posttoday

5 ตัวเต็งคว้าแชมป์เอ็นบีเอ

22 เมษายน 2555

จริงๆ แล้วบาสเกตบอลนับเป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากผู้คนทุกมุมโลก เนื่องจากเป็นกีฬาที่ดูง่ายไม่ซับซ้อน

โดย...มิวโกโตะ

จริงๆ แล้วบาสเกตบอลนับเป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากผู้คนทุกมุมโลก เนื่องจากเป็นกีฬาที่ดูง่ายไม่ซับซ้อน ลูกลงห่วงเป็นอันได้คะแนน ประกอบกับการได้นักบาสซูเปอร์สตาร์ทั่วทุกมุมโลก ต่างตบเท้าเดินทางมาเล่นที่นี่ ชื่อของ “เอ็นบีเอ” ก็ยิ่งการันตีความสนุกระดับ 5 ดาวเลยทีเดียว

อย่างในเมืองไทยเองก็มีผู้ติดตามเกมยัดห่วงไม่น้อยเช่นกัน ซึ่งแม้เกมการแข่งขันจะดูง่าย แต่ก็มีจุดอ่อนเล็กน้อยตรงที่หลายคนอาจไม่ทราบกฎกติกาในการเข้ารอบ จึงทำให้ขาดอรรถรสในการเชียร์พอสมควร ในช่วงต้นจึงขอนำเสนอกฎกติกาในการเล่นในฤดูกาลปกติและเงื่อนไขในการเข้ารอบเพลย์ออฟแบบคร่าวๆ เพื่อให้แฟนๆ เข้าใจและสนุกมากขึ้นระหว่างชมเกม

กฎการเข้ารอบเพลย์ออฟ NBA

ศึกยัดห่วงเอ็นบีเอจะเริ่มเปิดฤดูกาลด้วยการแข่งขันที่เรียกว่าฤดูกาลปกติ โดยจะมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 30 ทีม แบ่งเป็น 2 สาย (ตะวันตก-ตะวันออก) สายละ 15 ทีม ในแต่ละสายจะแบ่งย่อยออกเป็น 3 กลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มมี 5 ทีม

ซึ่งปกติแล้วแต่ละทีมจะเล่นช่วงฤดูกาลปกติกันทีมละ 82 เกม โดยแบ่งเป็นเกมเหย้า 41 และเยือน 41 แต่เนื่องจากปีล่าสุดมีการล็อกเอาต์โดยผู้เล่นและเจ้าของทีมไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกัน จึงทำให้ปีนี้ถูกหั่นทอนให้เหลือเพียง 66 เกมเท่านั้น

หลังแข่งครบตามโปรแกรม ทีมที่มีสถิติดีที่สุด 8 ทีมแรกในแต่ละสายจะได้เข้ารอบ ส่วนผังการประกบคู่นั่นคือ ทีมแชมป์สายในฤดูกาลปกติจะเจอกับที่ 8, อันดับ 2 เจอ 7, อันดับ 3 เจอ 6, และอันดับ 4 จะเจอกับที่ 5 และแชมป์สายจะได้สิทธิเล่นในบ้านตลอดเกมเพลย์ออฟ โดยจะแข่งเป็นซีรีส์เพื่อหาผู้ชนะ 4 ใน 7 เกม ตามสูตร 2-2-1-1-1 (ผลัดกันเล่นในบ้าน)

5 ตัวเต็งคว้าแชมป์เอ็นบีเอ

 

5 ตัวเต็งลุ้นแชมป์ NBA

เป็นธรรมเนียมปกติเมื่อใกล้จบฤดูกาลปกติร้านรับพนันถูกกฎหมายจากต่างประเทศจะออกราคาตัวเต็งที่จะลุ้นแชมป์ เราจะมาดูกันว่า 5 ตัวเต็งคว้าแชมป์ในปีนี้มีใครบ้าง และกุญแจสู่บัลลังก์แชมป์ของพวกเขาคืออะไร???

