
ความประทับใจ
ความประทับใจของผู้คนชาวญี่ปุ่นที่น่ารักอย่างหนึ่งที่ปูภูมิใจนำเสนอ ก็คือความซื่อสัตย์ในการขายสินค้าของพวกเขา น่าเอาเยี่ยงอย่างเป็นอย่างมาก
โดย...ปู โลกเบี้ยว
ความประทับใจของผู้คนชาวญี่ปุ่นที่น่ารักอย่างหนึ่งที่ปูภูมิใจนำเสนอ ก็คือความซื่อสัตย์ในการขายสินค้าของพวกเขา น่าเอาเยี่ยงอย่างเป็นอย่างมาก
ปูเข้าไปใน 7-11 บ้านเขา แล้วดันไปเหลือบเห็นเจ้าที่ชาร์จแบตโทรศัพท์ ด้านหลังมันมีรูปภาพบรรดาโทรศัพท์ต่างๆ มีพิมพ์คำว่า โนเกีย โมโตโรล่า ไอโฟน ซัมซุง และอีกหลากหลายที่อ่านไม่ออกอ่ะ เพราะเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ แต่เจ้าที่ชาร์จแบตเนี่ยมันไม่ต้องพึ่งพาไฟฟ้า มันจะใช้ถ่านไฟฉายก้อนน้อยแทนได้ เฮ้ย! เจ๋งอ่ะ ซื้อฝากเพื่อนๆ ดีก่า
แล้วปูก็รวบหมดราวที่เขาแขวนไว้ขายเลยล่ะ พอไปถึงที่จ่ายสตางค์ พนักงานก็ถามเป็นภาษาญี่ปุ่นนั้นแหละ แต่ปูเดาได้ว่าน้องเขาน่าจะถามว่าเอาไปทำอะไร? ปูก็เลยเอาโทรศัพท์ไอโฟนของปูขึ้นมาโชว์ให้น้องเขาดู น้องเขาก็บอกเป็นภาษามือว่ามันใช้ไม่ได้นะ อย่าซื้อไปเลย เขาไม่ขายให้หรอกเพราะมันใช้ไม่ได้
ปูก็ชี้ไปที่ด้านหลังว่ามันเขียน ไอโฟน น้องเขาก็เลยเดินไปหยิบที่ชาร์จอันใหม่ที่เขียนว่าไอโฟน ไอพอด มาให้แล้วชี้ว่าอันนี้ถึงจะใช้ได้ อันที่ปูเอามากองนั้นใช้ไม่ได้เลยสักอัน เขาไม่ขายให้อ่ะ
ดูดิเขาใส่ใจเห็นใจดูแลลูกค้า ถ้าเป็นบ้านเรามรึงจะซื้อก็ซื้อไป ไม่อธิบายอะไรทั้งนั้นแหละ เนี่ยถ้าพนักงานเขาไม่ใส่ใจในการขายสินค้าให้ปู ปูคงได้ของที่ใช้ไม่ได้เสียเงินเปล่าๆ กลับมาเป็นแน่ รึว่าเป็นน้ำใจของเด็กคนนั้น? รึว่าปูโชคดีที่เจอน้องที่ใส่ใจ แต่ไม่ใช่หรอก เพราะเมื่อปูและเพื่อนแหม่ม จินตหราเข้าไปซื้อช็อกโกแลต Royce ซึ่งเป็นช็อกโกแลตสด ที่ไม่สามารถเก็บไว้ได้นานเหมือนช็อกโกแลตทั่วๆ ไป ตอนเอามาจ่ายสตางค์ที่เคาน์เตอร์ น้องพนักงานก็ถามเราว่าจะกินเลยหรือจะเอากลับ เขาคงเห็นว่าเราเป็นคนต่างชาติอ่ะ เราก็บอกว่า After tomorrow เราถึงจะกลับ น้องเขาก็บอกว่าอย่าซื้อเลย ไว้ไปหาซื้อเอาที่สนามบินเถอะ เพราะเจ้าช็อกโกแลต Royce เนี่ยมันควรจะกินเลย ไม่ควรเก็บไว้หลายวัน
