
บ้านแห่งความรักและรักษ์พลังงานของ ดร.ธีรธร ธาราไชย
โดย...อณุศรา ทองอุไร ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
โดย...อณุศรา ทองอุไร ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
คำว่าบ้านนั้นคือวิมานของเรา นั้นคงเป็นเรื่องจริงเพราะบ้านคือทุกสิ่งทุกอย่างเป็นศูนย์รวมความรักความอบอุ่นของทุกคนในครอบครัว เป็นสถานที่ที่เราผ่อนคลายและเป็นตัวของตนเอง และบางครั้งบ้านก็ยังบ่งบอกบุคลิกตัวตนของเจ้าของบ้านคนนั้นด้วย เช่นเดียวกับบ้านของ ดร.ธีรธร ธาราไชย เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ให้กับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และยังเป็นอาจารย์พิเศษที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เติบโตมาในครอบครัวที่มีคุณพ่อและพี่ชายก็ล้วนแต่เป็นวิศวกรทั้งสิ้น ทำให้เขาซึมซับและชอบจึงเลือกเรียนสาขานี้ตามคุณพ่อและพี่ชาย นอกจากเป็นอาจารย์พิเศษแล้ว เขายังเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่อีกด้วย
ในเมื่อบ้านหลังนี้มีวิศวกรอยู่ถึง 3 คน แน่นอนว่าการออกแบบและปลูกสร้างจึงไม่ธรรมดา เพราะต้องเอาหลักการของวิศวกรรมการก่อสร้าง ที่เน้นเรื่องความประหยัดน้ำประหยัดไฟมาร่วมด้วยอย่างแน่นอน
ดร.ธีรธร เล่าว่า บ้านหลังนี้สร้างมาได้ 7 ปีกว่าแล้ว คือถูกสร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2547 ในแบบ Modern ของสมัยนั้น โดยออกแบบด้วย Concept เน้นเรียบง่ายและประหยัด ใช้แสงและลมธรรมชาติให้มากที่สุด ดั่งที่เห็นในรูปซึ่งตัวบ้านจะกว้างขวางและดูปลอดโปล่ง สบายตา ตัวบ้านเปิดเชื่อมถึงกันตลอดแนว เพดานสูง ที่ชั้น 2 ทำเป็นระเบียงยาวเปิดโล่งถึงกัน ทำให้อากาศถ่ายเทสะดวกไม่ร้อนอบอ้าว
นอกจากนี้ เขายังได้เลือกใช้แผ่น Conwood ผ่าครึ่งมาทำแผงกันแดดบริเวณด้านหน้า เพราะหน้าบ้านซึ่งเป็นตำแหน่งห้องนอน หันเข้าทิศตะวันตก ทำให้ลมเย็นเวลากลางวันเข้ามาในบ้าน จะสังเกตเห็นโถงกลางบ้านซึ่งเปิดโล่ง ทำให้สว่างและเย็น โดยไม่ต้องเปิดแอร์ อีกทั้งตำแหน่งเสามีช่องให้อากาศถูกดูดขึ้นโดย Compressor แอร์ที่อยู่ด้านบน จึงทำให้อากาศถ่ายเทได้เป็นอย่างดี รวมถึงประตูด้านข้างสามารถเปิดออกได้ทั้งหมด หากต้องการให้เชื่อมต่อกับบริเวณสวน
“ห้องนอนใหญ่อยู่ทิศตะวันตก ซึ่งปกติอากาศภายในจะร้อน แต่ด้วยบ้านที่ตกแต่งมาเพื่อรักษาสมดุลของธรรมชาติ จึงทำให้มีการใช้แผง Conwood ทางด้านหน้าและระเบียง ซึ่งเป็นตำแหน่งของหน้าต่างและประตูโดยคำนึงถึงทิศทางลมธรรมชาติ จึงทำให้ลมเย็นพัดเข้าห้องนอนอย่างลงตัว” เขาอธิบายตามหลักวิศวะ
