
ตำนาน มาดอนนา ยังไม่จบ
ท่านแม่ “มาดอนนา” มาแล้วค่ะ !!! หลังจากใช้เวลาหลายปีไปกับการทำหนัง ที่สุดเธอก็หวนมาสู่สิ่งที่คุ้นเคย
โดย...เพ็ญแข
ท่านแม่ “มาดอนนา” มาแล้วค่ะ !!! หลังจากใช้เวลาหลายปีไปกับการทำหนัง ที่สุดเธอก็หวนมาสู่สิ่งที่คุ้นเคย
MDNA งานชุดที่ 12 ของป๊อปไอคอนที่ยืนยงในวงการมานานเกือบจะ 3 ทศวรรษ ชื่ออัลบั้มคือ ตัวย่อชื่อของเจ้าของผลงาน หรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเป็น ดีเอ็นเอของมาดอนนา ก็ย่อมได้ เป็นงานเพลงเหมาะแก่การปาร์ตี้ เต้นรำ สนุกสนาน เป็นเพลงอิเล็กทรอนิกแดนซ์ที่ป๊อปโดนใจได้ไม่ยากเย็น
เป็นงานชุดแรกที่ มาดอนนา ไม่ได้ทำกับวอร์เนอร์ซึ่งเป็นสังกัดที่เธอทำงานด้วยมาตั้งแต่ปี 1982 งานนี้ มาดอนนา โปรดิวซ์เองโดยมียอดโปรดิวเซอร์หลายคนมาช่วยรวมทั้ง วิลเลียม ออร์บิท ผู้หวนกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้ง รวมทั้งนักดนตรีโปรดิวเซอร์ชาวฝรั่งเศส มาร์แตง โซลเวจ
ครั้งนี้ มาดอนนา ได้ทำงานกับขวัญใจเด็กๆ อย่างเช่น แร็ปเปอร์หญิง นิกกี มินาจ และ เอ็ม.ไอ.เอ. เหตุผลอาจเพราะเป็นเทรนด์ยอดนิยมที่ต้องมีแขกรับเชิญ หรือมาดอนนาเองต้องการทำงานกับเด็กๆ เพื่อให้ได้พลังสดใหม่ หรืออาจจะเป็นเรื่องของการตลาด จะได้ช่วยดึงคนฟังกลุ่มใหม่ๆ ให้มาสนใจ ความจริงแล้วก็ดูจะไม่จำเป็นนัก แต่เห็น มาดอนนา ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า เธออยากทำงานกับผู้หญิงที่มีตัวตนอันแข็งแกร่ง ซึ่งทั้งสองนางที่เลือกน่ะก็เป็นคำตอบที่ไม่น่าจะผิด
ซิงเกิลแรกที่ปล่อยออกมาคือ Give Me All Your Luvin' ซึ่งปลุกเร้าให้ขาแดนซ์ได้เซิ้งกันกระจายทั่วโลก ด้วยท่วงทำนองที่ติดหู เพลงนี้ทำให้ มาดอนนา ยังคงสถิติการเป็นศิลปินซึ่งมีซิงเกิลติดท็อปเท็นในชาร์ตมากที่สุดในโลกเอาไว้ ตามมาด้วยเพลง Girl Gone Wild แดนซ์จังหวะสนุกๆ แม้จะฟังดูน้อยไปสำหรับงาน ของ มาดอนนา ก็ตาม กลิ่นอายดิสโก้แบบชาวยุโรปปรากฏโดดเด่นในเพลง Love Spent มาดอนนา ในบทเพลงยังคงเป็นหญิงแกร่งกล้าเซ็กซี่มั่นใจ แต่มีบางแทร็กในอัลบั้มนี้ที่นำด้านอ่อนแอของหญิงสาวออกมาเสนอ อาจจะเป็นผลพวงของความรู้สึกหลังการหย่าร้างกับอดีตสามีสุดที่เลิฟก็เป็นได้!?
อาจจะไม่ใช่งานที่ดีที่สุดของ มาดอนนา แต่ก็เป็นยูโรแดนซ์ที่ดี ไม่หนักหน่วงเกินไปและป๊อปมาก ฟังสนุกสนานเพลินเพลินทั้งอัลบั้ม ไม่ได้ล้ำเกินไปแต่ก็ไม่ได้ล้าสมัย โดยเผินๆ ก็คล้ายกับอัลบั้ม Ray of Light ซึ่ง มาดอนนา ทำกับ วิลเลียม ออร์บิท เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ที่ดูจะเฉยๆ ธรรมดาๆ ก็เห็นจะเป็นส่วนของเนื้อเพลงนั่นแหละ
งานชุดนี้พิสูจน์ว่า ถึงวันนี้จะมี เลดี้กากา แต่โลกดนตรียังคงมีที่ทางสำหรับผู้หญิงชื่อ มาดอนนา เสมอ เธอเป็นอีกศิลปินหนึ่งรายซึ่ง “ไร้กาลเวลา” ด้วยผลงานทุกชุดออกมาร่วมสมัยกับงานเมนสตรีมในช่วงเวลานั้นๆ ได้อย่างเนียน ยิ่งมายิ่งแข็งแกร่งยิ่งเฟิร์มเหมือนกับหุ่นของนาง จนแทบไม่อยากจะเชื่อว่า 50 กว่าแล้ว !!!
ณ วินาทีนี้ คอนเฟิร์มว่า ตำนานในวงการดนตรีของ มาดอนนา นั้นยังไม่จบลงง่ายๆ







