
เกียรติศักดิ์ ศิริผลา ชวนค้นหาสัจจะแห่งความงาม
บนหนทางหนึ่งๆ ผู้คนอาจจะค้นพบและประสบกับเรื่องราวมากมาย ความสุขทุกข์ ความงามไม่งาม แม้แต่เรื่องเดียวกัน
โดย...มัทรียา
บนหนทางหนึ่งๆ ผู้คนอาจจะค้นพบและประสบกับเรื่องราวมากมาย ความสุขทุกข์ ความงามไม่งาม แม้แต่เรื่องเดียวกัน สถานการณ์เดียวกัน หากต่างมุมมอง ความสุขทุกข์ก็สามารถเกิดขึ้นได้พร้อมๆ กัน ในเวลานั้นๆ แต่กว่าที่จะมองความทุกข์เป็นสุข มองความเปลี่ยนแปลงไม่เปลี่ยนแปลง ฯลฯ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ทว่าก็ไม่ยากเกินไปนัก หากรู้จักฝึกฝนจิตใจให้รับรู้ด้วยสติ
“เกียรติศักดิ์ ศิริผลา” ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ผ่านการฝึกฝนจิตใจ นอกจากคำสอนในพระพุทธศาสนาแล้ว การทำงานศิลปะก็เป็นอีกหนึ่งหนทางที่ช่วยในการฝึกฝนจิตใจ สมาธิของเขาให้ตั้งมั่น และตกผลึกในประสาทสัมผัสทั้ง 5 และสิ่งที่ช่วยยืนยันในสารที่เขาต้องการสื่อถึงผู้อื่นก็คือ ผลงานศิลปะที่เขาสร้างสรรค์ขึ้นและนำมาจัดแสดงภายใต้ชื่อนิทรรศการ “สัจจะแห่งความงาม” ในลักษณะงานจิตรกรรมแนวความคิด
โดยศิลปินนำเสนอความคิด เวลา และการเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมชาติและความจริง วัตถุย่อมเสื่อมสภาพเป็นธรรมดา สำคัญคือความเข้าใจต่อความไม่แน่นอนนั้นด้วยสติพิจารณา เจตจำนงแห่งตัวตนและจิตวิญญาณย่อมไม่สูญสิ้นจึงดำรงอยู่ด้วยความสมดุลของกายและจิต ความงดงามจึงปรากฏรับรู้ด้วยใจและสุนทรีความงามจากการมองเห็น
“เป็นการตีความหมายใหม่ในเชิงสัญลักษณ์ เอาหลักคำสอนของทางพุทธศาสนา ให้เราไม่ประมาณการดำรงอยู่ในปัจจุบันมาตีความหมายใหม่ ให้เรามีสติยึดอยู่ในหลักของความดีงาม สำนึกได้ในความไม่แน่นอน สิ่งที่มันเกิดขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา”
เกียรติศักดิ์ ให้ที่มาของชื่อนิทรรศการว่า “สัจจะ ในความหมายของผม คือแก่นของความเป็นจริงในเชิงพุทธศาสนา ความไม่ถาวร เตือนสติ สิ่งที่เปลี่ยนไปทุกวันนี้ อย่าประมาณกับสิ่งที่เป็นในภาวะปัจจุบัน ส่วนความงาม คือ ผมย้อนกลับไปหาความเป็นรากเหง้าทางวัฒนธรรม ก็หยิบเรื่องพญานาค สัญลักษณ์ตามโบถส์ กำแพงวัด มาสร้างเป็นงานใหม่ ดังนั้นพอมารวมกัน สิ่งที่เป็นไปและเปลี่ยนแปลงทุกวันก็คือความงาม แต่เราจะมองในลักษณะให้เราเตือนตัวเองในการเปลี่ยนเปลง มีความสุขในการดำรงอยู่ เหมือนเห็นการเปลี่ยนแปลง ถ้าเราเข้าใจตรงนี้ เราก็จะปฏิบัติตัวอย่างไรให้สนุกกับปัจจุบัน”
ส่วนการสร้างสรรค์งานศิลปินใช้เทคนิคสีน้ำมันบนผ้าใบ “เป็นงานซิมโบลิกเชิงสัญลักษณ์ เหมือนการศึกษาแก่นทางพุทธศาสนา เราเอามาตีความใหม่ในเชิงสร้างสรรค์ งานที่ได้มาเป็นในแบบโฟล์กอาร์ต นำเอาเรื่องราวความเชื่อ ศาสนา ศรัทธา มาตีความใหม่ ใส่สัญลักษณ์เข้าไป มีรูปพยานาค พระปิดตา ครุฑ ดอกบัว เป็นหุ่นนิ่งที่อยู่ในโบราณสถาน เรื่องราวที่พูดถึงจิตของมนุษย์ แทนค่าด้วยสัญลักษณ์ อย่างหุ่นนิ่ง (พระปิดตา) ที่เป็นสัญลักษณ์ในทางพุทธศาสนา เป็นลักษณะการพูดถึงความงามและการตรวจสอบของจิตกับสังคมปัจจุบันที่เราเห็น”
สัญลักษณ์ที่เกียรติศักดิ์นำมาใช้นั้น ล้วนเป็นสัญลักษณ์ที่คนไทยชาวพุทธคุ้นชินอยู่แล้วทั้งนั้น เพื่อให้ง่ายต่อการตีความ “ผมมีความสนใจเรื่องศิลปวัฒนธรรมอยู่แล้ว เวลาทำงานชอบเอาสิ่งที่มีอยู่แล้วดั้งเดิม อย่างเรื่องความเชื่อ เรื่องของพระเครื่อง เอามาตีความในเชิงความหมายใหม่ ให้เป็นงานใหม่ สร้างเป็นโลกจินตนาการขึ้นมาใหม่ แต่ให้มีที่มาจากรากเหง้าทางวัฒนธรรมอยู่ อย่าง นกกระจิบนกกระจอกเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตที่ธรรมดา ความเรียบง่าย นกอินทรีเป็นอำนาจ หรือพระปิดตา ที่เราเอามาผมชอบในฟอร์ม และนำมาสเกตช์ใหม่ บางชิ้นก็อ้างอิงจากของดั้งเดิมเลย พระปิดตาในเชิงสัญลักษณ์ที่เราพูดถึง ไม่ใช่เรื่องของไสยศาสตร์ แต่เรามองในเรื่องของแก่นของมัน การไม่รับเรื่องไม่ดีเข้ามา มองภายในจิตใจของตัวเอง เป็นแก่นจริงๆ พูดถึงความดีงามที่อยู่ภายใน หรือเรื่องความกลัวของมนุษย์ที่ไม่กล้าตัดสินใจ เป็นความอ่อนแอภายในของมนุษย์ และด้วยฟอร์มของสัญลักษณ์ที่นำมามันมีสมาธิบางอย่างที่สื่อถึงจิตวิญญาณภายในได้”
นิทรรศการ “สัจจะแห่งความงาม” จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 2-16 พ.ค. 2555 ที่ หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ชั้น 1 ห้อง 3–4 เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 10.00–19.00 น. วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ เวลา 12.00–18.00 น.







