
เคล็ดลับช่วยประหยัดค่าแอร์
โดย...โฮมฮัก ภาพ ไม่มีเครดิต
โดย...โฮมฮัก ภาพ ไม่มีเครดิต
ซัมเมอร์ปีนี้อากาศร้อนมากจริงๆ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิแตะ 40 ขึ้นในหลายพื้นที่ในหลายจังหวัด หันมาที่กรุงเทพฯ หรือภาคกลางในบางจังหวัดก็ใช่น้อยหน้า อากาศตอนกลางวันตั้งแต่ 11 โมงกว่าๆ ไปถึงบ่าย 3 แม่เจ้า...ช่างร้อนเหลือแสน เรียกว่าถ้าไม่มีธุระต้องออกไปทำข้างนอกบ้านนอกออฟฟิศ คงไม่มีใครอยากออกจากห้องแอร์เย็นๆ เป็นแน่ และสภาพอากาศร้อนอย่างนี้ งานหนักจึงตกอยู่ที่เครื่องปรับอากาศ เพราะคนจะใช้เยอะและเปิดใช้งานเป็นเวลานาน ซึ่งนั่นหมายถึงค่าไฟก็ต้องเพิ่มขึ้นตามด้วย วันนี้เลยมีคำแนะนำดีๆ จากแอลจี อีเลคทรอนิคส์ (LG) ที่จะช่วยเซฟค่าไฟมาฝาก
ล้างแอร์กันหรือยัง
เครื่องปรับอากาศมีอัตราการใช้ไฟสูงถึง 60% ของจำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดภายในบ้าน การดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้การทำงานของเครื่องปรับอากาศเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดค่าไฟ ยืดอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศให้ยาวนานยิ่งขึ้นแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพของคนในบ้าน
เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญจึงควรตรวจเช็กสภาพเครื่องปรับอากาศครั้งใหญ่อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง โดยช่างผู้ชำนาญ ด้วยการทำ ความสะอาดทั้งส่วนทำความเย็นภายในและชุดระบายความร้อนที่ตั้งอยู่ภายนอกห้อง และหมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศของเครื่องปรับอากาศด้วยตัวเองอย่างน้อยเดือนละครั้ง
ใครที่ยังไม่ได้ทำภารกิจนี้กับเครื่องปรับอากาศของตัวเองควรต้องทำอย่าช้า เพราะนี่คือการรักษาสภาพการทำงานของเครื่องและช่วยประหยัดค่าไฟอีกด้วย
ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าและไฟสว่างที่ไม่จำเป็น
ทำไมต้องปิดอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดรวมถึงหลอดไฟ...ก็เพราะว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าและหลอดไฟแสงสว่างจะปล่อยความร้อนออกมาในขณะที่กำลังทำงาน โดยจะปล่อยความร้อนเข้าสู่ห้องปรับอากาศเท่ากับพลังงานที่อุปกรณ์ไฟฟ้าและหลอดไฟใช้ และนั่นหมายถึงเครื่องปรับอากาศจำต้องรับภาระหนักในการทำความเย็นภายในห้อง
ดังนั้น หากสามารถปิดหรือลดการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้องปรับอากาศ รวมถึงการย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าไปตั้งไว้นอกห้อง เช่น ตู้เย็น เครื่องชงกาแฟ หม้อต้มน้ำร้อน ตู้ทำน้ำเย็น ฯลฯ ก็จะช่วยประหยัดพลังงานได้มาก
สำหรับออฟฟิศต่างๆ ความร้อนส่วนใหญ่มาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล 1 เครื่อง จะปล่อยความร้อนออกมาโดยประมาณ 250 วัตต์ โดยส่วนใหญ่จะเป็นความร้อนจากจอมอนิเตอร์ประมาณ 180-200 วัตต์ หากเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ได้ถูกใช้งานตลอดเวลา ผู้ใช้งานสามารถตั้งโปรแกรมให้จอมอนิเตอร์ปิดโดยอัตโนมัติเพื่อประหยัดพลังงาน
อย่าเปิดประตูหน้าต่างทิ้งไว้ในขณะปิดแอร์
หลังจากปิดเครื่องปรับอากาศ ความเย็นยังคงสะสมอยู่ภายในห้อง ดังนั้นไม่จำเป็นต้องเปิดประตูหรือหน้าต่างทิ้งไว้เพื่อรับลมจากภายนอก เพราะความร้อนและความชื้นจากภายนอกจะเข้าไปแทนที่ความเย็นภายในห้อง
เมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศครั้งต่อไป เครื่องปรับอากาศก็จะต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อดึงเอาความร้อนและความชื้นออกไป ซึ่งจะเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานมากกว่าการเปิดเครื่องปรับอากาศอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ควรนำตู้มาตั้งชิดผนังด้านตะวันออกหรือตะวันตก เพราะผนังทางด้านตะวันออกและตะวันตกเป็นด้านที่ได้รับแสงแดดมากที่สุด เมื่อเวลาที่แสงอาทิตย์ส่องถูกผนัง จะทำให้ผนังห้องมีอุณหภูมิสูงขึ้น ส่งผลต่ออุณหภูมิความร้อนภายในห้อง ซึ่งการตั้งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสมให้รู้สึกเย็นสบายนั้นจะอยู่ประมาณ 21-22 องศาเซลเซียส แต่เป็นการสิ้นเปลืองพลังงานมาก วิธีแก้ไขคือ ควรนำตู้ไปตั้งชิดผนังไว้ ซึ่งตู้จะช่วยรองรับความร้อนจากผนังได้ การตั้งอุณหภูมิที่ 25 องศาเซลเซียส ก็สามารถให้อากาศที่เย็นสบายเพียงพอต่อผู้ใช้งานได้
ปิดพัดลมระบายอากาศเมื่อไม่ใช้งาน
เมื่อมีการระบายอากาศออกจากห้องก็จะมีอากาศในปริมาณเท่ากันไหลเข้ามาในห้องเพื่อทดแทนอากาศส่วนที่ถูกระบายออกไป โดยอากาศจากภายนอกที่ไหลเข้ามาแทนที่นี้จะทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อทำให้อากาศร้อนจากภายนอกที่เข้ามาเย็นลงจนเท่ากับอากาศภายในห้อง
นอกจากวิธีการดังกล่าวมานี้ การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศควรซื้อเครื่องที่ช่วยประหยัดพลังงานในระยะยาว โดยทุกวันนี้ อินเวอร์เตอร์ คอมเพรสเซอร์ กลายเป็นเทคโนโลยีหลักในเครื่องปรับอากาศที่สามารถควบคุมอุณหภูมิให้คงที่เมื่อถึงระดับความเย็นที่ตั้งค่าไว้ ช่วยให้เกิดประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานกว่าเครื่องปรับอากาศระบบทั่วไปได้สูงถึง 60%
เหนือกว่าอื่นใด ถ้าต้องการประหยัดค่าไฟจริงๆ เมื่อไม่ใช้เครื่องปรับอากาศก็ไม่ควรเปิดทิ้งไว้นะครับ ถือว่าเราช่วยชาติประหยัดไฟ และช่วยโลกไม่ให้ร้อนด้วย