ไอ้เราก็งงว่า อะไรฟระ แทนที่จะขายทำรายได้ให้ร้านกลับเห็นใจเรา ให้เราไปซื้อสดๆ ที่สนามบินอ่ะ พอเราดึงดันจะซื้อให้ได้ น้องเขาก็เลยไปเอาน้ำแข็งแห้งกับฟอยล์มาห่อให้ แล้วก็บอกให้เราเก็บไว้ในตู้เย็นนะ โอ้โห! ใส่ใจลูกค้าขนาดนี่อ่ะ ประทับใจมั้ยล่ะจ๊ะ
ไม่รู้สินะ เพราะในบ้านเมืองเรา ปูไม่เคยเจอแบบเนี่ยอ่ะ แต่ปูกะเพื่อนแหม่มซิสุดท้ายดันลืมเจ้าช็อกโกแลต Royce ไว้ในตู้เย็นที่โรงแรมนั้นแหละ กว่าจะนึกได้ก็อยู่ที่สนามบินซะแล้วอ่ะดิ เลยต้องซื้อใหม่ที่สนามบินเอากลับเมืองไทย เนี่ยน้า! ถ้าฟังคำทัดทานของน้องพนักงานคนนั้นนะ คงไม่ต้องเสียเงินซื้อใหม่หรอก
เข้าไปเดินเล่นในห้างสรรพสินค้า เดินไปเดินมาเหลือบไปเห็นร้านขายอุปกรณ์มือถือ เอ เจ้าเคสของเรามันก็เก่าแล้วซื้อใหม่ใส่ดีกว่า เลือกได้เป็นที่น่าพอใจ ก็เอาไปที่เคาน์เตอร์เพื่อจ่ายสตางค์ น้องพนักงานคิดเงินเสร็จ ก็พูดภาษาญี่ปุ่นอะไรไม่รู้แปลไม่ออกหรอก แต่ก็เดาเอาอีกแหละ ก็จากภาษามือไงว่าจะบริการเปลี่ยนให้เลยมั้ย? ปูก็เออ! ดีแฮะ ส่งโทรศัพท์ให้น้องเลย เขายังไม่รับนะ แล้วหันกลับไปเอาถุงมือผ้าใส่ก่อนที่จะรับโทรศัพท์จากเรา แล้วค่อยๆ แกะเจ้าเคสเน่าๆ ของปูออก เอาเคสอันใหม่ใส่ให้อย่างระมัดระวังก่อนส่งคืนให้เราอ่ะ โอ้! บริการเริ่ดคร้าาา ขนาดเจ้าเคสที่ปูซื้อน่ะ อันไม่กี่เยนเองนะ ของถูกๆ เขาก็บริการให้อ่ะ ประทับใจอีกแล้วใส่ใจแม้เรื่องเล็กน้อย หรือเขาเห็นเราเป็นคนต่างชาติก็ไม่รู้นะ
ไปซื้อของในซูเปอร์มาเก็ต คนที่ประเทศญี่ปุ่นเขาลดโลกร้อนกันจริงจัง ไม่เหมือนบ้านเราหรอก เขาไม่ใช้ถุงพลาสติกก็ไม่ใช้กันจริงๆ จังๆ เลยนะ พวกคุณแม่บ้านเนี่ยเขาจะพกถุงผ้ามาใส่ข้าวของกัน ถ้าใครไม่มีถุงผ้ามาใส่ของ เอาถุงพลาสติกจากห้างก็ต้องเสียเงินซื้อนะคร้าา แล้วเขาก็ประหยัดเวลาในการซื้อขายด้วยนะ ถ้าไม่เอาถุงก็เชิญแบกของที่ซื้อมาใส่ตะกร้าไปจัดใส่ถุงผ้าที่เตรียมมากันเอาเองที่โต๊ะที่เขาจัดให้ จะได้ไม่เสียเวลาในการคิดเงินคนถัดไปอ่ะ
แต่เขาไม่ใจร้ายหรอกนะ มีบริการถุงพลาสติกบางๆ ไว้ให้คุณแม่บ้านเอาไว้ใช้ใส่อาหารสดก่อนใส่ถุงผ้าด้วยนะจ๊ะ
เนี่ยแหละความประทับใจที่ปูอยากนำเสนอ อิอิ







