
พุทธศาสน์...วัฒนธรรมทางจิตวิญญาณที่ผันแปรในปากมังกร!? (ตอน ๕)
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะพิจารณาลงไปหาความจริงในวิถีแห่งจิต ที่นำไปสู่การนึกคิดมีความเห็น...
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะพิจารณาลงไปหาความจริงในวิถีแห่งจิต ที่นำไปสู่การนึกคิดมีความเห็น... คงจะต้องกลับไปไล่เรียงดูประวัติศาสตร์ของจิ๋นซีฮ่องเต้ ที่ได้ชื่อว่ามีความสามารถในการจัดการปกครอง จนสามารถรวบรวมแผ่นดินจีนให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้ นับเป็นครั้งแรกของอาณาจักรจีนในยุคสมัยดังกล่าว ความรุ่งเรืองของลัทธิเต๋าและลัทธิขงจื๊อ ยังมีผสมผสานกันบวกกับคติในด้านเทวนิยม ความเชื่อเรื่องการตายไม่สูญ มีความสืบเนื่องของภพชาติที่เรียกว่า สัสสตทิฏฐิ ซึ่งต่อมาเมื่อจิ๋นซีฮ่องเต้รวบรวมเป็นอาณาจักรเดียวได้ จึงได้พยายามเลือกศาสนาหรือลัทธิอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อความเป็นหนึ่งเดียวแห่งความเชื่อ ในที่สุดจึงได้ประกาศให้ลัทธิขงจื๊อเป็นแนวทางการปฏิบัติของประชาชนในอาณาจักรจีนยุคนั้น เพื่อการถือปฏิบัติเป็นอย่างเดียวกัน การมีภาษาเดียวกัน อันจะนำไปสู่ความเป็นหนึ่งเดียวของประเทศชาติ ที่จะได้คงความเป็นปึกแผ่นมั่นคงสืบไป
ในยุคดังกล่าวลัทธิขงจื๊อจึงรุ่งเรืองมาก ในขณะที่ลัทธิความเชื่อหรือศาสนาอื่นได้ถูกกำจัดให้หมดไปจากแผ่นดินจีน ประชาชนในยุคนั้นจึงรับอิทธิพลตามแนวคติของลัทธิขงจื๊อ ที่มุ่งสอนให้มีเมตตาควบคู่กับมโนธรรม ประพฤติตนซื่อสัตย์ มีระเบียบวินัย เจริญปัญญา และตั้งอยู่ในความน่าเชื่อถือ ควรแก่ความเคารพ ด้วยหลักธรรมเป็นภาษาจีน ๕ คำ ได้แก่
เหริน อี้ หลี่ จื้อ ซิ่น
ซึ่งทั้ง ๕ คำ เป็นหลักธรรมของลัทธิขงจื๊อ ที่หากพิจารณาก็จะเห็นว่า ความทันสมัยในการศึกษา เพื่อมีความรู้ (ปัญญา) จนสามารถนำไปพัฒนาบ้านเมือง และการอยู่อย่างมีเมตตาประกอบด้วยมโนธรรม เป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่ต้องพัฒนาควบคู่กันไป
จากหลักคำสอนของลัทธิขงจื๊อตามที่กล่าวมา เมื่อประสานด้วยนโยบายความเชื่อ การปฏิบัติ และการใช้ภาษา ที่ต้องเป็นหนึ่งเดียวกันของจิ๋นซีฮ่องเต้ จึงทำให้ลัทธิขงจื๊อตามที่กล่าวกลายเป็นแบบแผนของการปกครองบ้านเมือง การสอบคัดเลือกบุคคลเข้าทำหน้าที่ในราชสำนัก เป็นขุนนางอำมาตย์ทั้งหลายจะต้องท่องบ่นจดจำ และมีความเข้าใจในหลักคำสอนของลัทธิขงจื๊อเป็นอย่างดี ส่งผลต่ออิทธิพลด้านความคิดของชาวจีนในขณะนั้นมาก ดังตัวอย่างคำสอนที่กล่าวไว้ว่า...
กษัตริย์พูดอะไร... ราษฎรต้องเชื่อฟังห้ามคัดค้าน!
พ่อพูดอะไร... ลูกต้องเชื่อฟังทำตาม!
