posttoday
ศิลปะหลอมรวมสองวัฒนธรรม

ศิลปะหลอมรวมสองวัฒนธรรม

07 มีนาคม 2555

โอกาสในการเป็นศิลปินพำนักในประเทศไทย ทำให้ Gi-ok Jeon ศิลปินหญิงชาวเกาหลี

โดย...มัทรียา

โอกาสในการเป็นศิลปินพำนักในประเทศไทย ทำให้ Gi-ok Jeon ศิลปินหญิงชาวเกาหลี ได้ใช้ชีวิตและซึมซับวิถีชีวิตวัฒนธรรมทั้งในแบบที่คนไทยปฏิบัติและในวิถีของคนต่างชาติ ทั้งแบบเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม และยังคงไว้ซึ่งตัวตนแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตามเธอไม่ได้รู้สึกแตกต่างหรือแปลกแยก แต่กลับรู้สึกอบอุ่นและพิสมัยในศิลปวัฒนธรรมอย่างไทยๆ เสียด้วยซ้ำ

ด้วยความรู้สึกเหล่านั้น จึงเกิดการสร้างสรรค์งานศิลปะที่นำเสนอในรูปแบบงานจิตรกรรม ศิลปะจัดวาง และงานทดลองภาพพิมพ์แกะไม้ ในชื่อนิทรรศการ “ในห้วงอากาศ” (Dwelling in a Space)

“อะไรที่ทำให้ฉันรู้สึกออกมากขึ้นจากสังคมไทย ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความแตกต่างของผู้คนจากความคิดหรือวิถีการดำเนินชีวิต แต่ที่สำคัญกว่าคือความยากลำบากของการแบ่งปันรูปแบบศิลปะของฉัน (การวาดภาพจิตรกรรมตะวันออก) ที่จุดเริ่มต้นถูกแกลเลอรีหลายที่ปฏิเสธ แต่ในที่สุดฉันพบว่าความแตกต่างกันก็ให้ประโยชน์กับฉัน ในฐานะศิลปินไม่ว่าที่ใดก็ตามที่ฉันอยู่ ฉันอยู่เพราะฉันรู้สึกเป็นอิสระจากความเชื่อมาก่อนข้อจำกัด” Gi-ok Jeon กล่าว

ศิลปะหลอมรวมสองวัฒนธรรม

งานของ Gi-ok Jeon มักได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมประเพณีรวมถึงภาพวิถีชีวิตประจำวันที่พบเห็นในประเทศไทย ครั้งนี้ก็เช่นกันที่ศิลปินได้ค้นพบความงดงามและคุณค่าทางวัฒนธรรมจากผ้าถุง ซึ่งโดยปกติแล้วผู้หญิงไทยจะใช้นุ่งห่มร่างกายหลังจากการอาบน้ำหรือในขณะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า ผ้าถุงแต่ละผืนมีลวดลายและสีสันที่ต่างกันไป บ่งบอกถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและลักษณะเฉพาะของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ศิลปินให้ความสนใจและนำมาเป็นประเด็นในงานศิลปะ เธอได้เลือก “ผ้าถุง” มาใช้เป็นสื่อสำคัญในการถ่ายทอดความสนใจที่เธอมีมายาวนานต่อเรื่องของความสัมพันธ์และอัตลักษณ์ของตัวตนให้เกิดเป็นรูปธรรมขึ้นมาได้ จากการที่เป็นศิลปินเกาหลีที่ย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่ในประเทศไทย

และแล้วผ้าถุงก็มาหลอมรวมเข้ากับภาพจิตรกรรมพู่กันแบบเกาหลี (เอเชียตะวันออก) “การรวบรวมความคิดและประสบการณ์ของฉันในชีวิตประจำวันของฉันเป็นศิลปะ ศิลปะไม่สามารถแยกออกจากชีวิต ดังนั้นบทบาทที่ฉันเป็นในทุกสถานการณ์และทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะในฐานะแม่ ภรรยา และผู้หญิง ทั้งหมดก็ล้วนแสดงออกมาในงานศิลปะของฉัน”

ภาพผลงานนั้น ดูแล้วสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น ความสนุกสนาน ผ่อนคลาย และความหล่อหลอมของสองวัฒนธรรมได้กลมกลืนจากนัยที่อยู่ในภาพ เช่น ภาพเด็กสาวลูกครึ่งไทย-เกาหลี (ซึ่งเป็นเวลาหลายปีแล้วที่ศิลปินจงใจนำ “ลิลลี” บุตรสาวมาเป็นแบบในภาพเขียนของเธอ) ในหลายอิริยาบถล้วนสื่อถึงอารมณ์สดใสร่าเริง เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ในภาพถูกประดิษฐ์ขึ้นจากงานคอลลาจ ตัดและแปะด้วยชิ้นส่วนของผ้าถุง งานผ้าท้องถิ่นของไทยที่มีสีสันอันสวยงามและลวดลายสะดุดตา และภาพที่ดูล่องลอยอยู่ในห้วงอากาศปราศจากแรงดึงดูดใดๆ