ไมอามี ฮีต

อัตราทำคะแนนต่อเกม : 99.7

อัตราเสียคะแนนต่อเกม : 92.7

สตาร์ประจำทีม : เลบรอน เจมส์

เฮดโค้ช : เอริก สโปเอลสตรา

ทำเนียบแชมป์ : ปี 2006

แม้ช่วงแรกฟอร์มจะมีกระท่อนกระแท่นบ้าง แต่พอเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเพลย์ออฟ ฟอร์มของฮีตก็สามารถกลับมาฮอตได้สมชื่ออีกครั้ง คงเป็นเพราะเริ่มได้กลิ่นอายของการเล่นลักษณะซีรีส์(ช่วงเพลย์ออฟ) ถึงแม้ปัจจุบันตัวแทนจากเมืองไมอามีจะยังไม่สามารถแซงบูลส์ขึ้นมาเป็นแชมป์สายได้ แต่การไล่จี้มาเหลือแค่เกมครึ่ง ก็เพียงพอที่จะทำให้ฮีตกลับมาเป็นเต็ง 1 อีกครั้ง สาเหตุหลักๆ คงเนื่องจากทีมอุดมไปด้วย 3 ซูเปอร์สตาร์อย่าง เลบรอน เจมส์, ดเวย์น เวด และ คริส บอช ถึงทีมจะมีดาวเด่นหลายคน แต่ก็มีหลายครั้งที่ฮีตพึ่งพา “บิ๊กทรี” มากเกินไป ทำให้หลายจังหวะในเกมถูกคู่แข่งชะลอการทำแต้ม เนื่องจากทุกทีมรู้ดีว่าเมื่อใดที่ฮีตต้องการแต้ม บอลต้องอยู่ในมือเวดหรือไม่ก็เจมส์ ส่วนบอชจะออกแนวประเภทปิดทองหลังพระมากกว่า และด้วยการเล่นที่หลากหลาย ทำให้ซีซันที่แล้วฮีตทะลุได้ถึงนัดชิงฯ แต่กลับถูกรัศมีความร้อนแรงของ เดิร์ก โนวิตสกี จากทีมดัลลัสขโมยโทรฟีไปในที่สุด ซึ่งนั่นก็จะทำให้ทีมทราบจุดอ่อนเพื่อแก้ไข ดังนั้นหากเต็ง 1 ปีนี้อยากจะได้ที่ 1 สมใจ คงต้องพึ่งบรรดาการทำแต้มจากตัวสนับสนุนในวันที่ “3 สตาร์” ถูกปิดตาย

กุญแจสู่บัลลังก์แชมป์ : ต่อให้ฮีตจะพึ่งพา“บิ๊กทรี” มากเพียงใด ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่คู่แข่งจะตามประกบพวกเขาได้อยู่หมัด แต่พวกเขาเองก็ต้องเติมความเป็นทีมเวิร์กลงไปอีกสักหน่อยในการเล่นด้วยเช่นกัน ดังนั้นถ้าคู่แข่งไม่สามารถหยุดเกมหลากหลายของพวกเขาได้แล้วละก็ โอกาสที่ฮีตจะเดินหน้าถึงนัดชิงฯ อีกครั้งมีสูง ส่วนจะแชมป์หรือไม่คงต้องดูคู่ชิงฯ ประกอบ

โอกลาโฮมา ซิตี ธันเดอร์

อัตราทำคะแนนต่อเกม : 102.8

อัตราเสียคะแนนต่อเกม : 96.4

สตาร์ประจำทีม : เควิน ดูแรนต์

เฮดโค้ช : แซม เพรสติ

ทำเนียบแชมป์ : ปี 1979

กลายเป็นทีมที่ประมาทไม่ได้เสียแล้วสำหรับทัพ OKC หรือ โอกลาโฮมา ซิตี ธันเดอร์ ทีมพลังหนุ่ม ที่ยกระดับการเล่นจนเข้าชิงสายตะวันตกเมื่อซีซันก่อน โดนวันนั้นธันเดอร์ยังขาดความเก๋าจนถูกแชมป์เก่า ดัลลัส มาเวอริกส์ สอนเชิง 4-1 เกม มาปีนี้ถือว่ามีโอกาสประสบความสำเร็จไม่น้อย นำทัพโดย เควิน ดูแรนต์ ฟอร์เวิร์ดทีมชาติสหรัฐ ที่กำลังลุ้นโอกาสเป็นแชมป์ทำคะแนนของ NBA สมัยที่สามติดต่อกัน กับสถิติสุดพีกทำแต้มเฉลี่ยต่อเกมราว 27.9 คะแนน แถมทุกครั้งที่ เค.ดี. ปล่อยบอลเพื่อทำแต้ม โอกาสลงสูงถึง 49.9 เปอร์เซ็นต์ ประกอบกับตัวช่วยอย่าง รัสเซลล์ เวสต์บรูกและ เจมส์ ฮาร์เดน ต่างโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาลนี้ จึงมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จเช่นกัน นี่ยังไม่รวมวงในสุดแข็งแกร่งอย่าง “แอร์คองโก” เซิร์จ อิบากา ขณะที่เซ็นเตอร์อย่าง เคนดริก เพอร์กินส์ ก็ปรับสไตล์หันมาช่วยเกมบุกมากขึ้น ทำให้โอกลาโฮมาชุดนี้จึงยิ่งน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง

กุญแจสู่บัลลังก์แชมป์ : ด้วยการที่ทีมมีผู้เล่นอายุเฉลี่ยเล่นค่อนข้างน้อย ทำให้ธันเดอร์เล่นได้ดุดัน รวมถึงสามารถเล่นเกมฟาสต์เบรกได้ตลอดทั้ง 4 ควอเตอร์ อย่างน้อยๆ ก็น่าจะไปถึงเกมชิงแชมป์สาย เหลือแค่เพียงความนิ่งในเกมที่เดิมพันสูงๆ เท่านั้น หากนำคำว่าบุ๋นมาบวก สไตล์บู๊ที่ทีมถนัดได้เมื่อใด โอกาสสร้างเซอร์ไพรส์ถือว่ามีไม่น้อยเลยทีเดียว(ย้ำ! ถ้าไม่สะดุดขาตัวเองซะก่อน)

5 ตัวเต็งคว้าแชมป์เอ็นบีเอ

 

ชิคาโก บูลส์

อัตราทำคะแนนต่อเกม : 96.3

อัตราเสียคะแนนต่อเกม : 88.5

สตาร์ประจำทีม : เดอร์ริก โรส

เฮดโค้ช : ทิม ธีโบดอ

ทำเนียบแชมป์ : ปี 1991, 1992, 1993, 1996, 1997, 1998

ฤดูกาลนี้ชิคาโก บูลส์ ยังคงยึดผู้เล่นฤดูกาลที่แล้วเป็นหลัก โดยมี เดอร์ริก โรส เจ้าของรางวัล MVP ฤดูกาลปกติปีที่แล้วเป็นแกนนำ ผนึกกำลังร่วมกับ โจอาคิม โนอาห์ เซ็นเตอร์มาดกวน, ลูออง เดง และ คาร์ลอส บรูเซอร์ ซึ่งใครๆ ต่างก็ยกย่องว่าบูลส์ทีมนี้เป็นทีมคนหนุ่มที่น่าลุ้นมากทีมหนึ่ง

และยังเป็นหนึ่งในทีมเต็งแชมป์ของฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ตามแม้กูรูยัดห่วงหลายคนหยันบูลส์ชุดนี้ ว่าเป็นทีมที่เล่นได้ไม่หวือหวาสมัยยุครุ่งเรื่องอย่างตอนมี ไมเคิล จอร์แดน แต่มองลึกลงไปแล้วจริงๆ แล้วขุนพล “กระทิงเปลี่ยว” ชุดนี้ถือเป็นทีมที่ครบเครื่องมากที่สุดทีมหนึ่ง โอเคในแง่เกมรุกอาจไม่สวยงามเหมือนที่แฟนเคยเห็นในอดีต แต่ประสิทธิภาพในการทำแต้มยังสูงเช่นเดิม อีกทั้งเฮดโค้ชคนปัจจุบัน ทิม ธีโบดอ เป็นโค้ชที่ขึ้นชื่อเรื่องเกมป้องกัน ยิ่งทำให้บูลส์ชุดนี้เป็นทีมที่มีความสมดุลมากขึ้นไปอีก

