ดาราหัวใจไทย
ถือโอกาสช่วงสงกรานต์ ปีใหม่ไทยๆ ชวนไปทำความรู้จักกับดาราคนดัง หัวใจรักไทยทั้งหลาย
โดย...หาตุ้ย
ถือโอกาสช่วงสงกรานต์ ปีใหม่ไทยๆ ชวนไปทำความรู้จักกับดาราคนดัง หัวใจรักไทยทั้งหลาย แม้โลกทั้งโลกจะเปลี่ยนไป แต่ยังมีดาราหัวใจไทยมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ... ไปชมกัน
(รัก) นาฏศิลป์-รำไทย
คงต้องยกให้ นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี ที่ปกติก็สวยหยดงดงาม ยิ่งยามที่สวมใส่ชุดนาฏศิลป์ไทย ยิ่งสวยมากกกส์...อ่อนช้อยละมุนละไมจนมองแล้วไม่อยากละสายตา ผลงานละครเรื่องที่เธอต้องฟ้อนรำหรือแสดงนาฏศิลป์ไทยหลายเรื่องการันตีความสามารถในวิชาแขนงนี้อย่างดี อ่อนช้อย...เนียนตา...ในท่วงท่ารำที่ธรรมชาติจับใจ
เธอชอบนาฏศิลป์ไทยตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะรำไทย จึงเลือกเรียนที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร จนจบ ม.6 และฝันว่าสักวันจะต้องมีโรงเรียนสอนนาฏศิลป์ของตัวเอง แล้วฝันก็เป็นจริง เธอได้ร่วมกับเพื่อนก่อตั้ง “สถาบันนาฏก” เปิดสอนทั้งนาฏศิลป์ไทย นาฏศิลป์สากล โขน และการเต้นหลายๆ อย่างให้กับเด็กและเยาวชนที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ทาวเวอร์บี ชั้น 5
“ปีนี้ก็เข้าสู่ปีที่ 8 ภูมิใจที่ได้เห็นเด็กๆ ที่มาเรียนที่นี่ล้วนก้าวหน้า หลายคนได้เป็นตัวแทนสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนและประเทศ ตลอดจนความภูมิใจให้พ่อแม่ เช่น โครงการทูตน้อยวัฒนธรรม 4 ภาค ที่เราจัดขึ้นโดยคัดเลือกเด็กที่ชนะเลิศจาก 4 ภาคไปโชว์นาฏศิลป์ไทยที่ฝรั่งเศสและอังกฤษประสบผลสำเร็จมาก แต่น่าเสียดายทำมาได้ 3 ปี ก็มีอันต้องเบรกไว้ก่อนเนื่องจากไม่มีเวลา” นาฏศิลป์ตัวแม่แห่งวงการบันเทิงไทย กล่าวในฐานะผู้บริหารสถาบันนาฏก
เธอบอกว่าสถาบันนาฏกเกิดขึ้นจากความชอบในนาฏศิลป์ไทยเป็นการส่วนตัว ที่ต้องการเห็นบุคคลที่มีความสามารถด้านนี้ออกสู่สังคมมากๆ อันจะเป็นการสืบสานมรดกไทยไม่ให้สูญหาย แต่การจะเป็นเช่นนั้นได้นอกจากเยาวชนจะมีความสนใจแล้วพ่อแม่ก็ต้องสนับสนุนด้วย
(รัก) การละคร-นาฏศิลป์
มาที่ฝ่ายชายบ้าง ตั๊ก-นภัสกร มิตรเอม หรือ “พันเทพ” ที่แฟนๆ ละครรู้จักดีในตอนนี้กับ “ลูกผู้ชายไม้ตะพด” ทางช่อง 7 และตอนนี้กำลังจะทำวิทยานิพนธ์นาฏศิลป์ไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ บอกได้เลยว่า ความสามารถในศิลปะไทยของเขาหลากหลาย ไล่ตั้งแต่ กระบี่ กระบอง ศิลปะป้องกันตัวทั้งหลาย นาฏศิลป์ รำไทย โขน ขลุ่ย ตีกลอง ฯลฯ พันเทพ จัดให้
