
อากัสซีงานเข้า!!! โรงเรียนตัวเองถูกฟ้อง
หากเอ่ยชื่อ อังเดร อากัสซี ออกมาแล้ว เชื่อได้เลยว่าน้อยคนนักที่ไม่รู้จักเขาคนนี้
โดย...มิวโกโตะ
หากเอ่ยชื่อ อังเดร อากัสซี ออกมาแล้ว เชื่อได้เลยว่าน้อยคนนักที่ไม่รู้จักเขาคนนี้ เพราะแร็กเกตหัวเหม่งรายนี้ถือเป็นหนึ่งในตำนานนักเทนนิสชายที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของโลก
“โป๊งเหน่ง” เป็นเจ้าของสถิติแชมป์แกรนด์สแลม 8 รายการ มาสเตอร์ ซีรีส์ มากถึง 17 รายการ และแชมป์เอทีพีทัวร์อีก 33 รายการ และมาสเตอร์ส คัพ อีก 1 สมัย แถมยังได้เหรียญทองโอลิมปิกประเภทชายเดี่ยวและพาสหรัฐคว้าถ้วยเดวิส คัพ ไปครองด้วย
นอกจากนั้น อากัสซี ยังเป็นหนึ่งในนักเทนนิสชายเพียงไม่กี่คนที่สามารถครองแชมป์แกรนด์สแลมได้ครบทั้ง 4 รายการ ซึ่งความสำเร็จที่มากมายขนาดนี้ จึงยากที่จะไม่รู้จักเขา ต่อให้เป็นคนที่เพิกเฉยต่อวงการกีฬาก็ตาม
สมัยยังเดินสายหวดทั่วโลก อากัสซี ตกเป็นข่าวมากมายทั้งในและนอกสนาม แต่หลังอำลาการเล่นอาชีพอย่างถาวรแล้ว อากัสซี ในวัย 37 ปี ก็ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายร่วมกับ สเตฟฟี กราฟ อดีตราชินีลูกสักหลาดชาวเยอรมัน พร้อมลูกๆ ทั้งสอง ที่บ้านพักตากอากาศในนครลาสเวกัส
วันว่างของตำนานนักหวดคู่นี้คือการดูแลมูลนิธิอังเดร อากัสซี ซึ่งตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ และผู้ด้อยโอกาส โดยหนึ่งในนั้นก็รวมถึงโรงเรียนมัธยมในมลรัฐเนวาดาที่เขาตั้งขึ้นเช่นกัน ด้วยความเชื่อที่ว่า “ความรู้เป็นเครื่องมือที่จะสามารถช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสได้อย่างดีที่สุด”
เขาจึงก่อตั้งโรงเรียน Andre Agassi Prep College Academy ขึ้นมา และก็เป็นไปอย่างที่คิด เหล่าบรรดาผู้ปกครองรวมถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในสหรัฐต่างเอ่ยปากชมสุดยอดนักหวดคนนี้ว่า ช่างเป็นคนที่ใจบุญซะเหลือเกิน ทำเอา อากัสซี ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ โดยที่หารู้ไม่ว่า กำลังมีภัยมาเยือน เนื่องจากล่าสุดกำลังจะถูกอาจารย์ เจมส์ โฮล์ม จูเนียร์ อดีตครูสอนชีววิทยาของโรงเรียนตัวเองฟ้องในเหตุผลที่ว่า “ถูกโรงเรียนไล่ออกเพราะเหยียดผิว”
เอาล่ะสิ เรื่องนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะสืบเสาะประวัติ อากัสซี ดูแล้วพบได้ว่าเขานั้นไม่มีวี่แววที่เป็นคนชอบเหยียดสีผิวเลยสักนิด แต่ไม่ต้องห่วงการจะฟ้องร้องนั้นถ้าไม่มีหลักฐานคงทำไม่ได้ เราไปดูกันดีกว่าว่าเอกสารในมืออีตาคุณครู เจมส์ รายนี้ จะเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน
“ผมได้เข้าสอนที่นี่ในปี 2005 แรกๆ มันก็เป็นไปอย่างราบรื่น จนกระทั่ง 3 ปีต่อมา ทางโรงเรียนได้เปลี่ยนผู้อำนวยการ เรื่องทั้งหมดมันจึงเกิดขึ้น... ”
จากนั้นเรือจ้างรายนี้ก็แจงรายละเอียดออกมาเป็นฉากๆ ว่า เขาถูกปฏิบัติเช่นไรในโรงเรียน
โดยอาจารย์อ้างว่า ปกติแล้วทางโรงเรียนมักจะให้เขาเดินทางไปประชุมวิทยาศาสตร์อยู่เป็นประจำ แต่พอผู้อำนวยการคนใหม่เข้ามากลับปฏิเสธไม่ให้ไป ด้วยการอ้างว่าปีนี้ไม่มีงบประมาณ คำอธิบายมันดูทะแม่งๆ ชอบกล คุณครู เจมส์ จึงตามสืบ ปรากฏว่าทางโรงเรียนได้แอบส่งครูท่านอื่นไปแทนเรียบร้อย แถมคณะที่ส่งไปล้วนแล้วแต่เป็นครูที่ผิวขาวด้วยกันทั้งสิ้น สร้างความเจ็บแค้นให้อาจารย์เป็นอย่างยิ่ง
เป็นถึงระดับครูสายวิทย์ฯ มีหรือจะปล่อยผ่าน อาจารย์ เจมส์ จึงออกอุบายใหม่ คราวนี้ขอเบิกค่าวัสดุในห้องแล็บ ท่านผู้อำนวยการก็มามุขเดิม เรื่องงบประมาณอีกตามเคย แต่คราวนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน เมื่อผู้อำนวยการสั่งปลดครูเจมส์ออกจากโรงเรียนทันทีแบบไร้สาเหตุ โดยที่อาจารย์ผู้โชคร้ายเข้าใจเป็นอย่างดีว่าที่ถูกไล่ออกเพราะแค่เขาเป็นคนผิวสี การฟ้องร้องดังกล่าวจึงเกิดขึ้น
ไม่รู้เหมือนกันว่าอาจารย์เจมส์ แอบเปิดทีวีดูฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก มากไปหรือเปล่า เลยอินกับเรื่องราวของการเหยียดผิวที่เกิดขึ้นถี่มากในช่วงหลัง จนมีฮึดลุกขึ้นมาฟ้องร้อง งานนี้ต้องพึ่งการพิจารณาของศาลแล้วล่ะ ว่าจะตัดสินออกมาอย่างไร ยังไงก็ขอให้โชคดีนะครับ อาจารย์ ...







