posttoday
ดูแลดวงตาในผู้สูงวัย

ดูแลดวงตาในผู้สูงวัย

20 มีนาคม 2555

โดย...มัลลิกา นามสง่า

โดย...มัลลิกา นามสง่า

ดวงตาเปรียบเสมือนหน้าต่างของดวงใจ ในวัยเด็กดวงตาจะสดใสเป็นประกาย ทว่าเมื่อยามอายุล่วงเลยแววตาดวงตาก็อ่อนประกายสวนทางกันไป จึงไม่แปลกที่ “โรคที่เกี่ยวกับจอประสาทตา” (Retina) มักพบในผู้สูงอายุ มากกว่าวัยอื่นๆ

เรตินา หรือจอประสาทตา เป็นชั้นบางๆ ของเซลล์รับภาพ ที่อยู่ด้านหลังของดวงตา การที่คนเราจะมองเห็นภาพได้ชัดเจน จำเป็นต้องมีจอประสาทตาที่ปกติ หากเปรียบดวงตากับกล้องถ่ายรูป จอประสาทตาจะเทียบได้กับฟิล์มของกล้อง ซึ่งถ้าฟิล์มเกิดความเสียหาย ภาพที่ถ่ายจากกล้องก็จะไม่มีคุณภาพ เช่นเดียวกับผู้ที่มีโรคทางจอประสาทตา การมองเห็นก็จะไม่ชัดเจน

จุดสำคัญกลางจอประสาทตา คือ จุดรับภาพ (Macula) ซึ่งเป็นบริเวณเล็กๆ ที่สำคัญมากในการมองตรงกลาง ส่วนบริเวณอื่นๆ ที่เหลือของจอประสาทตาจะช่วยในการมองภาพด้านข้าง หรือที่เรียกว่า ขั้วประสาทตา นอกจากจุดรับภาพ และขั้วประสาทตาแล้ว เรตินา ยังมีเส้นเลือดดำ และเส้นเลือดแดง เป็นส่วนประกอบที่สำคัญอีกด้วย ซึ่งหากส่วนใดส่วนหนึ่งเกิดความบกพร่องไป ก็จะทำให้เกิดปัญหาแก่การมองเห็นได้

พญ.อารดา มกรพงศ์ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจอประสาทตา โรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวว่า โรคที่เกี่ยวกับจอประสาทตา มักพบในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคที่เกี่ยวกับเส้นประสาท เส้นเลือด หรือผู้ที่มีภาวะสายตาสั้น แม้กระทั่งผู้ใช้ยาบางชนิดมานาน เช่น ยากดภูมิ ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ปรากฏอาการ ถือเป็นโรคแทรกซ้อน อย่างเช่น โรคเบาหวาน หากผู้ป่วยเป็นมานานนับสิบปีก็จะมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานขึ้นตาได้

ดูแลดวงตาในผู้สูงวัย

 

ผู้ป่วยที่มีเบาหวานขึ้นจอประสาทตา ในระยะแรก จะไม่รู้สึกถึงความผิดปกติในการมองเห็น จนกระทั่งเป็นรุนแรงมากแล้ว ข้อมูลในปัจจุบันพบว่าผู้ป่วยโรคเบาหวาน มีโอกาสตาบอดมากกว่าคนปกติถึง 25 เท่า จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างที่สุด ที่ผู้ป่วยเบาหวานทุกราย เมื่อพบว่าเป็นเบาหวานครั้งแรก จะต้องได้รับการหยอดยาเพื่อขยายรูม่านตา ประมาณ 15-30 นาที และตรวจจอประสาทตาโดยจักษุแพทย์ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพราะว่าโรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตาสามารถรักษา และป้องกันไม่ให้ตาบอดได้ ถ้าได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

“โรคที่เกิดกับเรตินา หรือจอประสาทตานั้น ยังมีโรคที่เกี่ยวกับจุดรับภาพเสื่อม เส้นเลือดอุดตันในจอประสาทตา และน้ำวุ้นตาเสื่อม ซึ่งเป็นกันมากในผู้สูงอายุเช่นกัน อาจเนื่องมาจากการใช้งานของดวงตามาก หรือมีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเส้นเลือดสูง ติดเชื้อที่ตาอย่างรุนแรง ภูมิต้านทานร่างกายบกพร่อง หรือจากอุบัติเหตุ จนทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของส่วนต่างๆ ในจอประสาทตา หรืออาจเนื่องมาจากโรคแทรกซ้อนอื่นๆ

หากเกิดขึ้นกับเส้นเลือดในตาก็จะทำให้เกิดโรคของจอประสาทตา จอประสาทตาเสื่อมจากการมีเส้นเลือดงอกที่บริเวณศูนย์กลางการมองเห็นของดวงตา เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตาบอด ในผู้สูงอายุถ้าค้นพบเส้นเลือดผิดปกติ ก่อนที่จะมีการแตกของเส้นเลือด ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใช้เลเซอร์รักษาได้ จึงจะสามารถป้องกันตาบอดได้ โรคนี้ผู้ป่วยมักมองไม่เห็นหน้าคนตรงกลาง มองเห็นแต่ด้านข้าง ที่สำคัญมักจะไม่มีอาการบ่งบอกเด่นชัด ดังนั้นเมื่อรู้ตัวว่ามีปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นโรคดังกล่าว ควรรีบมาตรวจเช็กสุขภาพตาก่อน หรือสำหรับคนทั่วไป หากมีอายุ 35 ปี ขึ้นไปแล้ว ก็ควรมาตรวจเช็กสุขภาพตาเป็นประจำทุกปีด้วยเช่นกัน”

การตรวจจอประสาทตาในปัจจุบัน นิยมใช้กล้องตรวจตาที่เรียกว่า Slit Lamp คือเครื่องสำหรับตรวจตาทั่วไป และเครื่องตรวจจอประสาทตา Indirect Ophthalmoscope หรือใช้กล้องถ่ายรูปตรวจจอประสาทตา โดยไม่ต้องหยอดยาขยายรูม่านตา บางครั้งแพทย์จะพิจารณาฉีดสีเพื่อตรวจดูเส้นเลือดและภาวะต่างๆ ของจอประสาทตา และอาจพิจารณาตรวจวัดลานสายตาด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ร่วมด้วย ในกรณีที่สงสัยว่าจะเป็นโรคต้อหิน

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69