สามีพูดอะไร... ภรรยาต้องเชื่อฟัง!
เรียกว่า ให้ความเคารพนับถือ มีความซื่อสัตย์ ให้รู้จักกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ ตามฐานะอันเหมาะควร ฯลฯ... ด้วยหลักการปกครองดังกล่าว จึงส่งผลให้อาณาจักรจีนมีความเข้มแข็งมั่นคงเป็นปึกแผ่น แม้ในสังคมปัจจุบันก็ยังอาศัยอิทธิพลจากลัทธิขงจื๊อ ดังที่ปรากฏเป็นหลักฐานอยู่ในวัฒนธรรมประเพณีของชาวจีนที่ถือปฏิบัติกันอยู่...
ในขณะเดียวกัน แม้ว่าจิ๋นซีฮ่องเต้จะเลือกใช้ลัทธิขงจื๊อเป็นแบบแผนประจำอาณาจักร และพยายามไม่ให้มีลัทธิหรือศาสนาใดๆ เกิดขึ้น เพื่อความเป็นหนึ่งเดียวทางความคิด... แต่ใช่ว่าจะทำให้ความเชื่อในท้องถิ่นนิยมดั้งเดิมหมดไปไม่ โดยเฉพาะอิทธิพลจากลัทธิเต๋าของเล่าจื้อ ซึ่งมีมาก่อนลัทธิขงจื๊อบนแผ่นดินจีนแห่งนี้ จึงไม่แปลกที่แนวความเชื่อต่อการจัดทำยาอายุวัฒนะ เพื่อการดำรงชีวิตเป็นอมตะ ยังคงดำรงอยู่อย่างสืบเนื่อง แม้แต่จิ๋นซีฮ่องเต้ก็มีความเชื่อในเรื่องดังกล่าว ดังที่ได้ปรากฏหลักฐานตามร่องรอยประวัติศาสตร์ ว่ามีการจัดหาหุงสารปรอท ด้วยทรงเชื่อว่าปรอทเป็นส่วนหนึ่งของยาอายุวัฒนะ สามารถทำให้มีพระชนม์ยืนยาวเป็นอมตะ หรือความเชื่อที่ว่า หากนำดินจากภูเขาศักดิ์สิทธิ์หลายแห่งมาเผาให้ร้อน สืบต่อเนื่องทั้งกลางวันกลางคืน จนเป็นแร่ธาตุที่เชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์ มีอิทธิฤทธิ์อานุภาพกลายเป็นยาอายุวัฒนะได้...
ด้วยความเชื่อในเรื่องแร่ธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่หุงจนได้สารปรอท จึงนำไปสู่การออกแบบให้สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้/อาณาจักรแห่งความตายของผู้คนจำนวนมาก จึงถูกอาบไว้ด้วยสารปรอท โดยเฉพาะเชื่อกันว่าภายในสุสาน ตำแหน่งวางพระศพของจิ๋นซีฮ่องเต้ จะออกแบบให้มีสารปรอทไหลเวียนรอบดุจแม่น้ำแยงซีเกียงและแม่น้ำฮวงโห... เพื่อความมีชีวิตที่เป็นอมตะ สามารถกลับมาสู่ฐานะเดิมเป็นจอมกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ได้ภายหลังการตายไปแล้ว ด้วยความเชื่อที่ว่า สามารถเลือกภพภูมิที่ดีได้หากกระทำดังกล่าว จึงนำมาสู่การถือปฏิบัติที่วิบัติไปด้วยความเห็นที่ไม่ตรงธรรม ด้วยอิทธิพลความเชื่อที่ได้รับการถ่ายทอดมาผิดๆ ไม่เป็นไปตามสัจธรรม ให้เกิดมีความเห็นผิดอย่างรุนแรง ยึดถือในแนว สัสสตทิฏฐิ หรือตายแล้วไม่สูญ มีการเกิดต่อสืบเนื่อง ที่สำคัญสามารถเลือกภพภูมิได้ จึงมีการคิดค้นวิชาปรุงธาตุศักดิ์สิทธิ์ขึ้นตามที่กล่าวมา และด้วยความเชื่อที่ยึดมั่นถือมั่นในความเป็นตัวตนดังกล่าว
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