กุญแจสู่บัลลังก์แชมป์ : โจทย์ล่าสุดที่โค้ช ทิม ธีโบดอ ต้องหายาวิเศษมาเร่งแก้ไข คือ ต้องรีบงัดฟอร์มเก่งของโรสกลับมาให้ได้ เนื่องจากหลังสลัดอาการเจ็บบริเวณขาหนีบแล้ว ดูเหมือนโรสคนเดิมจะยังไม่กลับมา อย่างนัดที่เจอกับฮีตเมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา การ์ด MVP วัย 22 ปี ทำอะไรก็ดูจะผิดจังหวะไปหมด เสียเทิร์นโอเวอร์ก็หลายครั้ง จนหลายคนมองว่าไม่มีโรสยังดีซะกว่า แต่ระดับเพลย์ออฟแล้วการจะพึ่งแค่เพียง บรูเซอร์, วัตสัน, โคเวอร์ หรือความร้อนแรงของพระเอกคนใหม่อย่าง เบรนซ์ ม็อบคงยังไม่น่าจะเพียงพอที่จะหยิบแชมป์ ดังนั้นแฟน “กระทิงเปลี่ยว”คงต้องภาวนาให้โรสกลับมาเป็นคนเดิมแล้วล่ะ

ซานอันโตนิโอ สเปอร์ส

อัตราทำคะแนนต่อเกม : 102.7

อัตราเสียคะแนนต่อเกม : 96.3

สตาร์ประจำทีม : โทนี ปาร์กเกอร์

เฮดโค้ช : เกร็กก์ โปโปวิช

ทำเนียบแชมป์ : ปี 1999, 2003, 2005, 2007

ก่อนอื่นต้องขอชมเชยว่า เกร็กก์ โปโปวิช เฮดโค้ชซานอันโตนิโอ เข้าใจดึงจุดแข็งมาใช้ในการทำทีม เคยมีโอกาสได้ชมเกม ปรากฏว่าผู้เล่นที่คุ้นชื่อจากยุครุ่งเรืองในอดีตยังอยู่กับทีมเช่นเคย ทั้ง ทิม ดันแคน, โทนี ปาร์กเกอร์ รวมถึง แดนนี กรีน ตำแหน่งการ์ดตัวหลักที่ได้ลงตลอดทั้งซีซีน แม้อายุจะเข้าเลข 3 กันหลายคน แต่ทั้งหมดกลับใช้ประสบการณ์มาช่วยในสนามอย่างลงตัว ดังเช่นบิ๊กแมตช์สายตะวันตกนัดล่าสุดที่พวกเขายกพลไปเยือน ลอสแองเจลิส เลเกอร์ส ถึงสแท็ปเลส เซ็นเตอร์ เกมนั้นปาร์กเกอร์แสดงให้เห็นว่าบอลที่ปล่อยจากมือแต่ละครั้งนั้นอันตรายเพียงใด โดยพอยต์การ์ดวัย 30 ปี ทำคนเดียว 29 คะแนน 13 แอสซิสต์ จนปัจจุบันรั้งที่ 1 สายตะวันตก

5 ตัวเต็งคว้าแชมป์เอ็นบีเอ

 

จุดเด่นอีกชนิดอยู่ที่การกระจายบอลในสนาม ไม่น่าเชื่อว่าผู้เล่นที่ทำคะแนนสูงสุด (ปาร์กเกอร์) ของแชมป์ 4 สมัย จะทำได้เพียง 18.5 คะแนน ซึ่งผิดกับสตาร์ดังทีมอื่นๆ แต่สถิติตรงนั้นก็แฝงความอันตรายเอาไว้เช่นกัน เพราะมีหลายเกมในฤดูกาลนี้ที่สเปอร์สมีผู้เล่นที่สามารถทำคะแนนได้เกิน 10 แต้มถึง 6 คน นั่นเป็นสัญญาณอันตรายมาสู่คู่แข่งเช่นกัน

กุญแจสู่บัลลังก์แชมป์ : ขุมกำลังสำรองนับเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้ซานอันโตนิโอมีลุ้นล่าแชมป์สมัยที่ 5 ผู้เล่นอย่างพวก มานู จิโนบิลี (อาร์เจนตินา) แกรี โอนีล (สหรัฐ) มักลงมาทำผลงานได้ดีเสมอ ซึ่งตรงจุดนี้แหละที่เป็นกุญแจคอยขับเคลื่อนให้ทีมประสบความสำเร็จ