ของพวกนี้จะเป็นและเก่งได้ “ต้องมีครู” คอยสอน เขาไปจึงไปเรียน “การละคร” ที่ภัทราวดีเธียเตอร์ (ของครูเล็กภัทราวดี มีชูธน) ซึ่งอุดมไปด้วยครูระดับศิลปินแห่งชาติสาขาต่างๆ อาทิ ครูราฆพ โพธิเวส ที่สอนการแสดงโขน เป็นต้น จนทำให้เขามีความสามารถที่หลากหลาย ก่อนที่ต่อมาจะออกจากภัทราวดีฯ ผันตัวเองไปเป็นนักแสดงจนถึงปัจจุบัน
นักแสดงหนุ่มพูดถึงศิลปะไทยว่า เป็นสิ่งที่แสดงให้ต่างชาติได้เห็นถึงความเป็นไทยและประเทศไทยได้ง่ายที่สุด เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะไปแสดงที่ไหนก็เป็นความภูมิใจว่านี่คือศิลปะไทย ที่ใครๆ ชาติไหนอย่าได้คิดดูหมิ่น
อีกคน อ้น-สราวุธ มาตรทอง ก็เป็นดาราที่ชื่นชอบในนาฏศิลป์ไทย และตอนนี้กำลังเรียนปริญญาโท นาฏศิลป์ไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ได้ 1 ปี บอกว่า พอรู้ว่าสาขานี้เปิดก็อยากมาเรียน ส่วนหนึ่งเพราะอยากศึกษาเกี่ยวกับนาฏศิลป์ไทยให้ลึกซึ้ง เพราะมีความชอบอยู่แล้ว แต่ว่ามีการสอบอย่างหนึ่งที่อาจารย์จะให้ผ่านได้ต้องแสดงนาฏศิลป์ให้อาจารย์ได้ดู
“ผมจึงต้องไปเรียนนาฏศิลป์เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อที่จะเอามาสอบมาแสดงให้เหล่าอาจารย์ได้ดู เพราะไม่อย่างนั้นก็จะสอบไม่ผ่านและไม่ได้เรียน แต่ผมก็ทำได้ ได้เข้ามาเรียนในที่สุด” หนุ่มอ้นอธิบาย
ภาษาไทยดีเด่น
คงต้องยกให้ดาราหนุ่มรูปหล่อหุ่นดีจากค่ายโพลีพลัส กันต์ กันตถาวร รางวัลราชบัณฑิตยสถานสรรเสริญ ในฐานะนักแสดงชายนำที่ใช้ภาษาไทยดีเด่น 2 ปีซ้อน จากละคร “บ่วงร้ายพ่ายรัก” (ปี 2553) และ “รักไม่มีวันตาย” (ปี 2554) การันตีความสามารถและคุณภาพในการใช้ภาษาไทยของเขาเป็นอย่างดี
กันต์ให้ความสำคัญกับการใช้ภาษาไทยอย่างจริงจัง ตั้งแต่เป็นดีเจคลื่นวิทยุ 94efm เมื่อ 2 ปีก่อน โดยเขาบอกว่า การเป็นดีเจเป็นอาชีพที่ต้องใช้ภาษาในการสื่อสาร ไม่สามารถใช้กิริยา ท่าทาง อวัจนภาษา ในการสื่อสารได้ จึงต้องมีความชัดเจนและหลายหลากของการสื่อสารทางภาษา
“อาชีพดีเจทำให้ผมได้เรียนรู้การใช้ภาษาไทยโดยปริยาย โดยบุคคลต้นแบบไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเหล่ารุ่นพี่ๆ ดีเจในบริษัท Atime media เช่น อาไก่สมพล อาตุ่ย พี่เชาเชา พี่โป้ง พี่โอปอล์ พี่อ้อม สุนิสา พี่ฉอด พี่อ้อย และอีกหลายท่าน ซึ่งบุคคลเหล่านี้เป็นผู้ที่มีปฏิภาณไหวพริบและการใช้คำในภาษาไทยอย่างดีเยี่ยม ผมเห็นเป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงาน จึงฝึกฝนตนเองมาเรื่อยๆ ในเรื่องการพูด การใช้คำต่างๆ จนชินและติดเป็นนิสัยในชีวิตประจำวัน”
