posttoday
‘เครือข่ายผู้นำรักษ์พลังงาน’

‘เครือข่ายผู้นำรักษ์พลังงาน’

04 พฤษภาคม 2555

โดย...คูลบิซ&

โดย...คูลบิซ
&<2288;

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ร่วมกันจัดทำโครงการ “เครือข่ายผู้นำรักษ์พลังงาน” ผ่านโครงการรณรงค์การอนุรักษ์พลังงาน รูปแบบสมัครใจ (Voluntary Agreement : VA) เพื่อเป็นการประกาศเชิญชวนให้ผู้ประกอบการที่มีอาคาร โรงงานควบคุม ทั้งจากภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจทั่วประเทศ เข้าร่วมเป็นเครือข่ายการอนุรักษ์พลังงานในรูปแบบต่างๆ ภายในองค์กร เพื่อให้เกิดการลดใช้พลังงานอย่างจริงจัง

สำหรับกลุ่มเป้าหมายสำคัญของโครงการคือ ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจบริการ ซึ่งเฉพาะสองส่วนนี้ก็มีการใช้พลังงานรวมกันแล้วคิดเป็น 44% ของการใช้พลังงานทั้งหมดของประเทศ มีอาคาร โรงงานควบคุมรวมกันประมาณ 6,000 แห่ง ซึ่ง พพ. และพันธมิตรที่ดำเนินโครงการ VA ได้เชิญองค์กรที่มีความมุ่งมั่นด้านการลดใช้พลังงานให้เข้าร่วมเป็นเครือข่ายการอนุรักษ์พลังงานแบบสมัครใจดังกล่าว

ทางโครงการคาดว่าจะมีหน่วยงานที่คิดดีทำดีเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 1,000 แห่งในปีนี้ และจะขยายผลอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีภาคเอกชนชั้นนำที่เข้าร่วมเครือข่ายแล้วไม่น้อยกว่า 50 องค์กร อาทิ ธนาคารกสิกรไทย กรุงไทย เซ็นทรัลพัฒนา โลตัส เอนโก้ เอแบค ไบเออร์ วีนิไทย สแปนชั่น บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ และรัฐวิสาหกิจอย่าง ปตท. บางจาก ฯลฯ โดยโครงการจะเปิดรับสมัครไปจนถึงวันที่ 1 มิ.ย. 2555 นี้ ก่อนที่จะประกาศรายชื่อเครือข่ายคนทำดี ด้านการอนุรักษ์พลังงานดังกล่าวแก่สาธารณชนต่อไป

ไกรฤทธิ์ นิลคูหา อธิบดี พพ. กล่าวว่า คาดหวังองค์กรที่เข้าร่วมโครงการนี้ทั้งหมด จะสร้างความร่วมมือกัน สร้างเครือข่ายการให้คำปรึกษาและช่วยเหลือกันเพื่อลดการใช้พลังงาน และส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ผู้ที่เข้าร่วมโครงการนี้ นอกจากจะมีภาพลักษณ์ที่ดีต่อการให้ความสนใจกับการสถานการณ์พลังงานของประเทศแล้ว โครงการนี้ยังช่วยให้ภาคเอกชน/ผู้ประกอบการได้ข้อมูลทั้งด้านแหล่งเงินทุนและเทคโนโลยีต่างๆ ในการลงทุนกิจการอนุรักษ์พลังงานอย่างยั่งยืน ได้รับองค์ความรู้สามารถปฏิบัติจริงเพื่อลดต้นทุนด้านพลังงาน ทำให้ธุรกิจมีกำไรเพิ่มขึ้น และยังได้ช่วยชาติประหยัดงบประมาณอีกด้วย

ขณะที่มาตรการอนุรักษ์พลังงานด้านอื่นๆ ที่ได้เตรียมไว้ เพื่อเป็นการจูงใจเพิ่มเติมและรับมือกับผลกระทบจากการใช้พลังงานในช่วงหน้าร้อนนี้ ได้แก่ โครงการสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งล่าสุดมีจำนวนรุ่นที่สามารถขอรับสิทธิประโยชน์ได้มากกว่า 5,200 รุ่น ใน 21 ประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งนอกจากจะได้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานแล้ว ยังสามารถรับสิทธิประโยชน์เป็นค่าหักลดหย่อนภาษีได้เพิ่มเติมอีก 25% จากที่ปกตินำมาหักลดหย่อนได้ 100% ให้สามารถลดหย่อนได้เป็น 125% ของค่าใช้จ่ายที่ซื้ออุปกรณ์ประหยัดพลังงานนั้นๆ เป็นต้น

ขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า ขณะนี้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พลังงาน โดยกำหนดเป็นนโยบายอย่างชัดเจนให้มีแนวทางในการปฏิบัติอย่างจริงจัง ซึ่งในส่วนของประเทศไทยนั้น ที่ผ่านมาเคยมีความโดดเด่นอย่างมากในเรื่องการรณรงค์ให้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ซึ่งเราเริ่มต้นไล่เลี่ยกับที่ประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ โอกาสที่ประเทศไทยจะกลับมาเป็นหมายเลข 1 ในด้านการอนุรักษ์พลังงานในภูมิภาคอาเซียนนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก และเชื่อว่าสามารถเกิดขึ้นได้ เพราะจากประสบการณ์การทำงานร่วมกับภาคเอกชนและภาครัฐอย่างต่อเนื่อง พบว่ามีอาคารเป็นจำนวนมากที่ใส่ใจในเรื่องการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม เมื่อส่งอาคารต่างๆ เหล่านี้ไปประกวดก็มักจะได้รับรางวัลในระดับนานาชาติด้วย และปัจจุบันนี้จำนวนของอาคารที่หันมากำหนดมาตรการอนุรักษ์พลังงานก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ปัจจุบันมีหลายอาคารที่เข้าข่ายเป็น Best Practice อยู่หลายแห่งมาก แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ เช่น กรณีของธนาคารกสิกรไทย มีการซื้อตึกเก่ามาแล้วทุบทิ้งทำใหม่ เพื่อทำให้เป็นอาคารประหยัดพลังงาน ทั้งที่กฎหมายของเราไม่ได้บังคับขนาดนั้น แต่เขาทำเหนือกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด หรือหลายหน่วยงานนอกจากจะประหยัดพลังงานแล้ว ยังมีหน่วยผลิตพลังงานภายในของตนเองอีกด้วย เช่น มีแผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าขึ้นใช้เอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นกลุ่มอาคารที่มี Best Practice หรือ Good Practice สามารถเป็นอาคารต้นแบบที่แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ไปสู่อาคารอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี

นอกเหนือจากแต่ละอาคารจะมีการสร้างทีมบริหารจัดการอาคารที่มีประสิทธิภาพขึ้นเพื่อบริหารจัดการอาคารแล้ว ยังมีอีกหลายสถานประกอบการที่สามารถสร้างกิจกรรมกลุ่มย่อยอย่างต่อเนื่องและกระจายไปทั่วทั้งองค์กร ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างกลไกการอนุรักษ์พลังงานอย่างยั่งยืนขึ้นในแต่ละองค์กร

ด้าน ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ในฐานะประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) กล่าวว่า ปัจจุบันนี้ประเทศไทยก็ยังคงนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศในปริมาณที่สูงมาก หากเรายังไม่ใส่ใจลดการใช้พลังงานให้ลดน้อยลงก็จะนำไปสู่ปัญหาอย่างแน่นอน สิ่งสำคัญคือจำเป็นจะต้องสร้างจิตสำนึกให้กับภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และภาคขนส่ง ซึ่งเป็นผู้ใช้พลังงานรายหลักของประเทศ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องให้ความสำคัญกับการลดการใช้พลังงานในด้านต่างๆ เช่น การลดการใช้พลังงานในระบบขนส่ง การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให้สูงขึ้นโดยใช้พลังงานเท่าเดิม การใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานและเทคโนโลยีเพื่อการประหยัดพลังงาน เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69