posttoday
ปุจฉาจากรศ.ดร.ภาวดีกรณีการวางเฉยกับอุเบกขาธรรม (ตอน ๓)

ปุจฉาจากรศ.ดร.ภาวดีกรณีการวางเฉยกับอุเบกขาธรรม (ตอน ๓)

03 เมษายน 2555

ถ้าขณะที่วางเฉยดุจพระสมณเจ้าทั้งหลาย บัณฑิตทั้งหลายที่มีการวางเฉย

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ถ้าขณะที่วางเฉยดุจพระสมณเจ้าทั้งหลาย บัณฑิตทั้งหลายที่มีการวางเฉย ... การวางเฉยนี้ คือ ไม่เคลื่อนไหวจิตไปตามกระแสความเร่งเร้าของโลก ไม่ว่ารัก หรือชัง ละจากอภิชฌาโทมนัส คือ ความรักความชังในโลกได้ ความวางเฉยดังกล่าวเรียกว่า “อุเบกขาธรรม”... อุเบกขาเป็นตัวธรรมะ ที่คั่นจิตไว้ให้อยู่ในแนวความเป็นมัชฌิมา คือ เป็นกลาง

“มัชฌิมา” เป็นตัวปัญญาสุดยอดในพระพุทธศาสนา ไม่ให้ไปทางรักและชัง เรียกว่า อุเบกขา อยู่ในอารมณ์ธรรมที่สงบนิ่งเหนือโลกียวิสัย คือ ความปรุงแต่ง รัก ชัง แม้ชั่วขณะหนึ่ง เรียกว่า อุเบกขา ... อุเบกขาธรรมจึงเป็นอำนาจของสติ จิตที่เปี่ยมด้วยสติและปัญญาที่วางรักวางชังได้ แม้ในขณะหนึ่งอำนาจธรรมนี้มีประโยชน์มาก คือ เป็นจิตที่สมบูรณ์ด้วยสติและสัมปชัญญะ อุเบกขาดังกล่าวนั้นจึงรู้จักการกระทำ ความควร ความเหมาะ ไม่ใช่ว่าไม่ทำ... ส่วนวางเฉย ชาเฉย หรือพวกที่ไม่กระทำการใดๆ ... ความวางเฉยดังกล่าวนั้น เป็นอาการลักษณะแห่งสภาพความไม่รู้ แห่งสภาพความไร้สติและปัญญา จึงไม่รู้ความควรหรือไม่ควรทำ

อุเบกขานั้น มีสติปัญญา รู้ความควรทำหรือไม่ควรทำ อาการสงบนั้นยังทำหน้าที่อยู่ ไม่ใช่ไม่ทำ ... ทำหน้าที่อยู่นั้น คืออะไร ก็คือไม่ให้จิตนั้นเคลื่อนไหวไปเกี่ยวเนื่องกับโลกจนเสียดุลยภาพของจิต คือเสียคุณธรรม... คุณธรรมของจิตก็คือ อุเบกขาธรรม... จึงจะเรียกว่าธรรมนี้เหนือโลก หรือโลกียะ

ส่วนวางเฉยนั้น เป็นอำนาจแห่งตัณหา ความอยาก... วางเฉย คือ ไม่อยากไปยุ่ง ไม่อยากเกี่ยวข้อง... ความไม่อยาก ก็คือความอยาก คือ ไม่อยากมี ไม่อยากเป็นอย่างนั้น อย่างนั้นเป็นตัณหา ฉะนั้นการวางเฉยนี้จึงไม่ใช่ลักษณะธรรมของจิตในเชิงคุณธรรม แต่เป็นลักษณะนามของอาการที่แสดงออกทางพฤติจิต พฤติกรรมของสภาพจิตนั้นๆ ที่เคลื่อนไหวไปตามสภาพอารมณ์ที่เกิดจากความนึกคิดที่จิตเสวยในอารมณ์แห่งความนึกคิดนั้นๆ นั่นเป็นสภาวะหนึ่ง เช่น เราวางเฉยกับสิ่งที่ควรทำหรือไม่ควรทำ... การวางเฉยนั้นเป็นมิจฉาปฏิบัติมาจากมิจฉาทิฏฐิ นั่นไม่ใช่อุเบกขา

ฉะนั้น คำว่า “อุเบกขา” นี้จึงมีหลายระดับ... ระดับเบื้องต้นนั้น เรียกว่า จิตมีอุเบกขาในเชิงของสมาธิที่เป็นสมถะ เช่น วิตก วิจารณ์ ปีติ สุข เอกัคคตา อุเบกขา... จิตที่มีการเสวยอารมณ์ เรียกว่า วิตก วิจารณ์ มีการเสวยอารมณ์ยกขึ้นสู่อารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งที่เป็นกุศลธรรม ก็ให้ปีติเบิกบานเหมือนเราทำทาน ก็ให้ดิ่งในอารมณ์ของการทำบุญทำทาน...

การที่เข้าสู่อารมณ์นั้น เรียกว่า มีวิตก วิจารณ์เกิดขึ้น ยกอารมณ์แห่งทานหรือศีล หรือบุญนั้นขึ้นเป็นอารมณ์ที่จิตเสวย ให้ความเบิกบาน ความเบิกบานที่จิตเสวยในอารมณ์นั้น เรียกว่า ปีติ เบิกบานจิต...

เมื่อจิตเบิกบานสืบเนื่องก็เป็นความสุข สุขที่เกิดขึ้นจากการได้ทำความดี และจิตเสวยอารมณ์ดีๆ นั้น ก็ให้มีความสุข สุขจึงเป็นตัวบุญที่แสดงออกถึงความเป็นตัวบุญ... ถ้าญาติโยมทำบุญ แล้วไม่มีความสุข หรือสุขนั้นไม่ติดจิต แสดงว่า บุญนั้นไม่ติดใจเราไป สมบัติแห่งบุญนั้นไม่ขึ้นจิต ...อาการ ๓ อย่าง ก่อนทำยินดี ขณะทำเบิกบาน ทำแล้วมีความสุข ระลึกถึงเมื่อไหร่ สุขเมื่อนั้น บุญติดจิตเราไป สมบัติอันนี้เรามีอยู่และเมื่อสุขแล้ว มันอิ่ม สุขนี้ให้อาการอิ่มจิต เมื่อจิตมันอิ่ม เหมือนคนกินข้าวอิ่มแล้ว ก็ไม่อยาก

อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69