เคล็ดลับในการฝึกฝน กันต์เน้น “การอ่านออกเสียง” เป็นหลักปฏิบัติ พร้อมย้ำว่า การฝึกโดยวิธีนี้จะทำให้ความคิดและการออกเสียงตรงกัน เนื่องจากเวลาอ่านไม่ออกเสียงความคิดการอ่านจะไปเร็วมาก แต่การอ่านออกเสียงจะใช้เวลามากกว่า เนื่องจากต้องขยับปาก ทว่าเมื่อฝึกแบบนี้บ่อยๆ จะทำให้สามารถออกเสียง ร และ ล คำควบกล้ำ และการเว้นวรรคประโยคชัดเจนขึ้น
“ภาษาไทยเป็นภาษาที่บ่งบอกถึงวัฒนธรรมของชาติ เป็นสิ่งที่เราควรจะช่วยกันอนุรักษ์ไว้ ไม่ใช่ทุกชาติที่จะมีภาษาของตนเอง ในเมื่อเรามีแล้วอย่าให้มันเสื่อมลงไปตามกาลเวลา เพียงเพราะเราไม่เคยให้ความสำคัญกับมัน” กันต์สะท้อนคุณค่าของภาษาคู่ชาติบ้านเมืองเรา
แต่งงานแบบไทย
ไม่นานมานี้ งานแต่งของ แจ๊บ-เพ็ญเพ็ชร เพ็ญกุล กับสาวงามเมืองมะขามหวาน จูน-ธัญญานุช แก้วประสงค์ ที่คบหาดูใจ 6 เดือน จนความรักสุกงอมหอมหวานเหมือนดั่งมะขามเพชรบูรณ์ งานแต่งที่บ้านเกิดของฝ่ายหญิง จ.เพชรบูรณ์ ถือเป็นพิธีแต่งงานที่คงบรรยากาศความน่ารักและสวยงามแบบไทยๆ
เริ่มพิธีทางศาสนาตอนเช้าที่บ้านเจ้าสาว แจ๊บควงเจ้าสาวคนสวยออกมานั่งคู่กันฟังพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ พร้อม “ตักบาตรร่วมขัน” ตามขนบพิธีไทย หลังเสร็จพิธีสงฆ์ก็แห่ขบวนขันหมากสินสอดทองหมั้นไปบ้านเจ้าสาว เพื่อสู่ขอและหมั้นตามประเพณีไทย โดยมีญาติและเพื่อนของทั้งสองฝ่ายเป็นสักขีพยาน
ด้านคู่ขวัญ ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ กับ เอ๋-พรทิพย์ วงศ์กิจจานนท์ ที่ได้ฤกษ์แต่งในวันศุกร์ที่ 18 พ.ค.นี้ ณ โรงแรมแชงกรีลา เปิดเผยการจัดงานคร่าวๆ แบบเน้นวิถีไทย ช่วงเช้าทำพิธีหมั้น แต่ไฮไลต์สำคัญอยู่ในช่วงเย็น เป็นพิธีฉลองมงคลสมรส ที่ทั้งคู่บอกว่า เน้นธีมงานวัด!!
แบบว่าแขกเหรื่อผู้ที่มาร่วมงานแต่งตัวสบายๆ คล้ายๆ กับภาพยนตร์เรื่องแหยม ยโสธร เป็นการผสมผสานความทันสมัยในเมืองกรุงกับต่างจังหวัดเข้าด้วยกันด้วยวิถีความพอเพียง โดยมีเพื่อนๆ นักแสดงได้ช่วยหาร้านขนมสายไหมและข้าวโพดคั่วมาร่วมในงาน ส่วนคนแต่งแบบสากลมาป๋อและเอ๋ก็เตรียมผ้าขาวม้าให้คาดเอวเข้างานด้วย
สีสันบรรยากาศในวันจริงจะเป็นอย่างไร วันที่ 18 พ.ค. ได้เห็นกัน ไม่แน่คนที่ไปร่วมงานในคืนนั้นอาจได้เห็นชิงช้าสวรรค์อยู่กลางงาน...อะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่บอกได้เลยว่าธีมงานแต่งแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน


