
งานประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาอีกหน้าหนึ่งการจัดทำ(แปล)พระไตรปิฎกเป็นภาษาท้องถิ่นในชมพูทวีป (จบ)
จึงได้นำมาสู่ความกระตือรือร้นอย่างยิ่งยวดของคณะบุคคลที่เข้าร่วมรับฟังในครั้งนี้ที่จะศึกษาปฏิบัติเจริญสมาธิ
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
จึงได้นำมาสู่ความกระตือรือร้นอย่างยิ่งยวดของคณะบุคคลที่เข้าร่วมรับฟังในครั้งนี้ที่จะศึกษาปฏิบัติเจริญสมาธิ ตามวิถีพระพุทธศาสนาที่เป็นไปตามแนวทางที่กูรูยีสอนไว้เมื่อการประชุมเสร็จสิ้น อาตมภาพได้สังเกตเห็นความปรารถนาของผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนา ที่ขอโอกาสเรียนรู้จากประสบการณ์ และจากปัญญาของอาตมภาพอีกในวันข้างหน้า จึงมีการหารือและตกลงกันในเบื้องต้นเพื่อจัดคอร์สการเรียนรู้พิเศษขึ้นในเดือน พ.ค. ในห้วงเวลา ๓ วัน (ให้ Chief Secretary ของรัฐบาลรัฐมหาราษฏระ เป็นผู้รับผิดชอบจัดทำโครงการดังกล่าว) ...”
และหลังจากนั้น ต่อมาได้มีจดหมายรายงานถึงขั้นตอนการทำงานโดยสรุปจากศาสตราจารย์ Mahesh Deokar หัวหน้าภาควิชาภาษาบาลีพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยปูเนห์ สาธารณรัฐอินเดีย มาถึงอาตมา ผ่านผู้ประสานงาน มีใจความว่า “... ขอกราบขอบพระคุณกูรูยีอารยะวังโสอย่างยิ่งสำหรับความชื่นชมของท่านที่มีต่อการจัดงานการประชุมวิชาการนานาชาติฯ
เมื่อวันที่ ๒๙ มี.ค.ที่ผ่านมา Prof. Bahulkar และ Dr. Lata Deokar พร้อมด้วยกระผม ได้ร่วมประชุมกับ Mr. R.K. Gaikwad, Director General ผู้อำนวยการของ BARTI และ Mr. R. N. Katke รองผู้อำนวยการของ BARTI เพื่อหารือถึงแนวทางการทำงานในขั้นต่อไป ซึ่งที่ประชุมได้มีมติให้จัดตั้งคณะบุคคลเพื่อดำเนินงานต่างๆ ดังนี้
คณะกรรมการที่ปรึกษานานาชาติ ๑ คณะ
กองบรรณาธิการ ๓ คณะ รับผิดชอบการแปล (Translation) การถอดถ้อยตัวอักษร (Transliteration & Editing) และการจัดทำพจนานุกรม (Dictionary Making)
คณะกรรมการอำนวยการ ๑ คณะ เพื่อกำกับดูแลการทำงานของโครงการ
คณะกรรมการด้านเทคนิค ๑ คณะ ทำหน้าที่ให้การช่วยเหลือและสนับสนุนด้านเทคนิค
คณะทำงาน (Working Committee) ๑ คณะ
ที่ประชุมได้เสนอชื่อบุคคลสำหรับทำหน้าที่ในคณะกรรมการชุดต่างๆ ข้างต้น และมีมติให้นำรายชื่อนี้เข้าหารือกับ Chief Secretary เพื่อหาข้อสรุปต่อไป และในการนี้ที่ประชุมได้เสนอให้ถวายการแต่งตั้งกูรูยีอารยะวังโสดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการที่ปรึกษานานาชาติ ซึ่งหากได้ข้อสรุปเรื่องรายชื่อแล้ว ก็จักได้ส่งหนังสือเชิญแต่ละบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป
ที่ประชุมได้หารือด้านแนววิธีการทำงาน ซึ่งคาดว่าภายหลังจากหารือกับ Chief Secretary แล้ว จะให้อยู่ในรูปของแผนปฏิบัติงานขั้นสุดท้าย (Final Action Taken Report) ในขณะเดียวกัน คณะทำงานได้เริ่มจัดทำเอกสารเชิงนโยบายสำหรับใช้เป็นแผนแม่บทของโครงการ ตลอดจนรายละเอียดโครงการ (Detailed Project Report) ซึ่งมีการกำหนดขอบเขตเวลาของการทำงาน เพื่อขอรับสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล ซึ่งจะได้เรียนให้ทราบความคืบหน้าต่อไป
ในเบื้องต้นนั้น ผมเสนอกรอบเวลาทั้งสิ้น ๙ ปี เพื่อดำเนินการแปลพระไตรปิฎก ตลอดจนอรรถกถาและฎีกาต่างๆ รวมจำนวน ๑๔๐ เล่ม ซึ่งเป็นฉบับ Igatpuri Edition ของ Vipassana Research Institute ทั้งนี้ให้แบ่งเป็น ๓ ระยะ ระยะละ ๓ ปี ส่วนระยะเวลาสำหรับการแปลเอกสารด้านพระพุทธศาสนาที่เป็นภาษาสันสกฤตนั้น กำหนดให้ใช้เวลา ๕ ปี และขณะเดียวกัน การแปลพจนานุกรมบาลีมาราตี และสันสกฤตมาราตี ก็ใช้เวลาโครงการละ ๕ ปีเช่นกัน ทั้งนี้กำหนดให้แต่ละโครงการเริ่มต้นการดำเนินงานพร้อมๆ กัน
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแผนงานนี้เป็นเพียงระยะแรก และยังคงสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นจึงขอกราบเรียนถวายกูรูยีอารยะวังโสเพื่อทราบความคืบหน้า และหากกูรูยีท่านมีความประสงค์จะอ่านข้อเสนอที่เป็นแผนแม่บทนี้ ผมจะจัดส่งสำเนาของข้อเสนอดังกล่าวเพื่อนำถวายท่านต่อไป
ผมขอขอบคุณอีกครั้ง สำหรับความสนใจและความกระตือรือร้นที่คุณมีให้กับโครงการนี้
ศาสตราจารย์ Mahesh Deokar
หัวหน้าภาควิชาภาษาบาลีและพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยปูเนห์
สาธารณรัฐอินเดีย
จากความคืบหน้าที่นำเสนอสาธุชนผ่าน นสพ.โพสต์ทูเดย์ เพื่อจะได้ทราบข่าวสารดีๆ เกี่ยวกับเรื่องพระพุทธศาสนา ที่กำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างน่าสนใจศึกษาเป็นอย่างยิ่งในสังคมโลก ... และจากคำถามว่า จะร่วมสมทบทุนเพื่องานดังกล่าวได้อย่างไรนั้น เรื่องนี้อาตมาจะค่อยหาโอกาสสอบถามผู้เกี่ยวข้องให้ ขอให้ติดตามจากคอลัมน์ธรรมส่องโลก/โพสต์ทูเดย์ ต่อไป
เจริญพร







