
ปุจฉาจากดร.สุปรีดีฯกรณีการเดินธุดงค์กลางเมืองหลวง!!(จบ)
วิสัชนา : สำหรับความกังวลใจของ ดร.สุปรีดีฯ ต่อกรณีปัญหาดังกล่าว หรือหลากหลายเรื่องราวที่ปรากฏในเขตพุทธศาสนา
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
วิสัชนา : สำหรับความกังวลใจของ ดร.สุปรีดีฯ ต่อกรณีปัญหาดังกล่าว หรือหลากหลายเรื่องราวที่ปรากฏในเขตพุทธศาสนา โดยเฉพาะกลัวเกรงว่าจะมีการสื่อวัตรปฏิบัติที่ผิดๆ ไปจนถึงอนุชนรุ่นหลัง ที่จะไม่รู้ว่าอะไรถูก อะไรผิด ไปจากพระธรรมวินัย... เรื่องดังกล่าวนี้ อาตมาไม่หนักใจอะไรเลย และคิดว่าไม่เป็นปัญหาสำหรับบุคคลผู้มีศรัทธาแท้... ที่ต้องการศึกษาค้นคว้าพระธรรมวินัยที่ถูกต้อง ไม่ว่าจากผู้รู้หรือจากพระไตรปิฎก ที่ปรากฏคำสั่งสอนไว้ถึง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ซึ่งยังมีอยู่สมบูรณ์... ที่จะเป็นปัญหาอยู่บ้างก็คือ พวกศรัทธาปลอมๆ บ้าบุญ เมาบุญ อยากร่ำอยากรวย จนหน้ามืดตามัว จึงเดินเข้าสู่แผนการตลาดที่อลัชชีคิดจัดทำขึ้นเพื่อ...การค้าขายบุญ โดยอ้างว่าสามารถนำไปสวรรค์ไปพระนิพพานได้ หรือร่ำรวยมีฐานะเจริญเติบโต ทั้งหน้าที่การงานหรือส่วนตัว ตรงนี้แหละน่าสงสาร แต่จะทำอย่างไรได้ เพราะบนความเป็นจริงที่เกิดมีอยู่ในสังคมไทยที่กล้าหาญประกาศเป็นประเทศพุทธศาสนา แต่มีหมู่ชนจำนวนไม่น้อยนิยมเข้าสำนักทรงเจ้า-เข้าผี หรือบางกลุ่ม-บางคณะนิยมไปหาหมอดู เพื่อพยากรณ์ชะตาชีวิต ซึ่งหากวัดผลกันจริงๆ อาจจะมากกว่าเข้าวัดวาอาราม เพื่อรักษาศีลปฏิบัติธรรม ก็คงเป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจว่ามันเป็นเช่นนี้เอง... จะไปหนักอกหนักใจแทนผู้อื่นก็ไม่มีประโยชน์อะไร หน้าที่พวกเราจึงต้องกลับมาดูแลตนเอง พัฒนาจิตให้มั่นคง ไม่ล่วงไปประพฤติชั่ว ประกอบการกุศลอยู่อย่างสม่ำเสมอ โดยยึดหลักพึ่งตน-พึ่งธรรม นี่คือคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา
ดังนั้น จากในกรณีดังกล่าวที่ ดร.สุปรีดีฯ ปุจฉามา อาตมาคงไม่ชี้ว่าผิดหรือถูก ก่อนจะรับฟังคำตอบสุดท้าย ซึ่งต้องถามใจผู้จาริกแบกกลดทั้งหลายว่า ประโยชน์อันใดที่เกิดขึ้นโดยธรรมต่อการแบกกลดจาริกผ่านเปลวแดดในท่ามกลางเมืองหลวง ขอท่านพึงวิสัชนาให้ทราบหน่อยเถิด เพื่อจะได้กระทำการอนุโมทนา มีส่วนในวัตรปฏิบัติที่ล้ำเลิศ อันเป็นไปเพื่อวิมุตติธรรมนั้น... อาจจะได้รับฟังธรรมะดีๆ ก็ได้ และเมื่อนั้นจึงจะสรุปได้ว่า เป็นประโยชน์โดยธรรมจริงหรือไม่... ประการสำคัญที่อาตมาไม่กล้าหาญวิสัชนา เพราะพระพุทธศาสนาในประเทศไทย มีองค์กรมากมายกำกับดูแลตามบทบาทและหน้าที่ ทั้งศาสนจักรและอาณาจักร โดยเฉพาะมีผู้รู้ ผู้ทรงภูมิธรรมมากมาย และยังมีมหาเถรสมาคมฯ กำกับดูแลกิจการในพระพุทธศาสนาอยู่ และในทางอาณาจักรยังมีสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งมีคุณภาพคับบาตรในการช่วยบริหารกิจการพระพุทธศาสนา บุคลากรในองค์กรเหล่านี้ล้วนแล้วแต่พรั่งพร้อมด้วยความรู้ความสามารถ ที่สามารถช่วยดูแลงานพุทธศาสนาให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แถมมีรัฐมนตรีสำนักนายกฯ ที่เคยบวชเรียนมาหลายปี (นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล) กำกับดูแลงานพระพุทธศาสนา... อย่างไรคงจะไม่ปล่อยให้ปัญหาความไม่ถูกควรเกิดขึ้นในเขตแดนพระพุทธศาสนา ซึ่งท่านผู้มีหน้าที่ทุกฝ่าย ทุกองค์กรฯ คงจะต้องบริหารจัดการเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา และต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะผู้ที่ปฏิญาณตนเข้ารับหน้าที่ ไม่ว่าในศาสนจักร หรืออาณาจักร ท่านผู้รู้เหล่านี้ท่านย่อมทราบความควรตามหน้าที่ฐานะและบทบาทของท่านดีว่าควรทำหรือไม่อย่างไร...เพราะไม่มีคำว่าเสมอตัวกับวิถีแห่งธรรมอำนาจแห่งกรรม ที่พึงจะต้องเป็นไปตามกฎธรรมชาติเสมอ... ดังความหมายธรรมที่กล่าวว่า...ใครทำอะไรไว้ จะต้องได้รับผลของกรรมนั้น...โดยเฉพาะผู้รู้ทั้งหลาย หากรู้แล้วไม่ทำ ไม่ให้การสงเคราะห์ตามควร... ล้วนแล้วแต่หนีไม่พ้นกฎแห่งกรรมหรอกโยม...
ขอเจริญพร







