posttoday

อาภา ภาวิไล แรงใจปะทะไฟฝัน

01 เมษายน 2555

เธออายุแค่ 19 ปี มีชื่อเล่นว่า “แมกกี้” ขณะที่ “อาภา” อันหมายถึงแสงสว่าง

โดย...โจ เกียรติอาจิณ

เธออายุแค่ 19 ปี มีชื่อเล่นว่า “แมกกี้” ขณะที่ “อาภา” อันหมายถึงแสงสว่าง--- เป็นชื่อจริงของเธอ ส่วนนามสกุลตามบัตรประชาชนนั้นหนา ก็คือ “ภาวิไล”

“แมกกี้-อาภา ภาวิไล” เล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดีว่า เธอน่ะเป็นลูกสาวของนักแสดง “พ่อตุ๋ย-อรุณ ภาวิไล” แล้วยังเป็นหลานสาวคนสวยของ “คุณปู่ระวี ภาวิไล”

ได้เลือดพ่อเลือดปู่มาเต็มๆ ถือเป็นลูกไม้หล่นใต้ต้นที่ไม่เพียงโดดเด้งเรื่องหน้าตา ทว่าเรื่องฝีมือการแสดงก็น่าสนใจ ในฐานะน้องใหม่วงการบันเทิง เธอกำลังจะมีผลงานการแสดงให้ดูกันเร็วๆ วัน หนังทริลเลอร์สั่นประสาท “คนโรคจิต” (กำกับโดย นนทรีย์ นิมิบุตร)

ระหว่างที่รอดูงานแสดงของแมกกี้ เราว่าไปรู้จักเธอให้มากขึ้นดีกว่า (มั้ย)

แมกกี้เพิ่งจะเข้ามาเป็นเฟรชชีที่คณะนิเทศศาสตร์ ภาคอินแตอร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เธอยอมรับว่าต้องปรับตัวเยอะพอสมควร จากเด็กมัธยมคอซองมาสู่รั้วอุดมศึกษา อีกทั้งยังเป็นภาคอินเตอร์ก็ยิ่งยากกกกกก

“มันยากตรงภาษาอังกฤษนี่แหละค่ะ โชคดีที่หนูชอบเรียนภาษาอยู่แล้ว พื้นฐานก็พอมีอยู่บ้าง อีกอย่างที่เลือกภาคอินเตอร์ เพราะอยากบังคับตัวเองว่า ถ้าอยากเรียนภาษา อยากฝึกภาษา ก็ต้องเลือกภาคอินเตอร์ ถ้าเลือกภาคปกติก็อาจไม่มีโอกาสได้เรียน ได้ฝึกภาษาเท่าไหร่”

อาภา ภาวิไล แรงใจปะทะไฟฝัน

สำหรับเหตุผลของการเลือกเรียนนิเทศศาสตร์ แมกกี้ บอก ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่เธอได้ชิมลางงานแสดง ทำให้มีความใกล้ชิดกับศาสตร์วิชานิเทศ เธอจึงตัดสินใจเลือกเรียนคณะนี้

“เรื่องเรียนนี่ที่บ้านจะให้สิทธิหนูเป็นคนเลือกเองค่ะ คุณพ่อคุณแม่ก็แค่ถามว่าจะเลือกเรียนอะไร เพราะอะไร อย่างหนูเลือกนิเทศ คุณพ่อก็เห็นดีด้วยนะ แต่ก็บอกให้หนูต้องไปเรียนวิชาอื่นเพิ่มเติม จะได้รู้กว้างๆ ในศาสตร์อื่นด้วย”

ชีวิตการเป็นนักศึกษาภาคอินเตอร์ แมกกี้ทุ่มเทและมุ่งมั่นอย่างหนัก ขณะเดียวกันเธอก็เรียนด้วยความสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นวิชาของคณะเอง กระทั่งวิชาที่เกี่ยวกับภาษาต่างประเทศ ดูเหมือนทายาทนักแสดงแถวหน้าจะไม่เครียดเลย

“ตอนนี้ก็ได้เรียนภาษาญี่ปุ่นเพิ่ม เป็นอีกหนึ่งภาษาที่หนูรู้สึกชอบนะ ซึ่งหนูก็เรียนมาตั้งแต่มัธยมแล้วล่ะ มันก็เลยยิ่งสนุก วิชาในคณะที่นี่จะเน้นทฤษฎีมากกว่าปฏิบัติ จะไม่เหมือนภาคปกติที่เน้นปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี ก็มีโปรเจกต์ใหญ่ๆ ให้ลองทำเหมือนกัน แต่น้อย ส่วนตัวหนูก็คงไม่อะไรมาก เพราะนอกห้องเรียนหนูสามารถไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ตรงจากการทำงานจริงๆ ได้ แต่เพื่อนบางคนที่ไม่ได้มีโอกาสทำงานบันเทิง ก็คงลำบากนิดหนึ่ง ที่จะพลาดโอกาสสำคัญในการเรียนรู้ตรงจุดนี้ไป เช่น วิชาการแสดง หรืองานเบื้องหลัง ถ้าได้ลองไปสัมผัสจริง มันก็จะทำให้เห็นภาพที่อยู่ในทฤษฎีชัดขึ้น”

เมื่อเป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชน แล้วเป้าหมายของแมกกี้ที่จะพุ่งชนคืออะไร สาวน้อยอารมณ์ดีเผยว่า อย่างแรกคือตั้งใจเรียนให้ดีก่อน ถัดมาเป็นตั้งใจทำงานบันเทิงที่ได้รับมอบหมายให้ออกมาสุดฝีมือและพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อยๆ ถ้าผ่านด่านตรงนี้ไปได้ ก็วางอนาคตไกลถึงขั้นมุ่งมั่นที่จะโฟกัสในสาขาที่เฝ้าฝันอยากเรียนและอยากทำ

“กะว่าถ้าจบปริญญาตรี ก็อยากไปเรียนฟิล์มต่อค่ะ เพราะเป็นสิ่งที่หนูอยากเรียนและอยากทำมากที่สุดแล้ว ณ ตอนนี้นะ อยากรู้ให้ลึกไปเลย แต่ถ้างานเบื้องหน้านอกเหนือจากการเป็นนักแสดง หนูว่าหนูอยากทำพิธีกร น่าจะสนุกดี น่าจะท้าทายไหวพริบดี”

ความฝันของแมกกี้จะเป็นจริงหรือไม่ ก็คงต้องจับตาดูกันต่อไป แต่เราเชื่อว่าแรงใจและไฟฝันของสาวน้อยรายนี้แกร่งกล้าไม่ธรรมดาเชียวล่ะ

“หนูอาจจะโชคดีกว่าคนอื่นๆ ที่มีโอกาสได้เป็นนักแสดง มีพ่อเป็นนักแสดง ที่บ้านมีโรงเรียนสอนการแสดง มีญาติๆ ที่อยู่ในวงการบันเทิง แต่ถึงที่สุด ทั้งหมดของความฝันก็ขึ้นอยู่ที่ตัวหนูว่าจะสานฝันให้เกิดรูปธรรมได้มั้ย”

 

ข่าวล่าสุด

สสส.ลุยบุรีรัมย์หนุนชุมชนล้อมรักษ์บำบัดยาเสพติดครบวงจรลดการใช้ซ้ำ