ศิลปะหลอมรวมสองวัฒนธรรม

ทว่าภาพเขียนบางชิ้นกลับแสดงภาพของลิลลีที่ถูกวาดขึ้นซ้ำๆ และกำลังถูกครอบงำโดยบรรดาผ้าถุงมากมายทั้งในเชิงของขนาดและปริมาณ ผ้าถุงเหล่านั้นกระจัดกระจายอยู่ทั่วผืนผ้าใบ และล้อมรอบตัวเธอไว้ พื้นหลังของภาพในชุดนี้ปรากฏลายเส้นพู่กันแบบตะวันออกอันทรงพลัง แทรกตัวอยู่ท่ามกลางภาพของลิลลีและผ้าถุงเหล่านั้น แตกต่างจากพื้นหลังอันราบเรียบของภาพเขียนในชุดแรก ลายเส้นเหล่านี้สร้างความรู้สึกของการเคลื่อนไหวบนพื้นที่ว่าง ในภาพนั้นผ้าถุงดูราวกับมีความสัมพันธ์อย่างพิเศษกับสาวน้อยและอยู่ในสถานะที่สำคัญเท่าเทียมกันกับลิลลี

ประเด็นปัญหาของตัวตนได้เป็นส่วนหนึ่งในศิลปะของ Gi-ok Jeon ซึ่งเธอก็ได้นำประสบการณ์ที่ประสบพบเจอและการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งในความสัมพันธ์และความใกล้ชิดกับสังคมมานำเสนอ ทั้งภาพลิลลีและผ้าถุงนั้นต่างถูกวาดขึ้นและจัดวางไว้ภายในพื้นที่ว่างที่ดูคล้ายจะปราศจากแรงโน้มถ่วง ทั้งสองล่องลอยอย่างอิสระและร่าเริง เป็นการค้นหาและเน้นย้ำถึงแนวคิดของคำว่าที่ว่าง ซึ่งที่ว่างในงานของ Gi-ok Jeon ไม่ได้หมายถึงพื้นที่ในเชิงกายภาพ หากแต่หมายถึงดินแดนอันกว้างใหญ่ในมิติเชิงวัฒนธรรมและจินตนาการ ที่ซึ่งเธอแสวงหาตัวตนและค้นหาความหมายในแง่มุมที่ลึกซึ้งขึ้นของชีวิตที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้อื่น “ฉันได้บอกเล่าเรื่องราวของความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับผู้อื่น รวมถึงสังเกตและพิจารณาตนเองเมื่อต้องมีปฏิสัมพันธ์และต้องปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมใหม่ๆ”

ดังนั้น ที่ว่างในห้วงความคิดของ Gi-ok Jeon จึงมีลิลลี ผู้มีทั้งสายเลือดของไทยและเกาหลีทำหน้าที่เป็นผู้แสดงอยู่ในพื้นที่ว่างนั้น ในขณะที่ผ้าถุงได้กลายเป็นตัวกลางที่เชื่อมตัวเธอเข้ากับสังคมไทยอย่างมั่นคง

ศิลปะหลอมรวมสองวัฒนธรรม

และในระหว่างเตรียมการแสดงผลงาน Gi-ok Jeon ได้ร่วมรับรู้ถึงเหตุการณ์มหาอุทกภัยครั้งร้ายแรงของประเทศไทย ในฐานะพยานผู้ร่วมรับรู้ถึงหายนภัยครั้งประวัติศาสตร์และความทุกข์ยากของคนไทย เธอจึงได้ร่วมถ่ายทอดความเสียใจและความเจ็บปวดลงบนภาพเขียนเล็กๆ ชุดหนึ่ง โดยใช้ชิ้นส่วนจากผ้าถุงที่ถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ เพื่อเป็นตัวแทนของคนไทยที่ถึงแม้จะต้องประสบกับความพลัดพราก แต่ก็ยังยืนหยัดและต่อสู้กับความโกลาหลแห่งอุทกภัย

จากภาพเขียนไปจนถึงงานศิลปะจัดวาง Gi-ok Jeon ยังคงค้นหาถ้อยสำเนียงและแนวทางศิลปะของเธอด้วยการค้นหาและให้คำจำกัดความตัวตนของเธอเองใหม่ ภายใต้การผสมผสานกลมกลืนทางวัฒนธรรม เรื่องราว และประสบการณ์ชีวิตของเธอในฐานะผู้หญิง แม่ และศิลปิน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาหรือไม่ ได้ถูกสร้างให้มีชีวิตขึ้นภายในพื้นที่ว่างแห่งนี้ และผู้ชมทุกท่านได้รับการเชื้อเชิญให้เข้ามาร่วมค้นหาจุดเชื่อมต่อของประสบการณ์เหล่านี้กับชีวิตของตนเอง และในความหมายนี้เองที่บ่งบอกว่า เราทั้งหมดต่างกำลังอาศัยอยู่ภายในพื้นที่ว่างเดียวกัน

Gi-ok Jeon จบการศึกษาระดับศิลปกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต (MFA) จาก Central Academy of Fine Arts ในปักกิ่ง ผลงานของเธอได้ถูกจัดแสดงทั้งนิทรรศการเดี่ยวและกลุ่มหลายต่อหลายครั้งทั้งในประเทศไทยและเกาหลี ก่อนหน้านี้ก็คือ POINT feed Project ที่ Gallery Boda ในกรุงโซล ปัจจุบันเธอสอนวิชาจิตรกรรมตะวันออกและการวาดภาพโดยพู่กันจีนระหว่างเป็นศิลปินพำนัก (Artist-in-Residency) อยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นิทรรศการ ในห้วงอากาศ จัดแสดงถึงวันที่ 25 มี.ค. ที่ แกลเลอรี เอ็น ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ เปิดให้เข้าชมวันอังคาร–วันอาทิตย์ เวลา 10.00-19.00 น.

 

ข่าวล่าสุด

DELTA โชว์กำไรสุทธิไตรมาส 1/69 นิวไฮ 9,081 ล้าน พุ่ง 65% รับ AI บูม

DELTA โชว์กำไรสุทธิไตรมาส 1/69 นิวไฮ 9,081 ล้าน พุ่ง 65% รับ AI บูม