
ย้อนยุคอินเทรนด์ The Artist
หนังเงียบขาวดำเป็นเหมือนของประหลาดในยุคดิจิตอล แต่นักสร้างหนังหนุ่มจากเมืองน้ำหอม
โดย...แหนง-ดู
หนังเงียบ-ขาวดำเป็นเหมือนของประหลาดในยุคดิจิตอล แต่นักสร้างหนังหนุ่มจากเมืองน้ำหอมกลับทำให้ของหลงยุคกลายเป็นกระแสชื่นชม และคว้า 5 รางวัลออสการ์ให้ได้ฮือฮากันทั่วโลก ทั้งรางวัลหนังยอดเยี่ยม นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจาก ฌอง ดูชาร์แดง ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม-มิเชล ฮาซานาวิเชียส ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม-ลูโดวิก บอร์ซ และออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม
วันนี้ The Artist กลายเป็นหนังจากฝรั่งเศสที่ได้รับรางวัลจากนานาชาติมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ในจำนวนนั้นรวมถึง 5 รางวัลออสการ์ นับเป็นหนังขาวดำเรื่องแรกในรอบ 50 กว่าปี ที่ได้รับรางวัลเบสต์พิกเจอร์จากอะคาเดมี (ถ้าไม่นับ Schindler’s List ซึ่งทำเป็นขาวดำบางส่วน) นับเป็นหนังเงียบเรื่องที่ 2 ซึ่งได้รางวัลสาขานี้ ส่วน ฌอง ดูชาร์แดง ก็กลายเป็นดาราเชื้อสายฝรั่งเศสคนแรกที่ได้ครอบครองรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม
นำเสนอเหตุการณ์ในแวดวงฮอลลีวูดในช่วงทศวรรษ 1920 เล่าเรื่องราวของ จอร์จ วาเลนติน (ฌอง ดูชาร์แดง) ซุป’ตาร์แห่งยุคหนังเงียบผู้ภาคภูมิในงานและตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม แต่เมื่อกระแสถั่งโถมของหนังเสียงสาดซัด เขาก็ต้องสูญเสียทุกอย่าง ในช่วงเวลาเดียวกันเขาก็ได้พบและสานสัมพันธ์กับ เป็ปปี มิลเลอร์ (เบเรนีซ เบอโช) นักเต้นสาวตัวประกอบหนังที่ไต่เต้ามาเป็นดาวดวงใหม่ของวงการหนังเสียง
พล็อตเรื่องไม่มีอะไรใหม่ แต่กลับมีเสน่ห์ครบถ้วนรายละเอียดแบบหนังเงียบขาวดำ ซึ่งครบรสทั้งแอ็กชัน ตลก เศร้าเคล้าน้ำตา ดูแล้วก็จะมีภาพงานชั้นคลาสสิกอย่าง A Star Is Born, Singing in the Rain ฯลฯ ซ้อนขึ้นมา ขณะที่ ฌอง ดูชาร์แดง ทั้งหล่อเท่กรุ้มกริ่มละม้ายคล้ายกับ คลาร์ก เกเบิล ดาราหนังขาวดำผู้มีชื่อเสียงเป็นอมตะ
เป็นงานที่ผู้สร้างต้องทำการบ้านอย่างหนัก และพวกเขาก็ทำได้ดี อาจจะไม่ใช่ศิลปะชั้นเลิศ แต่ทำให้รื่นรมย์ใจ ด้วยมีทั้งสุดยอดนักแสดง ภาพอันงดงาม ดนตรีประกอบโดดเด่น และพลังฝีมือการกำกับ
นี่ไม่ต่างกับเป็นความรักของ มิเชล อาซานาวิเซียส ที่มีต่อหนังเงียบ-ขาวดำ เปรียบเป็นเช่นเครื่องสรรเสริญยกย่องต่อศิลปะแห่งภาพยนตร์ ทั้งยังเป็นเหมือนไทม์แมชีนซึ่งพาเราเดินทางคืนสู่อดีต และจะได้ชื่นชมกับปัจจุบัน คือกบฏเล็กๆ ในยุคหนังเสียง (ดังมาก) และเห็นทีว่าจะไม่มีใครสามารถทำย้อนรอยได้อีก
ไม่อาจจะเรียกว่า “สมบูรณ์แบบ” แต่ก็ “ใกล้เคียง” ถ้าคุณเป็นคนรักหนัง (แม้จะเกิดไม่ทันยุคทองของไซเลนต์มูวีก็ตามที) คุณควรจะได้ชม The Artist เพื่อที่จะตกหลุมรักหนังอีกครั้ง และออกจากโรงพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า
The Artist ย่อมไม่ใช่อะไรนอกจากหนังย้อนยุคที่กลายเป็นเรื่องอินเทรนด์ เป็นของหลงยุคสุดเจ๋งแบบมี “อินโนเวชัน” เป็นประสบการณ์ดีๆ สำหรับคนดูหนังในปีนี้ เช่นเดียวกับที่ Avatar ของ เจมส์ คาเมรอน ทำได้เมื่อหลายปีก่อน
สุดท้ายหนังเรื่องนี้ยังบอกเราอีกว่า ... เก่าไปใหม่มา ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน ทุกอย่างต้องเปลี่ยนไปตามกาลเวลา และไม่มีใครขัดขวางได้







