posttoday
มหาสักการบูชามาฆบูชาครั้งที่ ๓ ประจำปี ๒๕๕๕ ณ ประเทศอินเดีย (จบ)

มหาสักการบูชามาฆบูชาครั้งที่ ๓ ประจำปี ๒๕๕๕ ณ ประเทศอินเดีย (จบ)

17 กุมภาพันธ์ 2555

การไม่ยอมรับ ไม่ยอมเข้าใจในความจริงนี้ จึงทำให้เราเป็นทุกข์ ฉะนั้น เราต้องพูดใหม่ว่า

การไม่ยอมรับ ไม่ยอมเข้าใจในความจริงนี้ จึงทำให้เราเป็นทุกข์ ฉะนั้น เราต้องพูดใหม่ว่า

โดย..พรอาจารย์อารยะวังโส

... ทุกข์เกิดขึ้น เพราะเราไม่รู้ ไม่เข้าใจ ไม่ยอมรับในความเป็นกฎอนัตตา

... ความทุกข์ ความคับแค้นใจเกิดขึ้น เพราะเราไม่ยอมรับ ไม่รู้ ไม่เข้าใจ ในความเป็นจริงของกฎอนัตตา

... ความไม่สบายใจ ความเสียใจเกิดขึ้น เพราะเราไม่ยอมรับ ไม่เข้าใจในความเป็นจริงของกฎอนัตตา

... เราวนเวียนอยู่ในสังสารวัฏเกิดดับ ไม่จบไม่สิ้น เป็นสัตว์ทุกข์อยู่อย่างนี้ เพราะเราไม่ยอมรับความจริงของกฎอนัตตา

นี่คือความจริงที่ต้องตอบให้กับตัวเอง... ต้องตอบให้เรายอมรับอยู่ตลอด ต้องบอกว่า เมื่อทุกข์ เพราะเราไม่ยอมรับความเป็นกฎอนัตตา

จริงๆ แล้วพระพุทธเจ้าทรงแสดงเรื่องธรรมดาปกติ เป็นเรื่องความเกิดความดับ พวกเราอยู่ในชมพูทวีป หรืออินเดีย เห็นคนเกิด คนตายทุกวัน การเกิดการดับ แสดงความจริงของกฎอนัตตา แต่... เราเห็นอย่างไม่เห็น เพราะตาเรานั้นมีธุลี ตาเรายังมืดบอดอยู่ ตานั้น ก็คือ จิตที่อับปัญญา

จึงเป็นเรื่องที่ยาก ที่จะทำให้เราทั้งหลายสิ้นทุกข์ได้ หรือดับทุกข์ได้ ที่ยากเพราะว่าเราไม่ยอมรับความจริงในกฎข้อนี้ คือ กฎอนัตตาและก็เป็นเรื่องที่รับได้ยากสำหรับบุคคลที่ขาดการพิจารณา เพราะเรายังคงเกิดดับอยู่ทุกวัน แต่เราไม่เคยพิจารณาให้เห็นความจริงที่มีปรากฏอยู่ในธรรมชาติ ทั้งๆ ที่ความจริงนี้เป็นสิ่งที่ดำรงอยู่ ทรงอยู่ ตั้งอยู่อย่างนี้ในทุกกาลทุกสมัย พระพุทธเจ้าทรงเข้าถึงความจริงดังกล่าวนี้ จึงประกาศกฎหลักดังกล่าวขึ้น และกฎนี้ คือหลักความจริงที่แสดงให้เห็นความเป็นพระพุทธศาสนา

ยกกล่าวขึ้นในวันนี้ เพื่อเชิญชวนพวกเราทั้งหลายได้บูชาคำว่า “พระอนัตตา”... พระอนัตตานี้ จึงเป็นตัวธรรม เป็นตัวพุทธะ เป็นตัวแสดงความเป็นพระพุทธเจ้าโดยแท้จริง ที่ไม่ใช่ตัวมนุษย์บุคคล เป็นตัวธรรมแท้ที่ผู้เข้าถึงผู้แจ่มแจ้ง ย่อมถึงความสิ้นทุกข์ แต่การจะเข้าถึงแจ่มแจ้งถึงความสิ้นทุกข์นั้น ต้องประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัยอย่างเข้มงวดกวดขัน และต้องอดทนอดกลั้น เพื่อที่จะต้องคลายออกจากความยึดมั่นยึดถือ นำออกซึ่งความเห็นผิด และละความอยากความดีทั้งปวงให้สิ้นได้ ด้วยการแสดงให้เห็นว่า เราเข้าใจกฎอนัตตาอย่างแท้จริงแล้ว

เพราะฉะนั้น เราจึงจะเห็นว่า พระพุทธศาสนาให้เครื่องมือค้นคว้าเพื่อให้เข้าถึงความจริงของกฎอนัตตา... เครื่องมือนั้นก็คือ สติ... สติที่แสดงในปัฏฐานะทั้งสี่ คือ ตั้งเข้าไปในฐานทั้ง ๔ คือ กาย เวทนา จิต ธรรม นั้น เพื่อรื้อค้นกาย เวทนา จิต ธรรมนี้ ให้เห็นความจริงว่า แท้จริงแล้วไม่ใช่อัตตา ไม่ใช่ตัวตนบุคคล ไม่ควรยึดมั่นยึดถือ เพราะมันเป็นอนัตตา

การค้นคว้าเข้าไปในกาย เวทนา จิต ธรรม หรือ การเจริญสติ ดูกายดูกาย พลิกดูเวทนาในเวทนา พลิกดูจิตในจิต ธรรมในธรรมนั้น เพื่อให้เข้าถึงความจริงของคำว่า “สุญญโต” คือ ว่างเปล่า... สุญญโต ความว่างเปล่านั้น เป็นกฎอนัตตา... เมื่อเข้าถึงจุดนั้นได้ เราก็จะละออกมาจากความยินดียินร้ายในโลกนี้ได้... การละจากอภิชฌาโทมนัสในโลกได้นั้น ย่อมเข้าถึงความสิ้นทุกข์อย่างแท้จริง ด้วยการเข้าถึงคำว่า “กฎอนัตตา”

สรุปอีกครั้งว่า

ศึกษาธรรมะ เพื่อเข้าถึงซึ่งกฎอนัตตา

ปฏิบัติธรรมะ เพื่อเข้าถึงซึ่งกฎอนัตตา

ทั้งศึกษาและปฏิบัติ เพื่อเข้าถึงซึ่งกฎอนัตตา

ผู้ใดถึงซึ่งการรู้แจ้งกฎอนัตตา

ผู้นั้นคือถึงซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า

ผู้ใดถึงซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า

ผู้นั้นถึงซึ่งที่สุด คือความสิ้นทุกข์ คือ... พระนิพพาน

พระศาสดาใดที่ตรัสรู้ รู้แจ้งถึงกฎอนัตตา

พระศาสดานั้น คือ บรมศาสดาองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ศาสนาใดที่ประกาศหลักความจริงของกฎอนัตตา

ศาสนานั้น คือพระพุทธศาสนา และพุทธบริษัท... บริษัทใดที่ยอมรับและเข้าถึงความจริงดังกล่าว แม้ที่สุดยังไม่รู้แจ้ง

บริษัทนั้น คือพุทธบริษัทในพระพุทธศาสนา

ขอเจริญพร

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69