
จะพุ่งไปไหน
คนเรานี่ก็แปลก... เป็นนักฟุตบอลอยู่ดีๆ ก็เกิดอยากกลายเป็นจอมพุ่งขึ้นมาซะงั้น และหนึ่งในนั้นก็คงจะต้องมีชื่อของ แอชลีย์ ยัง รวมอยู่ด้วย
โดย...จาด้า
คนเรานี่ก็แปลก... เป็นนักฟุตบอลอยู่ดีๆ ก็เกิดอยากกลายเป็นจอมพุ่งขึ้นมาซะงั้น และหนึ่งในนั้นก็คงจะต้องมีชื่อของ แอชลีย์ ยัง รวมอยู่ด้วย
ปีกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เรียกเสียงด่าจากแฟนบอลได้จมหู หลังจากที่สร้างวีรกรรมด้วยการพุ่งล้มตบตาผู้ตัดสิน จนทำให้ “ปีศาจแดง” ได้จุดโทษ 2 เกมติดกันในนัดที่พบกับควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส และแอสตัน วิลลา และยังไม่รู้ว่าพี่แกจะทำแฮตทริกติดต่อกันหรือเปล่าในเกมที่พบกับเอฟเวอร์ตันในช่วงคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (ต้นฉบับนี้เขียนก่อนเกมจะเริ่มขึ้น)
แม้จะไม่ใช่กองเชียร์คิวพีอาร์ แต่ต้องขอบอกว่าอดรู้สึกเห็นใจ ฌอน เดอร์รี ไม่ได้ เพราะในเกมนั้นเขาต้องถูกใบแดงทั้งที่ไม่ได้ทำผิด แต่เป็นเพราะ ยัง ล้มในเขตโทษได้แบบสุดเนียน ทำให้ผู้ตัดสินตะเพิดตัวหลักของทีมควีนส์ปาร์กออกไปในช่วงกลางครึ่งแรก
จริงๆ แล้วจังหวะดังกล่าวไลน์แมนน่าจะยกธงล้ำหน้ากับผู้เล่นยูไนเต็ดด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายควีนส์ปาร์กกลับซวยทั้งขึ้นทั้งล่อง เพราะเหลือแค่ 10 คนในสนาม และยังมาเสียจุดโทษที่ไม่ควรจะเสียด้วย ซึ่ง เวย์น รูนีย์ ดาวยิงปีศาจแดง ก็รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด
หลังจากนั้นก็มีภาพช้าแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าเป็นความผิดพลาดของผู้ตัดสินที่ไม่ทันเกม (และไม่ทันเหลี่ยมของยัง) แต่น่าเศร้าที่สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) กลับยืนยันคำตัดสินที่ให้แบน เดอร์รี เหมือนเดิม ในขณะที่คนพุ่งล้มกลับลอยนวล
ในเกมต่อมากับ “สิงห์ผงาด” หนังม้วนเดิมก็กลับมาอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้ตัวละครผู้โชคร้ายเปลี่ยนจาก เดอร์รี มาเป็น เซียแรน คลาร์ก เท่านั้นเอง เพราะหลังจากที่ ยัง แกล้งล้มใส่ทีมเก่าแล้ว ลูกทีมของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็มาได้จุดโทษ และ รูนีย์ ก็ยิงเข้าไปไม่เหลือ (อีกตามฟอร์ม)
ไบรอัน ร็อบสัน อดีตตำนานของยูไนเต็ด ออกมาวิจารณ์รุ่นน้องในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด ว่าควรจะหัดมีสปิริตบ้าง ไม่ใช่เอะอะอะไรก็ล้มๆ ทำตัวเป็นคนแข้งขาอ่อนขนาดนั้น
ส่วน ฟิล เบียร์ด หัวหน้าผู้บริหารของคิวพีอาร์ ร่วมด้วยช่วยประณามว่า ยัง น่าจะไปเป็นพาร์ตเนอร์ของ ทอม ดาลีย์ นักกระโดดน้ำทีมชาติอังกฤษให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยจะดีกว่า เผื่อว่าจะได้ช่วยให้ทีมสหราชอาณาจักรมีลุ้นเหรียญรางวัลในศึกโอลิมปิก “ลอนดอน เกมส์ 2012” กับชาติอื่นเขาบ้าง
ความจริงแล้ว ยัง ก็ไม่ใช่นักเตะชื่อดังคนแรกที่ถูกตั้งข้อหาว่าเป็นจอมพุ่งเอาจุดโทษ เพราะ หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอกลิเวอร์พูล, ดิดิเยร์ ดร็อกบา ดาวยิงจอมเก๋าของเชลซี หรือ อาร์เยน ร็อบเบน ของบาเยิร์น มิวนิก ก็เคยมีชื่ออยู่ในท็อปลิสต์เช่นเดียวกัน รวมถึงอดีตสตาร์ของแมนฯ ยูไนเต็ดอีกคนอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด ที่ยังคงถูกมองว่าคอยหาโอกาสตบตาผู้ตัดสินอยู่เสมอ แม้ว่าจะย้ายไปอยู่ เรอัล มาดริด แล้วก็ตาม
วกกลับมากันที่ปีกเจ้าของค่าตัว 18 ล้านปอนด์ (ราว 900 ล้านบาท) กันอีกรอบ เพราะล่าสุดแม้กระทั่งเจ้านายของเขาก็ยังต้องออกโรงเตือนว่าให้เลิกพฤติกรรมชอบพุ่งล้มแบบนี้เสีย ก่อนที่จะโดนเล่นงานจากเอฟเอ และกลายเป็นที่จงเกลียดจงชังของแฟนบอล
“ความผิดเดียวของ แอชลีย์ ก็คือเขาล้มง่ายไปหน่อย ผมได้พูดกับเขาไปแล้ว เขาก็เข้าใจว่าเรื่องราวมันเกิดขึ้นมาได้ยังไง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะไม่ทำอะไรแบบนั้นอีก” เฟอร์กี กล่าว
ยุคโซเชียลมีเดียกำลังครองโลกแบบนี้ มันทำให้เป็นเรื่องยากขึ้นมากที่คนทำผิดจะลอยนวลไปได้ง่ายๆ โดยเฉพาะในลีกฟุตบอลที่ได้รับความนิยมอย่างสูงอย่างพรีเมียร์ลีก ที่แต่ละเกมมีกล้องถ่ายทอดสดนับสิบๆ ตัว การจงใจเล่นนอกเกมหรือโกงเพื่อให้ทีมของตนได้เปรียบนั้น มีสิทธิถูกนำมาแฉต่อได้อย่างรวดเร็ว
แม้จะรอดพ้นจากสายตาของทีมผู้ตัดสิน แต่กระแสสังคมที่คอยก่นด่าสาปแช่ง โดยเฉพาะผ่านทางเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์นั้นรุนแรงและน่ากลัวไม่น้อยเลยทีเดียว
นอกจากนั้น การมีภาพลักษณ์ในแง่ลบแบบนี้ก็อาจจะทำให้กลายเป็นเรื่องเสียเปรียบสำหรับแชมป์พรีเมียร์ลีกไปอย่างช่วยไม่ได้ เพราะถ้าเกิดคราวหน้า ยัง เกิดถูกทำฟาวล์จริงๆ ผู้ตัดสินอาจจะคิดว่าเขาคงจะพยายามพุ่งล้มเอาจุดโทษแทนก็เป็นได้
แล้วคราวนี้แทนที่จะเป็นการแจกใบเหลืองหรือแดงให้กับผู้เล่นทีมคู่แข่ง มิดฟิลด์วัย 26 ปี ก็อาจจะต้องกลายเป็นคนถูกจดชื่อแทนจากความผิดฐานตบตาผู้ตัดสิน เหมือนกับนิทานเรื่องเด็กเลี้ยงแกะที่คนชอบโกหกหลอกลวงจะได้รับผลร้ายในที่สุด
อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวอาจจะเก่าคร่ำครึไปหน่อย สื่อในเมืองผู้ดีเขาก็เลยหาภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่คิดว่าน่าจะมีบทบาทหรือชื่อเรื่องที่เหมาะสมกับการพุ่งล้มให้กับ แอชลีย์ ยัง แทน เป็นต้นว่าเรื่อง Legends Of The Fall หรือเรื่อง Die Hard ที่มีการเล่นคำให้เปลี่ยนเป็น Dive Harder ซึ่งหมายความว่าพุ่งเข้าไปให้มากกว่าเดิม n







