มรักษ์เขาใหญ่ กล่าวว่า คนสมัยนี้ใช้ทรัพยากรโดยไม่ดูแลธรรมชาติจนเกิดขยะมากมาย ซึ่งจะเห็นว่าในขยะมักมีสิ่งแปลกปลอมและทำลายสิ่งแวดล้อม จึงอยากให้ทุกคนช่วยกัน ในเมื่อขนขึ้นไปได้ก็ควรที่จะขนกลับลงมาได้เช่นกัน ไม่ควรไปเพิ่มภาระการเก็บขยะให้กับเจ้าหน้าที่อุทยานที่ต้องเอาเวลาไปลาดตระเวนเพื่อดูแลสัตว์ป่าและป้องกันพวกที่ชอบทำผิดกฎหมายที่จ้องฆ่าสัตว์และทำลายป่า

“ในการรณรงค์ไม่ให้ส่งเสียงดังและขับรถเร็วนั้นเนื่องจากเห็นว่าการส่งเสียงดังเป็นการรบกวนสัตว์ที่บางทีกำลังจับคู่ผสมพันธุ์กัน และการขับรถเร็วก็มีสัตว์ป่าจำนวนมากถูกรถชนและทับตายซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น งูเหลือม ที่มักจะไปตากแดดในยามเช้า”

“4 ม” ที่ดำเนินการโดยกลุ่มรักษ์เขาใหญ่ ภายใต้การนำของ ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ที่แม้จะออกตัวว่าเป็นเสียงที่เบา แต่ก็ต้องยอมรับว่าถ้าใครที่ไปเที่ยวเขาใหญ่แล้วตระหนักและยึดมั่นใน “4 ม” แล้วเชื่อว่าเขาใหญ่น่าท่องเที่ยวที่สุด


&<2288;

 

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่