posttoday
ยุคโจรชุม

ยุคโจรชุม

09 มีนาคม 2553

เรื่อง : ปู โลกเบี้ยว

 

จอดรถกินก๋วยเตี๋ยวแป๊บเดียวจริงๆ โน้ตบุ๊กและไอพอดมันหนีไปเลย ประสบการณ์ของน้องโอ๋ เพื่อนดีเจ FM 95 ของปูเองค่ะ เธอบอกว่าเมื่อประมาณ 5 ทุ่มได้ ก่อนกลับบ้านแถวๆ รามอินทรา เกิดหิวขึ้นมาเลยแวะกินข้าว เป็นร้านอาหารตามสั่งอยู่หน้าตลาดลาดปลาเค้าใกล้กับถนนใหญ่ พอจอดรถเสร็จก็ลงไปสั่งสุกี้กิน พอกินเสร็จก็เดินกลับมาที่รถ กำลังจะไขกุญแจรถ สายตาก็เห็นว่าหน้าต่างทางด้านหลังคนขับนั้นเปิดอยู่ ในใจก็คิดว่า “เฮ้ย! เราไม่ได้ปิดหน้าต่างเหรอ แล้วไปเปิดตอนไหนล่ะ” แล้วนึกขึ้นได้ว่า “คอมพิวเตอร์” เลยรีบเปิดประตูเพื่อที่จะได้ดูว่าคอมพ์ยังอยู่อ่ะป่าว

พอเปิดประตู หน้าต่างก็หล่นลงที่พื้นทันที ตกใจสิ หน้าต่างมันหลุดได้ยังไงกัน รถเพิ่งซื้อ?? มันหลุดมาทั้งแผ่นน่ะค่ะ รีบหาโน้ตบุ๊กและของมีค่าทั้งหลาย แต่มันได้หายไปแล้ว เลยวิ่งไปถามวินมอเตอร์ไซค์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่จอดรถ พวกวินบอกว่าไม่รู้ไม่เห็น “แถวนี้มันมืด โดนกันหลายคน ต้นซอยยันท้ายซอยแหละคุณณณ” ในใจคิดว่าอะไรวะ มืดตรงไหนกัน ที่รถจอดอยู่ก็ตรงข้ามกับเซเว่นอีเลฟเว่นและวินมอเตอร์ไซค์แท้ๆ เชียว แถมยังมีรถคันอื่นๆ จอดต่อๆ กันอยู่ตามปกตินี่หว่า แล้วร้านอาหารตามสั่งที่ไปนั่งกินน่ะก็อยู่ไม่ห่างจากรถเท่าไหร่เลย แถมตอนที่นั่งกินอยู่นั้นก็ยังมองดูรถของตัวเองอยู่ตลอดเวลาด้วยซ้ำไป รถก็ติดฟิล์มมืดๆ ของในรถก็รก มีกระดาษ เสื้อผ้า ทับคอมพิวเตอร์และไอพอดอยู่ ก็ไม่น่าจะมีใครมาส่องเห็นนี่หว่า

แล้วมันก็แป๊บเดียวจริงๆ นะ เลยรีบแจ้นไปแจ้งความทันที คุณตำรวจรับแจ้งความเสร็จก็ถามว่าคุณไม่ใช่คนในพื้นที่ใช่มั้ย น้องโอ๋ตอบว่า ค่ะ คุณพี่ตำรวจบอก “อ้อ! ok” น้องเขาก็งงสิ ok อะไร ทำไม?? คุณพี่ตำรวจบอกว่าเป็นเรื่องปกติธรรมชาติ เพราะคนในพื้นที่เขาจะรู้ว่าต้องระวัง เพราะมันชุมต้นซอยยันท้ายซอยนั้นแหละคุณณณณ โอ้โห! พูดเหมือนกันเป๊ะ

เลยอยากมาเตือนว่าไปไหนมาไหนอย่าได้สุ่มสี่สุ่มห้าจอดรถเด็ดขาดเชียว

อีกราย น้องพลอย แฟนคลับ FM 95 วัยรุ่นต้องพูดโทรศัพท์ตลอดเวลาอยู่แล้น ไม่มีใครโทร.มาคุยก็ต้องมีเพลงฟัง โทรศัพท์อ่ะอยู่ในกระเป๋าสะพาย มีสายหูฟังแฮนด์ฟรีเสียบหูไว้ตลอด เดินนวยๆ พูดไปเดินไป อยู่ๆ ก็มีวัยรุ่นชายนายหนึ่งมาผลักข้างหลังจนหัวทิ่ม พอน้องพลอยล้มลงมันก็รีบล้วงโทรศัพท์และของมีค่า กระเป๋าสตางค์ วิ่งหนีไปทันที กว่าน้องพลอยจะตั้งสติได้ แล้วเจ้าสายแฮนด์ฟรีมันก็พันกันมั่วไปหมด ทำให้ลุกขึ้นลำบาก ได้แต่อ้าปากหวอพร้อมที่จะโดนคุณแม่โวย

และอีกนั่นแหละ น้องพลอยอีกแล้ว ด้วยความที่อาจเป็นเพราะคราวก่อนเจ้าโจรมันอาจจะเห็นสายแฮนด์ฟรีที่ใส่อยู่ตลอดเวลาก็ได้ ทำให้มันรู้ว่ามีโทรศัพท์อยู่ในกระเป๋า คราวนี้น้องพลอยเลยไม่ไว้ในกระเป๋าแล้ว แต่วันนั้นนัดคุณย่าไว้ รออยู่ริมถนนใหญ่แห่งหนึ่ง เลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.หาคุณย่าว่า “หนูอยู่ที่หน้าร้าน...นี้แล้ว คุณย่าอยู่ไหน” ยังไม่ทันได้ความเลย ก็มีวัยรุ่นที่ไหนไม่รู้มาทางด้านหลังเดินมาแล้วกระชากโทรศัพท์จากมือที่กำลังโทร.แนบหูอยู่แท้ๆ แล้วมันก็เอามือทุบหัวให้ก้มลงกับพื้น ทุบ ทุบ ทุบ แล้ววิ่งข้ามถนนไปนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ที่จอดรออยู่ฝั่งตรงข้ามขับหายไปเลย

ปูว่าน้องพลอยโชคดีแล้วล่ะที่มันเอามือทุบ ไม่ใช่ใช้ไม้หรืออาวุธอื่น แต่น้องพลอยก็ไม่ควรใช้โทรศัพท์แล้วล่ะ เพราะสองครั้งสองคราแล้วที่โดนแม่ว่าอ่ะ แต่ก็เนอะ มันก็ไม่ใช่ความผิดของน้องพลอยซะหน่อย ขนาดกำลังพูดโทรศัพท์อยู่แท้ๆ เชียว มันยังแย่งไปจากมือได้เลย

ถ้าเป็นอย่างนี้เวลาจะพูดโทรศัพท์ในที่สาธารณะมิต้องหันซ้ายหันขวา ผวาเป็นโรคจิตเพราะความระแวงหรอกเหรอ??

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่