posttoday
วัณโรค...ป่วยแล้วอย่าช้า รักษาโดยเร็ว

วัณโรค...ป่วยแล้วอย่าช้า รักษาโดยเร็ว

13 มีนาคม 2555

เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา มีการจัดสัมมนาพิเศษโดยหน่วยงานแนวร่วมหยุดยั้งวัณโรค (Stop TB Partnership)

โดย...วรธาร ทัดแก้ว

เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา มีการจัดสัมมนาพิเศษโดยหน่วยงานแนวร่วมหยุดยั้งวัณโรค (Stop TB Partnership) ณ โรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์ค นายเลิศ มีการอัพเดตข้อมูลเกี่ยวกับวัณโรคทั่วโลก รวมถึงสถานการณ์วัณโรคในประเทศไทย จึงนำข้อมูลดีๆ มาฝากกัน เพื่อให้ทุกคนได้ตื่นตัวรับมือกับภัยร้ายของโรคนี้

สถานการณ์วัณโรคทั่วโลก

ไดอานา อี.ซี. วีล ผู้ประสานงานฝ่ายนโยบาย กลยุทธ์และนวัตกรรมหน่วยงานแนวร่วมหยุดยั้งวัณโรค องค์การอนามัยโลก กล่าวถึงสถานการณ์วัณโรคของโลกว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อวัณโรคประมาณ 1 ใน 3 คน หรือประมาณ 8.8 ล้านคน ส่วนจะปรากฏอาการหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสุขภาพหรือภูมิคุ้มกันของแต่ละคน

“1 ใน 10 คนของผู้ที่ได้รับเชื้อแล้วจะแสดงอาการของโรคออกมา โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตด้วยวัณโรคประมาณ 1.45 ล้านคน ประมาณ 13% พบว่าการป่วยสัมพันธ์กับโรคเอดส์ และ 4.5 แสนคน จะมีภาวะดื้อยา ในกลุ่มผู้ดื้อยา 1.5 แสนคน ที่ต้องเสียชีวิตลง”

ไดอานา กล่าวต่อว่า โลกยังมีความหวังในการป้องกันและรักษา เพราะขณะนี้มีการผลิตอุปกรณ์ช่วยในการวินิจฉัยโรคตัวใหม่ที่สามารถทราบผลได้ใน 2 ชั่วโมง ขณะเดียวกันก็มีความพยายามผลิตวัคซีนตัวใหม่ขึ้นมาอีก 8 ตัว คาดว่าเร็วๆ นี้จะสามารถประกาศใช้ได้ 1 ชนิด ซึ่งตนหวังว่าจะทำให้ใช้เวลาในการรักษาโรคน้อยลง และรักษาภาวะดื้อยาหลายชนิดได้เช่นเดียวกัน

วัณโรค...ป่วยแล้วอย่าช้า รักษาโดยเร็ว

วัณโรคในประเทศไทย

พญ.ศรีประพา เนตรนิยม แพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยแม้ไม่ได้อยู่ในอันดับท็อปเทน แต่ก็อยู่ใน 22 ประเทศที่มีผู้ป่วยวัณโรคค่อนข้างเยอะ ซึ่งจากข้อมูลระดับโลกมีผู้ป่วยวัณโรคที่ 8.8 ล้านคน สำหรับประเทศไทยคาดว่าจะมีผู้ป่วยวัณโรค 1.3 แสนคน เป็นผู้ป่วยใหม่ประมาณ 9.4 หมื่นคน

“จากข้อมูลระดับโลกระบุว่า 1 นาที มีคนป่วยวัณโรคถึง 3 คน สำหรับประเทศเราถ้าเปรียบเทียบเป็นชั่วโมง 1 ชั่วโมงจะมีคนป่วยวัณโรคประมาณ 10 คน แล้วอัตราเสียชีวิตทั้งหมดประมาณ 1.1 หมื่นคน สรุปก็คือ เกิดขึ้นใหม่ 10 คน และเสียชีวิตไป 1 คนกว่าๆ”

พญ.ศรีประพา กล่าวต่อว่า ปัจจัยที่สำคัญของการติดเชื้อวัณโรคสำหรับประเทศไทย ปฏิเสธไม่ได้ในเรื่องการระบาดของเชื้อเอชไอวี ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี 2527 โดยจะเห็นว่าผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีมีโอกาสป่วยเป็นวัณโรคสูงกว่าคนทั่วไปที่ไม่ได้ติดเชื้อเอชไอวี เนื่องจากผู้ติดเชื้อเอชไอวีจะมีภูมิคุ้มกันบกพร่องทำให้เชื้อวัณโรคที่มีอยู่ในร่างกายลุกลามแล้วป่วยเป็นวัณโรคได้

การป้องกันที่ดีคือการรักษา

การควบคุมวัณโรคต้องยอมรับเป็นเรื่องยาก เนื่องจากเราไม่สามารถจะคอนโทรลอากาศให้สะอาดได้ มีวิธีเดียวคือทำยังไงไม่ให้มีเชื้อในอากาศก็ต้องไม่ให้มีผู้ป่วย วัณโรคจึงไม่เน้นที่การป้องกัน แต่เน้นที่การรักษาเป็นหลัก เพราะว่าการรักษาคือการป้องกันที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้มีเชื้อวัณโรคแพร่ออกมาในอากาศ