ต่อมาขึ้นมาข้างบนจะพบกับแผง Solar Cell และช่องระบายอากาศภายในบ้าน ซึ่งติดตั้งไว้ในบริเวณหลังคาบ้าน ช่วยการถ่ายเทอากาศได้ดี และแผงโซลาร์เซลล์นั้นก็สามารถเก็บพลังงานตอนกลางวันมาใช้ช่วงกลางคืน โดยเปิดเป็นไฟรอบรั้วบ้าน โรงรถและสนามหน้าบ้านได้ ก็ประหยัดพลังงานได้ในระยะยาว
การตกแต่งอื่นๆ โดยภาพรวม เน้นโทนสีครีม และสีน้ำตาลเข้มของไม้ การตกแต่งเน้นง่ายๆ แต่อยู่สบาย บ้านมีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้น 1 เป็นห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ห้องนอนคุณแม่ ชั้น 2 มีห้องนอน 3 ห้อง ของเขาและภรรยา ของคุณพ่อ ห้องนอนแขก และมีห้องสมุดเล็กๆ 1 ห้อง มีทางเชื่อมเป็นระเบียงเปิดโล่ง ชั้น 3 เป็นห้องพระ ห้องเล่นดนตรี ห้องดูหนังและร้องคาราโอเกะ สุดท้ายคือห้องออกกำลังกาย มีพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งสิ้นราวๆ 500 ตารางเมตร
บ้านนี้ตอนกลางวันไม่ต้องเปิดไฟ หรือเครื่องปรับอากาศเลย ถ้าร้อนก็สามารเปิดประตูกระจกได้รอบด้าน ก็จะมีลมธรรมชาติเข้ามาเพียงแค่เปิดพัดลมก็เย็นสบายพอแล้ว บ้านจะเปิดโล่งถึงกันได้ตลอดไม่ได้กั้นเป็นห้อง แต่ใช้บานพับแบบเลื่อนได้ถ้าต้องการให้เป็นพื้นที่ส่วนตัว บ้านหลังนี้จะไม่ใช่วอลเปเปอร์เลย ใช้ผนังปูนสลับกับไม้ เพื่อให้รู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ ทุกมุมรอบบ้านจะทำเป็นช่องเก็บหนังสือ เพราะทุกคนในบ้านนี้ชอบอ่านหนังสือ
5 มุมโปรดที่ใช้ประจำ
1.ห้องพระ บ้านนี้ทุกคนมีอิสระทางความคิด คุณแม่นับถือคริสต์ คุณพ่อนับถือพุทธ ส่วนลูกๆ คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ได้บังคับ บ้านเราจึงมีห้องพระ ซึ่งเป็นห้องที่คุณพ่อเข้าไปไหว้พระเสมอๆ
2.ห้องนอน ห้องกว้างสบายและรับแสงธรรมชาติยามเช้าได้ดี ตอนนี้มีสมาชิกตัวน้อย ห่วงเรื่องความสะอาดจึงมักจะเปิดห้องรับแสงแดดธรรมชาติเพื่อให้ห้องไม่อับทึบ
3.ห้องเล่นดนตรี ตั้งแต่สมัยวัยรุ่นก็เล่นดนตรีมาตลอด พอมาสร้างบ้านใหม่ก็ขอมีห้องเล่นดนตรีเล็กๆ ไว้สักห้อง ก็ซื้ออุปกรณ์มาเลย ทำเป็นห้องเก็บเสียง เวลาเครียดก็มาเล่นดนตรีปลดปล่อยความเครียดออกไปบ้าง ซ้อมมือบ้าง
4.ห้องดูทีวีและคาราโอเกะ พวกเราเป็นคนติดบ้าน จึงไม่ค่อยออกไปดูหนังฟังเพลงนอกบ้านเท่าไหร่ ถ้ามีเวลาก็ซื้อหนังแผ่นมาดูกันที่บ้าน จะได้ดูกันทั้งครอบครัว หรือใครอยากจะดูตอนไหนก็ได้แล้วแต่สะดวก
5.มุมนั่งเล่นในสวนข้างบ้าน ถ้าเป็นวันหยุด ตอนเช้าหรือเย็นๆ เราจะมานั่งจิบชากาแฟกันตรงนี้ เพราะเวลาแดดร่มลมตกจะมีลมพัดเย็นสบาย ดูหลานๆ วิ่งเล่นเพลินใจ