แอลเอ เลเกอร์ส

อัตราทำคะแนนต่อเกม : 97.1

อัตราเสียคะแนนต่อเกม : 95.2

สตาร์ประจำทีม : โคบี ไบรอันต์

เฮดโค้ช : ไมค์ บราวน์

ทำเนียบแชมป์ : ปี 1949, 1950, 1952, 1953, 1954, 1972, 1980, 1982, 1985, 1987, 1988, 2000, 2001, 2002, 2009, 2010

เรื่อยๆ มาเรียงๆ สำหรับฟอร์มในฤดูกาลปกติของอดีตแชมป์ 16 สมัย ทะลุเพลย์ออฟมาในฐานะอันดับ 3 สภาพทีมตอนนี้ถือว่ายังไม่พีก เนื่องจากเพิ่งได้ตัวความหวังอย่าง โคบี ไบรอันต์ กลับมาคืนสนาม หลังจากหายหน้าไป 7 เกม จากอาการบาดเจ็บ จึงต้องพึ่ง แอนดรูว์ บายนัม มากหน่อย แต่โชคดีที่ พอล กาซอล ฟอร์เวิร์ดทีมชาติสเปน กลับมาแกร่งอย่างถูกที่ถูกเวลา ทั้งที่ช่วงออกสตาร์ตฤดูกาลฟอร์มตกจนมีข่าวว่าอาจถูกเทรดออกจากทีม หากถามโอกาสจะฝันถึงถ้วย “แลร์รี โอไบรอัน โทรฟี” คงต้องติวเข้มเรื่องเกมรับสักหน่อย เพราะดูจาก‌นัดล่าสุดที่พ่ายสเปอร์ส (วันที่ 21 เม.ย.) บอก‌ตามตรงอาการน่าเป็นห่วง เนื่องจากคู่แข่งกระจาย‌บอลไล่ยิงจนเกมขาดตั้งแต่ควอเตอร์ที่ 3 แล้ว ‌สาเหตุหลักๆ น่าจะมาจากเปอร์เซ็นต์รีบาวด์ที่ดูแผ่ว‌ลงไป บายนัม เจ้าของสถิติรีบาวด์ 12.10 ครั้งต่อ‌เกม กลับกระโดดแย่งลูกได้เพียง 2 ครั้งจากเกม‌ดังกล่าว แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ทำให้แฟนเลเกอร์สอมยิ้ม‌ได้บ้าง นั่นคือ ประสบการณ์และความยืดหยุ่น‌ระหว่างเกม

รอบโพสต์ซีซัน ที่พวกเขาช่ำชองมากที่สุดจาก‌บรรดา 5 ตัวเต็ง

กุญแจสู่บัลลังก์แชมป์ : สถานการณ์ดูละม้าย‌คล้ายฝั่งชิคาโก บูลส์ มากๆ ไมค์ บราวน์ ต้องรีบรีด‌ฟอร์มโคบีกลับมาโดยไว และถ้าจะให้ดีต้องเร่งแก้ไข‌ตั้งแต่ 2 เกมที่เหลือของฤดูกาลปกติ เพราะหากไป‌แก้ในเกมระดับซีรีส์รอบเพลย์ออฟ บทลงโทษนั้น‌รุนแรงถึงขั้นเสียเกมเลยทีเดียว แต่ทางตรงกันข้าม‌หากแก้ไขได้ลงตัวเมื่อใด ขุนพลเลเกอร์สก็พร้อมจะ‌เป็นหนามยอกอกเพื่อร่วมสายเช่นกัน

ทั้งนี้ทั้งหมดที่กล่าวมา เป็นเพียงความน่าจะเป็น‌จากการวิเคราะห์ผ่านฟอร์มการเล่นและสถิติตัวเลข ‌ยังมีอีกหลายทีมที่ไม่ได้พูดถึง ซึ่งแต่ละทีมทีมก็ล้วน‌ประมาทไม่ได้เช่นกัน เมื่อเข้าสู่โพสต์ซีซัน ส่วนของ‌จริงเป็นอย่างไร วันที่ 28 เม.ย. นี้ (เกมเพลย์ออฟ‌นัดแรก) รู้กัน!!!

 


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ดันงบ 152 ล้านเหรียญ หวังฟื้นเรือนจำอัลคาทราซอีกครั้ง