พญ.ศรีประพา พูดถึงการรักษาผู้ป่วยในประเทศไทยโดยอ้างข้อมูลตั้งแต่ปี 2545ปัจจุบันว่า ช่วงแรกของการรักษาค่อนข้างมีปัญหา โดยการรักษาคนไข้วัณโรคจาก 100 คน หายเพียง 70 คน ในปี 2545 แต่หลังจากนั้นก็มีการใช้กลยุทธ์ต่างๆ โดยเฉพาะกลยุทธ์ DOTS (Directly Observed Treatment, Short course) ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่องค์การอนามัยโลกแนะนำให้สถานพยาบาลใช้กับผู้ป่วยวัณโรค โดย DOTS สามารถลดการดื้อยาในรายที่ไม่เคยได้รับการรักษามาก่อน และการดื้อยาในรายที่เคยได้รับการรักษามาก่อน ทำให้ระบบการรักษาดีและดีขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งปัจจุบันขยับขึ้นมาที่ 85%

“เราจะไม่หยุดแค่นี้ แต่จะต้องตั้งสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ทั้งนี้เพื่อลดอัตราการตาย การขาดยา ซึ่งหมายถึงการลดการดื้อยาไปด้วย” พญ.ศรีประพา กล่าว

การติดเชื้อกับป่วยวัณโรค

ปกติการไอ จาม เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการแพร่เชื้อวัณโรค ซึ่งคนเราสามารถรับเชื้อดังกล่าวเมื่อสูดอากาศเข้าไป อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อวัณโรคแล้วจะต้องป่วยหรือแพร่เชื้อหรือไม่หลายคนอาจเกิดความสงสัย

พญ.ศรีประพา กล่าวว่า แม้จะติดเชื้อวัณโรคก็ไม่ได้หมายความว่าต้องป่วยเป็นวัณโรค 90% ติดเชื้อแต่ไม่ป่วย เนื่องจากร่างกายแข็งแรง แต่มี 10% ที่มีโอกาสป่วย ซึ่งขึ้นกับสภาพร่างกาย และปริมาณเชื้อที่รับ ตลอดจนระยะเวลาแตกต่างกันไป กล่าวคืออาจติดเชื้อตั้งแต่เด็กแต่ไปป่วยตอนสูงอายุ หรือเมื่อภูมิต้านทานลดลง เช่น ติดเชื้อวัณโรค 10 ขวบ แต่เป็นเบาหวานเมื่ออายุ 50 ปี ก็อาจป่วยเป็นวัณโรคเมื่อป่วยเป็นโรคเบาหวาน

“การติดเชื้อวัณโรคยังไม่ถือว่าเป็นผู้ป่วยหรือเป็นผู้แพร่เชื้อวัณโรค เพียงแต่เชื้อนี้อาจจะมีอยู่ในร่างกายของผู้นั้น ซึ่งต่างจากการติดเชื้อเอชไอวีที่สามารถแพร่เชื้อให้คนอื่นได้”

รู้ว่าเป็นต้องรีบรักษา

เมื่อผู้ป่วยไม่สามารถหรือไม่ยอมรับการรักษาต่อเนื่องจนครบตามที่แพทย์กำหนด เชื้อแบคทีเรีย TB bacilli จะดื้อยา และอาจเกิดภาวะวัณโรคดื้อยาหลายชนิด หรือ Multidrug-Resistant TB (MDR-TB) ขึ้นได้

หากเกิดภาวะ MDR-TB จะต้องใช้เวลาการรักษานานขึ้นและอาจรักษาได้เฉพาะยาในกลุ่มยาต้านวัณโรคสำรอง (Second-line Drugs) ซึ่งราคาแพงขึ้นและมีผลข้างเคียงมากกว่า

ภาวะวัณโรคสายพันธุ์ดื้อยาอย่างรุนแรง หรือ Extensively Drug Resistant Tuberculosis (XDR-TB) อาจเกิดขึ้นได้หากผู้ป่วยไม่สามารถหรือไม่ยอมรับการรักษาต่อเนื่องจนครบด้วยยาในกลุ่มยาต้านวัณโรคสำรองดังกล่าว ทั้งนี้ XDR-TB ยากต่อการรักษา และในบางกรณีไม่สามารถรักษาได้ ทั้งนี้เชื้อดื้อยา MDR-TB และ XDR-TB สามารถแพร่จากคนสู่คนได้ด้วย

สังเกตตัวเองเสี่ยงวัณโรคปอด

วัณโรค (Tuberculosis) หรือเรียกสั้นๆ ว่า TB เป็นโรคที่สามารถติดต่อไปยังผู้อื่นไปยังทางอากาศ ซึ่งผู้ป่วยที่มีเชื้อวัณโรคสามารถแพร่เชื้อไปสู่คนรอบข้างอีก 10-15 คน ได้ภายใน 1 ปี โดยการไออยู่ใกล้ๆ เท่านั้น

ยังเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นที่อวัยวะส่วนใดก็ได้ในร่างกาย แต่ส่วนใหญ่มักพบการติดเชื้อวัณโรคที่ปอด ดังนั้นวัณโรคปอดจึงถือเป็นวัณโรคยอดฮิตที่คนเป็นกันมาก แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถรักษาให้หายได้โดยการรับประทานยา แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่ยอมรักษาผู้ป่วยก็อาจเสียชีวิตได้

หากใครสังเกตเห็นอาการของตัวเองดังต่อไปนี้ คือ ไอเรื้อรังนานกว่า 23 สัปดาห์ น้ำหนักลด มีไข้ เหงื่อออกตอนกลางคืน เบื่ออาหาร ไอเป็นเลือด ให้รีบไปพบแพทย์ตรวจว่าป่วยเป็นวัณโรคหรือไม่เพื่อความสบายใจ


 

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน